วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Email Hosting/Server (อีเมล์โฮสติ้ง) คืออะไร และ ทำงานอย่างไร

การทำงานของ Email hosting เรื่องง่าย ๆ ที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้

การทำงานของ Email hosting/server

ไม่ว่าคุณจะมองไปทางไหน เพื่อนที่โรงเรียน จนถึงเพื่อนร่วมงาน ทุกๆคนต่างก็มี Email และใช้งานมันทุกวัน ไม่มากก็น้อย ทั้งในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการใช้งานธุรกิจ มากกว่านั้นบางหน่วยงานที่มีชื่อเสียงของโลกก็ยังใช้ Email ในการติดต่อสื่อสารกัน

ในเมื่อ Email มีความสำคัญในชีวิต ดังนั้นลองมาทำความเข้าใจ

การทำงานกันมั้ย ?

หลายๆคน คงคิดว่า Email Hosting มีการทำงานที่มีความสลับซับซ้อนสูง ยิ่งถ้าเราไม่ได้ทำงานด้าน IT ด้วย ยิ่งไม่ต้องสนใจใหญ่เพราะยังไงเราก็ใช้งานเป็นแค่ End User ถ้าคุณยังมีทัศนะคติแบบนี้ เท่ากับคุณกำลังบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ หรือข้อมูลส่วนตัวของฉันที่อยู่ใน Email  ฉันไม่จำเป็นต้องเข้าใจมัน และเราก็มีหน้าที่ใช้งานไปเรื่อยๆ และเมื่อเกิดปัญหาการใช้งานเมื่อไหร่ ความเสียหายร้ายแรงจะเกิดขึ้นกับธุรกิจของคุณอย่างมหาศาล ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าคุณคงเคยเห็นความเสียหายเหล่านี้เกิดขึ้นกันมาบ้างแล้ว


บทความโดย

บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Hosting อันดับ 1 ของประเทศไทยที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้
คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม >>


แต่ถ้าคุณทำงานในแวดวง IT ด้วยแล้ว คุณยิ่งจำเป็นต้องมีเป็นบุคคลที่มีความเข้าใจในกระบวนการทำงานของ Email Hosting มากกว่า

ในที่นี้ผู้เขียนจะเขียนอธิบายให้ง่ายที่สุดโดยจะพยายามหลีกเลี่ยงคำศัพท์ทางเทคนิค หรือข้อความที่ผู้อ่านเข้าใจยาก 

เมื่อพร้อมแล้วมาดูกัน ว่า Email Hosting มีการทำงานกี่แบบ 


  1. แบบที่ 1 ผู้เขียนขอเรียกว่า Email Hosting ที่อยู่ในเครื่องเดียวกันกับ Web Hosting (หรือเรียกอีกอย่างว่า ไหนๆก็มี Web Hosting แล้วต้องใช้ให้คุ้ม)

    Email เป็น Function พื้นฐาน ที่ทุกๆ Web Hosting ทุกที่นั้นให้บริการแถมมาด้วย
    ข้อดี สำหรับความคิิดเห็นของผู้เขียนมีอยู่อย่างเดียว คือ มันถูกและประหยัด
    แต่สำหรับข้อเสียนั้นเพียบ เพราะเท่ากับคุณฝากความหวังไว้ที่ Web Hosting ทั้งหมด
    ซึ่งเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ไม่ถูกต้อง และการทำงานก็จะไม่มีประสิทธิภาพด้วย



    โลกแตกทันที เมื่อ Web Hosting ล่ม การทำงานของ Email ก็ต้องล่มไปด้วย
    หรือ ถ้ามันไม่ล่มให้คุณลองคิดดูว่า Email ของคุณถูกเก็บไว้ใน Server 1 เครื่อง ที่ประกอบด้วย
    เว็บเป็นพันๆ เว็บ และมีอีเมล์อีกจำนวนมหาศาล ดังนั้น ถ้ามันรวน ขึ้นมาซึ่งพบได้บ่อยมาก
    คุณก็จะไม่สามารถใช้ Email ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. แบบที่ 2 การทำงานแบบ ให้ Web Hosting ชี้ค่าไปยัง Email Hosting อีกที ซึ่งการทำงานแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องความเสถียรของการใช้งานได้ดีได้ระดับหนึ่ง เพราะ การทำงานขอWeb hosting กับ Email Hosting อยู่คนละตัว
    Email Hosting ปลายทาง
    การทำงานลักษณะนี้ จะเห็นได้ว่า Web Hosting มีหน้าที่เป็นแค่ตัวส่งข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับ Email ไปให้ Email Hosting ทำงาน ซึ่งอยู่คนละเครื่องกัน ทำให้การทำงานของระบบ Email นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะ Server แยกการทำงานกัน

    จากการอธิบายข้างต้นอาจจะเห็นได้ว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้การทำงานของ Email นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    แต่ก็ไม่ได้แสดงว่ามันจะดีเสมอ จากภาพจะเห็นได้ว่า ในกรณ๊ที่ Web Hosting ของคุณนั้นล่ม, Web Hosting ในฐานะที่ทำงานเป็นหน้าที่ชี้ตำแหน่ง Email Hosting แต่ก็กลับชี้ไม่ได้ ทำให้ Email ไม่สามารถส่งเข้ามาได้  
  3. การทำงานแบบที่ 3 ให้ตัว Domain มีหน้าที่ชี้ไปเองโดยตรง (Domain Server Point)
    ซึ่งการทำงานประเภทนี้ จะให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด จากประสบการณ์ของผู้เขียน เพราะ Domain Server ที่มีหน้าที่ในการชี้ค่าว่า ถ้าเป็นเว็บไซต์ให้ไปหา Web Hosting ตัวไหน, Email ให้ไปหาที่ Server ตัวไหน  นั้นล่มได้ยากมาก, เพราะผู้ให้บริการจด Domainname นั้นในโลกนี้ ถ้าคิดกันจริงๆ มีอยู่ไม่กี่เจ้าที่เหลือส่วนมากเป็นแค่ตัวแทนจำหน่ายซึ่งระบบแม่จริงๆ ก็คือ ระบบเดียวกัน ถ้าผู้ให้บริการ Domainname ปล่อยให้ระบบ DNS นั้นล่ม ก็จะมีผลต่อเว็บทั่วโลก

    บทความโดย
    บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
    ผู้ให้บริการ Email Hosting อันดับ 1 ของประเทศไทยที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้
    คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม >>
    การใช้งานแบบนี้เป็นการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ในทางปฎิบัติแล้ว User ส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงหน้า Control Panel ของตัว Domainname เองได้ เพราะผู้ให้บริการส่วนใหญ่จะไม่ให้ หากคุณไม่ขอ และมีผู้ใช้งานจำนวนมากพบว่าผู้ให้บริการ Domain ของท่าน นั้นปิดกิจการไปแล้ว ทำให้คุณไม่รู้ว่า คุณจะต้องไปขอ Password เหล่านี้จากใคร นี้เป็นหลักการคิดที่สำคัญเลยทีเดียวว่า หากคุณกำลังซื้อสินค่าหรือบริการ ประเภท Hosting ต้องเลือกผู้ให้บริการที่มีความมั่นคงจริงๆ ถึงแม้ว่าราคาต่างกันอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ความเสี่ยงของคุณนั้นน้อยลงไปด้วย 

  4. แต่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้น้อยมาก
    ตามหลักการแล้ว ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะบอกว่าการใช้งานในรูปแบบนี้ มีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่หากผู้ให้บริการ Domainname นั้นล่มขึ้นมาจริงๆ ซึ่งเราเคยได้ยินข่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า Godaddy ผู้ให้บริการ จด Domain รายใหญ่ของโลกระบบ ล่มไปประมาณ 4 ชั่วโมง แต่ก็เป็นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์, ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดได้น้อยมาก แต่หากเกิดขึ้นจริงๆ คือ ทั้งเว็บ และ Email ของคุณจะใช้งานไม่ได้ทันที

การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการตั้งค่า Email Hosting ในรูปแบบต่างๆ

จากภาพ ผู้เขียนจะให้
การตั้งค่าแบบที่ 1 มีความเสี่ยงสูงสุด เพราะ การทำงานนั้นพึ่งพา Web Hosting เพียงตัวเดียวและต้องใช้งานร่วมกับคนอื่นจำนวนมาก
การตั้งค่าแบบที่ 2 มีความเสี่ยงในการใช้งานรองลงมา เพราะ การทำงานของ Web และ Email แยกออกจากกัน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของ Web Hosting อยู่ เพราะหากล่ม การทำงานของ Email ก็ล่มไปด้วย
การตั้งค่าแบบที่ 3 มีความเสี่ยงน้อยที่สุด เพราะเป็นไปได้น้อยมากที่ผู้ให้บริการ Domainname ซึ่งจริงๆแล้วมีเพียงไม่กี่รายในโลกนั้นระบบ DNS ล่ม ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้งานของผู้คนทั้งโลก

บทความที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ Web Hosting 

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Hosting อันดับ 1 ของประเทศไทยที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้
คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม >> 

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ24 สิงหาคม 2556 15:00

    Good article

    ตอบลบ
  2. ผมชอบ บทความของคุณที่สุด มันลึกสุดใจ หลายๆเรื่อง ที่ไม่เคยคิดมาก่อน ก็พึ่งมารู้จากคุณ แต่ผมไม่ได้ใช้บริการของที่นี่นะ แต่เชื่อว่าสักวัน ผมจะใช้ของคุณ เพราะเชื่อว่า บริษัท คุณ คงรู้และเชี่ยวขาญด้านนี้

    ตอบลบ