แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ smtp คืออะไร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ smtp คืออะไร แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

ทำไม Email Server/Hosting หรือ SMTP ถึงมีการจำกัด การส่งต่อวัน ?

Email Server/Hosting ทำไมถึงต้องมี Limit การส่งต่อชั่วโมง และต่อวัน

ปริมาณการส่งออกต่อวัน
ทำไมผู้ให้บริการ Email Server ถึงมีการจำกัดการส่งต่อวัน


มีคนจำนวนมากที่ใช้ อีเมล์บริษัท เพื่อใช้ในการสื่อสารติดต่อธุรกิจอย่างถูกต้อง ตามวัตถุประสงค์ของผู้ให้บริการ Email Server/Hosting คือใช้เพื่อความสะดวกในการสื่อสาร

แต่มีคนจำนวนหนึ่ง ใช้งาน Email Server/Hosting  ไปในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ของการใช้ อีเมล์บริษัท ที่ถูกต้อง ซึ่งคนเหล่านี้จะพยายามที่จะส่ง Email จำนวนมหาศาลเพื่อโฆษณา (Spam mail) ไปยังกลุ่มบุคคล หรือ Email ที่ตนเองไม่ได้รู้จัก หรือ เรียกว่า Bomb Mail 

สิ่งเหล่านี้เป็นข้อกังวล ของผู้ให้บริการ Email Server เป็นอย่างมาก เพราะอะไรเราลองมาดูจากภาพประกอบกัน

เนื่องจากกังวลว่า IP ของ Email Server ตนเองจะติด Blacklist
สาเหตุที่ผู้ให้บริการ Email Hosting   จำกัด ปริมาณการส่งของคุณ โดยส่วนใหญ่แล้วจะกำหนด
ไม่ให้ Email ในทั้ง Domain ของตนเองเกิน 300 ฉบับต่อวัน เนื่องจาก หากให้ผู้ใช้บริการสามารถส่งได้เยอะกว่านี้
ผู้ให้บริการ Email Hosting  จะติด IP ของผู้ส่งจะติด Blacklist ทำให้ผู้ใช้งานทั้งหมดไม่สามารถส่ง Email ไปหา Gmail, Yahoo, Hotmail หรือ อีเมล์อื่นๆ ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงได้


แล้วถ้าบริษัทของฉัน เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มี User เป็นพัน จะทำอย่างไร ?

เมื่อผู้ให้บริการ Email Hosting  มีการจำกัดปริมาณการส่งต่อชั่วโมงและต่อวัน แล้วในองค์กรขนาดใหญ่ ที่มี User เป็นพันๆคน ภายใต้ Domain เดียวกัน แสดงว่าคนเป็นพันๆคนนั้น ทั้งหมด สามารถส่ง Email ได้รวม ไม่เกิน 300  ฉบับต่อชั่วโมง หรอ มันดูผิดหลัก Logic มากเลย เราต้องประหยัดการส่ง Email ออก, แล้วจะมี Email บริษัท ไปทำไมกัน เรามีทางออก สำหรับองค์กรใหญ่ๆ ที่มี User มากกว่า 200 ขึ้นไปดังนี้


ที่มี SMTP ในการส่งจำนวนมาก
ผู้ให้บริการ Email Server สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็จะไม่ยอมให้ Email Server 1 เครื่อง ส่ง อีเมล์ได้มากกว่า 300 ฉบับ แน่นอนเพราะมันเกิดความเสี่ยงที่จะติด IP Blacklist ตามที่กล่าวไปข้่างต้น หรือ พูดในเชิงเทคนิค คือ
ไม่ให้ 1 Domain ใช้ SMTP เดียวในการส่ง (ในเคสที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่)

เราจึงขอยกตัวอย่างการทำงานของ Email Server ในองค์กรขนาดใหญ่

ผู้ให้บริการ Email Server จะต้องมี SMTP หลายๆ ตัว ยกตัวอย่าง บริษัท คุณมี User ทั้งหมด 900 คน ผู้ให้บริการ Email Hosting อาจจะมี SMTP สำหรับส่งอีเมล์ไว้ 3 ตัวซึ่งอาจจะต้องวางแผนกับทีม IT ของหน่วยงานนั้นๆ ว่าพฤติกรรมของ User แต่ละกลุ่ม  มีการใช้งานอย่างไรโดยอาจจะวางแผนได้ดังนี้

  1. SMTP1 หรือ Email Server ตัวแรก ให้อีเมล์ของฝ่าย HR ใช้งาน ซึ่ง User ในกลุ่มนี้ จะมีการส่ง Email ต่อวันมากที่สุด เช่น hr@company.com คนเดียว ในทุกๆเช้าอาจจะต้องส่งข่าวประกาศไปหา User ทั้งองค์กร ก็ 900 ฉบับ แล้ว ผู้ให้บริการ Email Server อาจจะมีการยอมให้ SMTP Server ตัวที่ 1 สามารถส่งได้ต่อวันมากสุด คือ  3,000 ฉบับ (และที่ยอมให้ถึงขนาด 3,000 นั้น) เพราะว่ารูปแบบการสื่อสารนั้นเป็นการสื่อสารภายในถึง IP จะติด Blacklist ก็เกิดผลกระทบน้อย คือ ไม่สามารถส่งไปยัง Email อื่นๆ เช่น Hotmail, Gmail, Yahoo ได้  แต่ก็ยังสื่อสารกับบุคคลภายในได้
  2. SMTP2 อาจจะกำหนด Limit การส่งต่อวันอยู่ที่ 2,000 ฉบับ ต่อวัน เพื่อรองรับ User ที่มีการใช้งาน มากปานกลาง (โดยในกรณีที่ IP ติด Blacklist) ใน SMTP2 นั้นอาจจะมี IP 2 ตัว คือ พร้อมสำรองทันทีในกรณีที่ IP ตัวแรก ติด Blacklist เพราะการกำหนดให้ถึง 2,000 ฉบับ/วัน/Domain ก็ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะติด Blacklist
  3. SMTP3 อาจจะกำหนด Limit การส่งอยู่ที่ 200 ฉบับต่อ ชั่วโมง และรวมทั้ง Domain ต้องไม่เกิน 300 ฉบับต่อชั่วโมง ซึ่งให้ SMTP3 นั้นชัวร์ๆ ว่ายังไงก็ไม่ติด Blacklist เพราะได้มีการจำกัดไว้แล้ว 

เหตุผลอะไรที่ทำไมผู้ให้บริการถึงต้องกลัวขนาดนั้น

ภาพอธิบายเพิ่มเติมข้อ1 บางครั้ง User ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะส่ง Email ออกไปจำนวนเยอะๆ
แต่บางทีการติดไวรัสก็ทำให้่ User เหล่านั้นส่ง Email ออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

  1. บางที User เหล่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะ Bomb Mail คือ ใช้งานภายใต้กฏและนโยบายที่ถูกต้อง แต่บางที ไวรัสบางตัว มันดันไปส่ง Email ให้อัตโนมัติ หาก Email Server ไม่มีการ Limit การส่งไว้ มันก็หมายถึง Email Server ตัวนี้กำลังส่ง Spam ไปยัง Email อื่นๆ อย่างอัตโนมัติ ทำให้ ติด Blacklist ในที่สุด

    หรือ IP ติด Blacklist
    ภาพอธิบายเพิ่มเติมข้อ2 ทำไมผู้ให้บริการถึงไม่ให้ผู้ใช้บริการใช้ SMTP เพียงตัวเดียว
  2. ผู้ให้บริการต้องการให้การใช้งานของ User เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะในเชิงเทคนิคแล้ว จะสามารถกำหนดปริมาณการส่งเป็น Unlimited เลยก็ได้ แต่ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดคือ User นั่นเอง เพราะหาก SMTP ตัวนี้ติด Blacklist ขึ้นมา คุณก็ไม่สามารถติดต่อบุคคลภายนอกได้เลย

    หรือ SMTP หลายๆตัว สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
    ภาพอธิบายเพิ่มเติมข้อ 3 การบริหารความเสี่ยง

  3. เป็นการบริหารความเสี่ยงของความเสถียร ซึ่งผู้ให้บริการต้องการกระจาย SMTP ไปหลายๆตัว เพราะหากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ควบคุมไม่ได้ ใน SMTP Server ใด Server หนึ่งขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อย User อื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้ SMTP ตัวนี้ก็ยังสามารถทำงานต่อไปได้ 

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ ระบบ อีเมล์บริษัท อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่ บริษัท ชั้นนำ เลือกใช้งาน

วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Outgoing Server หรือ SMTP คืออะไร และ จะตั้งค่าใน มือถือ หรือ Outlook ได้อย่างไร

บทความโดย 
MailDee.com (ผู้ให้บริการ Email Hosting สำหรับองค์กรและธุรกิจ อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้) คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม >>
การตั้งค่า Outgoing Server หรือ SMTP ใน Outlook หรือ ในมือถือ iPhone (Apple), Samsung (Android)

สำหรับผู้ใช้งาน Email ทั่วไปที่ไม่ได้ใช้ผ่าน Email Server  หรือพูดง่ายๆคือ Free Email เช่น Hotmail, Gmail, Yahoo  มีหลายๆท่านที่ใช้ในการทำงานและต้องตั้งค่าบนโปรแกรม Outlook และ มือถือ iPhone และ Samsung แล้วปัญหา คือ เราจะรู้ค่าเหล่านี้ได้อย่างไรเพราะไม่เคยมีใครมาบอก แล้วทำไมต้องมาตั้งให้ยุ่งยากด้วย แทนที่จะใช้แค่ Username ที่เป็น Email กับ Password ก็พอแล้ว


บทความโดย 
MailDee.com (ผู้ให้บริการ Email Hosting สำหรับองค์กรและธุรกิจ อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้) คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม >>


อย่างไรท่านก็หนีไม่พ้น เพราะ การใช้งานผ่านโปรแกรม Outlook หรือ มือถือ บางครั้งมันไม่ฉลาดพอ ทีจะตั้งค่าพวกนี้ให้อย่างอัตโนมัติ เราต้องเป็นผู้มาตั้งด้วยตนเอง

สำหรับ Free Email ค่า Incoming และ  Outgoing Server จะเป็นดังนี้

Gmail
POP and SMTP Server Settings


Gmail Outgoing Mail (SMTP) Server: smtp.gmail.com
Use Authentication: Yes
Port for SSL: 465

Gmail Incoming Mail (POP3) Server: pop.gmail.com
Use SSL: Yes
Port: 995
Note: Enabling POP in Gmail

Account Name: Your full email address (including @gmail.com or @your_domain.com)
Email Address: Your email address
Password: Your Gmail password


Outlook /
Hotmail POP and SMTP Server Settings


Outlook/Hotmail Outgoing Mail (SMTP) Server: smtp.live.com
SMTP server needs authentication: Yes
This server requires SSL: No
Port: 587

Account Name: Your full email address
Email Address: Your email address
Password: Your Outlook.com password

Yahoo! Mail POP and SMTP Server Settings

Yahoo! Mail Outgoing Mail (SMTP) Server: smtp.mail.yahoo.com
Use Authentication: Yes
Port: 25 or 587 (แนะนำเป็น 587)


แล้วถ้าเป็น Email บริษัทที่ใช้ผ่าน Email Server เช่น name@company.com/.co.th จะตั้งค่าเป็นอะไร
ก่อนอื่นผู้อ่านต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Outgoing Server หรือ SMTP มีความหมายว่าอะไร แล้วมันทำงานอย่างไร

ภาพรวม การทำงานของ Outgoing Server หรือ SMTP หรือ
ขั้นตอนในการส่ง Email ออก 1 ฉบับ สำหรับการใช้งานผ่าน Email Hosting

Outgoing Server ชื่อหรือความหมายก็ค่อนข้างตรงตัวอยู่แล้ว ที่แปลว่า Server ที่ใช้ในการส่ง Email ออกไป ซึ่งการที่คุณจะส่ง Email ออกไปในแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ Email Server ของคุณว่า ได้มีการกำหนดค่าเพื่อใช้ในการตั้งค่าใน Outlook, มือถือ, iPhone, Samsung ซึ่งค่าที่คุณต้องรู้หลักๆ มีอยู่ 2 ค่า คือ

1.ค่า Outgoing Server  โดยส่วนมาก ผู้ให้บริการ Email Server จะกำหนดเป็น
smtp.domain.com/.co.th
mail.domain.com/.co.th

2.Port ที่ใช้ในการส่งออก ซึ่งผู้ให้บริการ Email Server ส่วนมากจะกำหนดเป็น
Port : 25 หรือ 587
(ผู้เขียนแนะนำให้ท่านตั้งเป็น 587 สำหรับการใช้งานบนโปรแกรม Microsoft Outlook)
เพราะว่าโดยการใช้งานทั่วไป ISP หรือผู้ให้บริการ Internet ในประเทศไทย อาจจะมีการ Block Port 25 ไว้ หรือหากไม่ Block เมื่อใช้งานไประยะหนึ่งแล้วจะมีการ Block ทำให้ท่านไม่สามารถส่ง Email ออกจากโปรแกรม Outlook ได้ วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ ให้ท่านลองเปลี่ยนเป็น Port 587 ดู)


ซึ่งค่า 2 ค่านี้ โดยส่วนมาก ผู้ให้บริการจะกำหนดเป็นค่าที่กล่าวเอาไว้ด้านบน แต่หากท่านลองตั้งค่าดังกล่าวแล้ว ยังไม่สามารถใช้งานได้ หรือ ส่งอีเมล์ออกไม่ได้ โปรดติดต่อผู้ให้บริการ Email Server ของท่าน เพื่อสอบถามการใช้งาน

บทความโดย 
MailDee.com (ผู้ให้บริการ Email Hosting สำหรับองค์กรและธุรกิจ อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้) คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม >>