วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

[MD OX] วิธีการตั้งค่าอีเมล์ @ชื่อบริษัท บน iOS เช่น iPhone, iPad, iPod

ปัจจุบันการสื่อสารไร้ขีดจำกัดมากขึ้น จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่ว่าเราจะอยู่แห่งหน ตำบลใดก็ตาม เราสามารถเข้าถึงการสื่อสารได้ทุกที่ และทุกเวลา เช่นเดียวกับการเช็คอีเมล์ของเรา บน iOS ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, iPod (Apple) เราก็สามารถสื่อสารกันได้อย่างง่ายๆ แบบ Real Time เพื่อธุรกิจของเราจะได้ต่อเนื่อง และไม่ทำให้เราเสียผลประโยชน์หรือเสียโอกาสทางธุรกิจโดยไม่จำเป็น ซึ่งวันนี้ผู้เขียนจะแนะนำวิธีการตั้งค่าอีเมล์ @ชื่อบริษัท ให้เป็นขั้นตอนอย่างกระจ่าง ดังนี้


ไปที่ Settings

เลือก Mail, Contacts, Calendars

เลือก Add Account...

เลือก Other

เลือก Add Mail Account

พิมพ์รายละเอียดใส่ชื่อ อีเมล์ รหัสผ่าน และชื่อโดเมน (หรือรายละเอียดอื่นๆ)

กด Next

หน้าจอแสดงตัวอย่างการเพิ่มบัญชีผู้ใช้
ตั้งค่า Incoming Mail Server และ Outgoing Mail Server
Host Name: mail.privateemail.com หรือ mail.(ชื่อโดเมน)
User Name: ชื่อบัญชีอีเมลผู้ใช้
Password: รหัสผ่านของบัญชีอีเมล
เมื่อตั้งค่าเสร็จ กด Next เครื่องจะทำการ Verify บัญชีและรหัสผ่าน

กด Continue เพื่อยืนยัน Mail Server ที่จะใช้งาน

ตั้งค่าให้ Mail เป็นสถานะ ON จากนั้นกด Save

ไปที่ Mail จากหน้าหลัก จะเห็นได้ว่า บัญชีที่เราเพิ่มจะปรากฎขึ้นแล้ว
เลือกบัญชีอีเมลของเรา

เราจะสามารถรับ/ส่งข้อความจากบัญชีอีเมลนี้ได้แล้ว
ระบบ Email Hosting ที่รองรับมือถือทุกระบบ ที่ดีที่สุด

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด ผู้ให้บริการ Email Hosting ที่ดีที่สุด โดยบริษัท อันดับ 1 ของประเทศไทย 
http://www.technologyland.co.th/email hosting ที่ดีที่สุด

[MD OX] วิธีการตั้งค่าอีเมล์ @ชื่อบริษัท บน Windows Phone

ไป Settings

เลือก email + accounts

เลือก add an account

เลือก advanced setup

พิมพ์ชื่ออีเมล์และรหัสผ่าน

กด Next

เลือก Internet email

พิมพ์รายละเอียด
Account Name: (บัญชีอีเมล)
Your Name: (ชื่อของเรา)
Incoming email server: mail.privateemail.com หรือ mail.(ชื่อโดเมน)
Account type: IMAP4

User Name: (ชื่อบัญชีอีเมล)
Password: (รหัสผ่านบัญชีอีเมล)
Outgoing (SMTP) email server: mail.privateemail.com หรือ mail.(ชื่อโดเมน)

กด Sign in

Account จะปรากฏขึ้นมาใน email + accounts

ไปที่ Inbox กด More-->settings

กดชื่อ account ที่เพิ่มเมื่อสักครู่นี้ให้อีเมล์ลิงค์ไปยัง inbox

เมื่อ Account ถูกลิงค์จะถูกย้ายมาอยู่ที่ this inbox

เสร็จสิ้น

ระบบ Email Server อันดับ 1 ของประเทศไทย
โดย บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

[MD OX] วิธีการตั้งค่าอีเมล์ @ชื่อบริษัท บน MacBook


การใช้งานระบบ Email Server บนเครื่องคอมพิวเตอร์ MAC สามารถใช้งานได้โดยทำการติดตั้งอีเมล์บนเครื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ MAC วิธีการมีติดตั้งมีดังนี้


เปิด icon Mail 

เลือก Mail-->Preferences...

เมนู Accounts เลือก + เพื่อ Add account

พิมพ์รายละเอียดของเรา กด Continue

Incoming Mail Server
Account Type: IMAP
Description: คำบรรยาย, อธิบาย
Incoming Mail Server: mail.privateemail.com หรือ mail.(โดเมนเนม)
User Name: ใส่ชื่อบัญชีอีเมล์
Password: รหัสผ่านของบัญชีอีเมล
กด Continue

เลือก Use SSL กด Continue

Outgoing Mail Server: mail.privateemail.com หรือ mail.(โดเมนเนม)
ทำเครื่องหมายที่ Use Authentication
User Name: บัญชีอีเมล์ของเรา
Password: รหัสผ่านของบัญชีอีเมล
กด Continue

ตรวจสอบการตั้งค่าจากนั้นกด Continue

Account ใหม่จะปรากฎขึ้นมา


ไปที่ Preferences... อีกครั้ง

เข้าไปตั้งค่า Port ของอีเมล์ที่ Accounts-->Advanced ดังภาพ
IMAP Path Prefix: INBOX
Port: 995 Use SSL

ระบบ Email Server อันดับ 1 ของประเทศไทย
โดย บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วิธีเลือกซื้อ Web Hosting (เว็บโฮสติ้ง) ที่ไหนดีที่สุด พร้อม บทวิเคราะห์อย่างละเอียด

บทวิเคราะห์ที่ละเอียดที่สุดสำหรับการเลือกซื้อ
เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting)

บทวิเคราะห์สำหรับการเลือกซื้อ เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) 


หลายๆคนที่มีเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บส่วนตัวหรือเว็บของหน่วยงานองค์กรบริษัทของตนเอง หากต้องการนำขึ้นเว็บสิ่งแรกที่ต้องมี คือ  เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) หรือ แปลตรงๆ ก็แปลว่าที่ฝากเว็บไซต์ ผู้เขียนในฐานะที่อยู่ในแวดวง Web Hosting มามากกว่า 10 ปี ขอให้ผู้ซื้อวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัทที่ให้บริการ Web Hosting ก่อนที่จะทำการซื้อดังนี้



  1. Web Hosting ต้องไม่ล่มผู้ให้บริการ Web Hosting ต้องเป็นบริษัทที่มั่นคง



    ควรเลือกซื้อหรือเช่าเว็บโฮสติ้งจากบริษัทที่มีความมั่นคง


    เป็นเรื่องธรรมดาที่บริษัทที่มีความมั่นคงจะทำให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมั่น และเชื่อถือมากกว่าบริษัทเล็กๆ หรือ คนขาย Hosting ที่เป็นบุคคลธรรมดา แต่ในทางกลับกัน หากคุณเลือกซื้อ Web Hosting กับ บริษัทที่มีความมั่นคงหรือมีชื่อเสียง ราคานั้นก็จะสูงกว่าเจ้าอื่นๆ เพราะบริษัทใหญ่ๆ ต้องมีค่าบริหารจัดการที่ทำให้ Hosting ที่คุณใช้มีความเป็นมาตรฐาน แต่ผู้เขียนแนะนำว่าเป็นสิ่งที่คุณควรจะต้องจ่าย ไม่อย่างนั้น คุณอาจจะต้องประสบปัญหา เช่น โทรหาไปยังผู้ให้บริการ Hosting ไม่ได้เพราะปิดมือถือ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมากมาย และ ทำให้คุณต้องย้าย Hosting ในที่สุด
  2. ผู้ให้บริการส่วนมากมักจะโฆษณาว่า 99.999% Uptime

    การล่มของเว็บโฮสติ้งนั้นมีผลต่อธุรกิจของคุณ
    ซึ่งแปลว่า ซึ่งค่าเฉลี่ยที่ผู้เขียนวิเคราะห์ลงไปอย่างละเอียดจะเป็นดังนี้
    99.999% uptime = 5 นาที downtime / ปี
    99.99% uptime = 53 นาที downtime / ปี
    99.9% uptime = 8 ชั่วโมง 45 minutes downtime / ปี
    99% uptime = 3.65 วัน downtime / ปี

    ซึ่งแปลว่าทั้งปีห้ามล่มเกิน 5 นาที ซึ่งผู้เขียนมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะแค่เพียงทำการ Restart Server บางทีเผลอๆ ก็ใช้เวลาไปเกิน 5 นาทีแล้ว ซึ่งมันเกิดแน่นอนดังนั้นถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ มันก็ควรจะเป็นช่วงเย็นเท่านั้น ไม่ใช้ตอนกลางวัน
  3. Server ต้องอยู่ใน Data Center จริงๆ
    Datacenter เป็นห้องที่ความมั่นคงสูง เช่น

    Server ของคุณต้องตั้งอยู่ใน Data Center
    3.1 ต้องมีอุณหภูมิและความชื้นคงที่  เหมาะสมตามค่ามาตรฐานสากล

    3.2 ต้องมีระบบป้องกันอัคคีภัยที่เป็นมาตรฐาน

    3.3 ต้องมีวิศวกรคอยควบคุมตลอดเวลา
    ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความเสถียร และความปลอดภัยของ Server ซึ่งคุณได้ใช้อยู่ แต่ก็ต้องยอมรับราคาที่อาจจะสูงกว่าปกติด้วย
  4. ต้องมีความปลอดภัย

    SSL คือ ใบรับรองความปลอดภัยของข้อมูล


    ผู้ให้บริการไม่กี่รายนักในประเทศไทย ที่ได้มีการเก็บข้อมูลของลูกค้าด้วยการเข้ารหัส ที่ได้รับรับรอง SSL Certificate หรือ ใบรับรองความปลอดภัย ซึ่ง SSL Certificate เป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ว่าการทำธุรกรรมต่างๆ ระหว่างคุณกับผู้ให้บริการ Web Hosting นั้นมีความปลอดภัยที่สุด

  5. Support เป็นหัวใจและสิ่งสำคัญที่สุด

    การให้บริการลูกค้าด้วยทีมวิศวกรที่มีความเป็นมืออาชีพ นั้นเป็นหัวใจที่สำคัญ


    5.1 Live Chat
    Live Chat เป็นรูปแบบการ Support ที่ผู้ให้บริการ Web Hosting ที่มีมาตรฐานจะให้ลูกค้าได้ใช้บริการ ซึ่ง Live Chat ค่อนข้างสำคัญมาก จากมุมมองผู้เขียนเพราะบางทีต้องส่งข้อมูลซึ่งเป็น ตัวอักษรยึกยือ ซึ่งบางทีการโทรคุยกันอาจจะไม่สะดวก หรือทางอีเมล์ ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้คำตอบ


    5.2 Remote Support

    เป็นการช่วยเหลือเว็บโฮสติ้งที่ดีที่สุด
    การ Support ด้วยการควบคุมหน้าจอจากระยะไกล 


    Remote Support เป็นรูปแบบการให้บริการที่ดีที่สุด ที่มีผู้ให้บริการ Web Hosting ไม่กี่รายในประเทศให้บริการ Support ในรูปแบบนี้ เนื่องจากต้องใช้ทั้งทรัพยากรทีมวิศวกร, เวลา, Software และอุปกรณ์ด้าน Hardware ซึ่งเป็นอุปสรรคที่ผู้ให้บริการ Web Hosting ไม่สามารถให้บริการในรูปแบบนี้ได้เพราะมีราคาสูง
    ในมุมมองผู้เขียนมองว่าการ Remote Support เป็นการ  Service ที่ดีที่สุด เพราะว่า วิศวกรของบริษัทผู้ให้บริการนั้นสามารถมองเห็นปัญหาจากหน้าจอของคุณจริงๆ และสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาได้ทันที

    5.3 Email หรือ Ticket Support 
    เป็นรูปแบบการให้บริการ Support พื้นฐานที่ทุกบริษัทที่ให้บริการด้าน Web Hosting ควรที่จะมี หากไม่มีข้อนี้ คุณควรเปลี่ยนเจ้าโดยทันที เพราะอาจจะทำให้คุณติดต่อผู้ให้บริการไม่ได้

    5.4 Call Support
    เป็นรูปแบบบริการพื้นฐาน เช่นเดียวกัน จากประสบการณ์​ของผู้เขียนที่ได้พูดคุยกับโปรแกรมเมอร์จำนวนมาก มักพบว่าบริษัทหรือหน่วยง่ายหลายๆที่ ไม่ได้ให้ลูกค้าคุยกับวิศวกร แต่กลับให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีความรู้ในการแก้ไขปัญหามารับสายหรือรับเรื่องเอาไว้ ซึ่งทำให้ปัญหาของคุณถูกดองไว้ ซึ่งเสียเวลาและเกิดความไม่สะดวกกับทางคุณเช่นเดียวกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้ง มาตรฐานสูงสุดสำหรับองค์กรและธุรกิจ

10 เหตุผลที่ไม่ควรใช้อีเมล์ที่ถูกแถมมากับ Web Hosting (เว็บโฮสติ้ง)


หรือ Share Web Hosting
10 เหตุผลที่ทำไม คุณไม่ควรเลือกใช้อีเมล์ที่ถูกแถมมากับ Web Hosting


หลายๆคนที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อ Web Hosting ซึ่งไม่ผิดหากคุณต้องซื้อของที่ถูกที่สุด พร้อม Function ครบถ้วน เช่น พื้นที่จัดเก็บเว็บต้องมีเยอะBanwidth เยอะๆ, มีฐานข้อมูล MySql และ รองรับภาษาโปรแกรมที่ตนเองเขียน เช่น PHP เป็นต้น  แต่คุณคิดผิดทันทีหากคุณต้องการใช้ Email ที่ถูกแถมมากับ Web Hosting

10 เหตุผลที่คุณไม่ควรใช้อีเมล์ที่ถูกแถมมากับ Web Hosting

  1. Web Hosting ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานแบบเว็บ จริงๆ และ ผู้ขายก็ต้องแบ่งขายให้ได้มากที่สุด เพื่อให้คุ้มทุน ดังนั้นคุณก็ต้องไปใช้ Email กับ คนอื่นๆ เป็นจำนวนมาก
  2. ในหนึ่งเครื่องประกอบไปด้วยเว็บเป็นร้อยๆ พันๆ เว็บ แต่ละเว็บก็มีอีเมล์เป็นของตัวเอง ยกตัวอย่าง Server A มี Web ที่ใช้ Server  เดียวกัน 1,000 เว็บ ลองนึกเอาเล่นๆ ว่าแต่ละเว็บมีอย่างน้อย 1 อีเมล์ เท่ากับว่า Server A มีอีเมล์ทั้งหมด 1,000x10 = 10,000 Account อีเมล์ของคุณมันก็แค่เสี้ยวเล็กๆในนั้น ซึ่งมันต้องมีปัญหาการใช้งาน
  3. จากข้อ 2 คุณจะพบกับปัญหารับอีเมล์ได้ช้า เช่น มีเพื่อนส่งอีเมล์มาให้คุณกว่าที่คุณจะเห็น อีเมล์คุณก็ต้องเข้าคิวกับ Email เป็น 10,000 เมล์ ซึ่งก็ไม่แปลกที่กว่าคุณจะได้รับเมล์ จะช้าหรือ Delay
  4. จากข้อ 2 ก็เช่นกัน การส่งอีเมล์ไปหาคนอื่นคุณอาจจะต้องเรียงคิวเป็นหมื่นๆ กว่าเมล์ตัวเองจะได้ส่งออกไป ทำให้ ผู้รับกว่าจะได้รับเมล์คุณก็ต้องรอนานมาก
  5. Web Hosting หรือ Web Server มีเพียง 1 IP, แต่ใช้กันเป็นร้อยๆพันๆเว็บ เมื่อ Email Account ใด Account หนึ่ง ไปทำสิ่งผิดๆมา เช่น ส่ง Spam แทนที่ผู้รับจะ Block Email นั้นคนเดียว มันก็ Block Email ทั้งหมดที่อยู่ใน Server นั้น มันก็จะทำให้คุณส่งอีเมล์ไม่ออก หรือ ออกบางฉบับ
  6. เมื่อ IP ของ Server คุณ โดน Block, Admin หรือผู้ดูแล สามารถไปแก้เป็น White List (หรือ ปลด Block ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน) แต่ อีกไม่นานมันก็จะติด Black List อีก และ มันก็จะเป็นวงจรอย่างนี้ไปเรื่อยๆอีก
  7. มีผู้ให้บริการ Web Hosting น้อยมากที่จะสามารถแก้ไขข้อ 6 ได้อย่างถาวร นอกจาก เป็น Hosting ของ ISP รายใหญ่ของประเทศจริงๆ ซึ่งเค้าจะมีความเข้มงวดและมีข้อจำกัดการส่งของ Email แต่ละ Accont มาก
  8. Web Hosting ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของเว็บและฐานข้อมูลเป็นหลัก ดังนั้น เรื่องอีเมล์มันเป็นแค่ Function เดียวในนั้น ซึ่งมันก็ย่อมทำให้เกิดปัญหาการใช้งาน เพราะมันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อระบบ Email Server โดยเฉพาะ
  9. หากคุณใช้ Email ในการติดต่อธุรกิจเป็นหลักจริงๆ ผู้เขียนแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้เลือกใช้บริการกับ ผู้ให้บริการ Email Hosting หรือ Email Server โดยเฉพาะ
  10. ถ้า IP ของเครื่อง Web Hosting ไม่มี PTR Record (ซึ่งเป็นค่าทางเทคนิคค่าหนึ่ง ที่ ISP ต้องเป็นผู้รับรอง) หากไม่มี Email ของคุณก็อาจจะส่งไปหาอีเมล์บางกลุ่มไม่ได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

[Thunderbird] วิธีการ Back up messages emails ใน inbox ลงเครื่องคอมฯ

วิธี Backup Email หรือ สำรองข้อมูลอีเมล์ ไว้ในเครื่อง โดยฟรีแวร์ อย่าง Thunderbird


บทความนี้เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่จะสามารถสำรองข้อความในอีเมล์ในระบบ Email Hostingที่เราเคยติดต่อกับลูกค้าหรือ Supplier ไว้ลงเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เพื่อป้องกันข้อมูลของเราสูญหาย มีขั้นตอนดังนี้


ในโปรแกรม Thunderbird
ไปที่ Inbox ของเรา และกดปุ่ม Ctrl + A เพื่อเลือกข้อความอีเมล์ที่จะ Backup จากนั้นคลิกขวา เลือกที่ Save As...

Backup ลงใน Folder ที่เราต้องการในเครื่อง
จะมีหน้าต่างซ้อนขึ้นมา ให้สร้าง Folder ขึ้นมาบน Desktop แล้วตั้งชื่อ
(ในที่นี้จะตั้งว่า a@maildee.com) จากนั้นกดปุ่ม Select Folder

ข้อความต่างๆใน Inbox ของเราจะถูกดาวน์โหลดลงโฟลเดอร์ที่เราได้เลือกไว้
ในที่นี้คืออยู่ในโฟลเดอร์ชื่อ a@maildee.com บน Desktop

เมื่อทำตามขั้นตอนด้านบนแล้ว ข้อมูลจะถูกโหลดลงโฟลเดอร์ เมื่อเสร็จสิ้น

เรามาดูวิธีการนำข้อความต่างๆ  ใน Folder อีเมล์ กลับมาที่ Inbox กัน


ขั้นแรกให้เปิดโปรแกรม Thunderbird ขึ้นมา และเลือก inbox ที่จะนำข้อความต่างๆ ใส่กลับลงไป
และเปิดโฟลเดอร์ที่เราทำการ Backup เอาไว้ ดังภาพ


จากหน้าโฟลเดอร์ให้เลือกข้อความทั้งหมด โดยกด Ctrl+A และกดคลิกค้างไว้
แล้วลากข้อความทั้งหมดลงมาที่ Inbox ในโปรแกรม Thunderbird


มานั้นเสร็จสิ้นแล้ว
รอดาวน์โหลดข้อความต่างๆ จนเสร็จสิ้น

จะเห็นได้ว่าขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างสะดวกมากในการเก็บข้อความต่างๆ ของผู้ส่ง มาเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธี Import Address book  แบบ VCARD เข้าโปรแกรม Thunderbird
วิธี Import Address book แบบ CSV เข้าโปรแกรม Thunderbird
วิธี วิธี Export Address book ของโปรแกรม Thunder bird ให้เป็นไฟล์เก็บในเครื่อง
วิธีใช้ Add Email หลายๆ Account ใน Thunderbird
วิธี Download และลงโปรแกรม Thunderbird 
การตั้งค่าอีเมล์บริษัท บนโปรแกรม Thunderbird
วิธีตั้งลายเซ็นบนโปรแกรม Thunderbird


บทความโดย

บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้นำ ระบบ Email Server สำหรับบริษัท เล็ก-ใหญ่ ที่ดีที่สุดในประเทศไทย


วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

[Thunderbird] วิธีการตั้งค่าให้ อีเมล์ตอบกลับ เริ่มต้น Cursor ที่ด้านบนของข้อความเดิม

เมื่ออ่านหัวข้อบทความนี้ แล้วหลายๆคน อาจจะยังคงมีคำถาม หรือเกิดความสงสัยว่า หมายถึงการตั้งค่าแบบใด ผู้เขียนจะขออธิบายให้ผู้อ่านเข้าใจด้วยภาพจะง่ายกว่า ดังนี้ค่ะ
ตัวอย่างภาพแรก

เวลาตอบอีเมล์
เวลาที่เรา Reply email กลับไปยังผู้ส่ง โปรแกรมมักจะตั้งค่าให้เราเริ่มตอบกลับจากด้านล่างของข้อความเดิม

และการตั้งค่าเริ่มต้นดังกล่าวของโปรแกรม Thunderbird อาจจะทำให้ผู้ใช้บางคนเกิดความไม่คุ้นเคย ในการตอบกลับอีเมล์ เนื่องจากว่าเวลาที่เราตอบกลับ (Reply) เรามักจะให้บทสนทนาเดิมนั้น อยู่ด้านล่างข้อความใหม่ที่เรากำลังจะพิมพ์ตอบกลับไป ผู้เขียนจึงขออธิบายวิธีการตั้งค่าให้ Cursor เริ่มต้นที่ด้านบนสุดของอีเมล์ที่จะตอบกลับ ตามภาพประกอบดังนี้


คลิกขวาที่ชื่ออีเมล์ที่ต้องการตั้งค่า เลือก Settings...

จากนั้นเลือกอีเมล์ที่เราต้องการตั้งค่า คลิกที่ Composition & Addressing
ตั้งค่าตามภาพ เลือก "Start my reply above the quote"

และตั้งค่าเพิ่มเติมให้ลายเซ็นต์ของเราอยู่ต่อท้ายจากข้อความที่เราจะ Reply (เหนือข้อความเดิม)

หลังจากตั้งค่าตามภาพแล้ว คลิกปุ่ม OK และเราลองมาทดสอบกันค่ะ


เลือกอีเมล์สักฉบับที่ถูกส่งมา กดปุ่ม Reply

ระบบอีเมล์บริษัท
จะเห็นได้ว่า Cursor เริ่มต้นและลายเซ็นของเรานั้น ย้ายมาอยู่ด้านบนของข้อความเดิมแล้ว
(ตรงข้ามกับตัวอย่างภาพแรก)


บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธี Import Address book  แบบ VCARD เข้าโปรแกรม Thunderbird
วิธี Import Address book แบบ CSV เข้าโปรแกรม Thunderbird
วิธี วิธี Export Address book ของโปรแกรม Thunder bird ให้เป็นไฟล์เก็บในเครื่อง
วิธีใช้ Add Email หลายๆ Account ใน Thunderbird
วิธี Download และลงโปรแกรม Thunderbird 
การตั้งค่าอีเมล์บริษัท บนโปรแกรม Thunderbird
วิธีตั้งลายเซ็นต์บนโปรแกรม Thunderbird



บทความโดย
Jarunya Ruangritkul
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้นำ ผู้ให้บริการ ระบบ Email Server สำหรับบริษัท