วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ในการส่ง Email ควรแนบไฟล์ไม่เกินเท่าไหร่ เพราะเหตุใด


Limit ของขนาดไฟล์แนบในการส่ง Email หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมถึงได้น้อยเหลือเกิน เพิ่มกว่านี้ไม่ได้หรือ ซึ่งบางผู้ให้บริการ Email Hosting จะมีหน้า Admin สำหรับการตั้งค่าขนาดไฟล์แนบในการส่งเมลได้ ผู้ใช้ก็ทำการปรับเปลี่ยนให้เป็น 30 MB จะได้ส่งไฟล์ได้เยอะๆ แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เมลที่ส่งไปไม่สามารถไปถึงมือผู้รับได้โดนตีกลับเนื่องจากไฟล์มีขนาดใหญ่เกินไป





นั่นเป็นเพราะมาตราฐานส่วนใหญ่ของผู้ให้บริการ Host Mail นั้นกำหนดค่าไว้อยู่ที่ 20 MB ต่อครั้ง โดยทั่วไปแล้วการติดต่อกันทาง Email ก็ใช้ตัวอักษรเป็นส่วนใหญ่ หรือแนบไฟล์เอกสารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การที่แนบไฟล์ที่มีขนาดใหญ่มากกว่านั้นก็อาจต้องสงสัยว่าอาจจะเป็น Mail Virus ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้ได้

ถ้าหากผู้ใช้มีความจำเป็นในการส่งไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่านั่น ก็มีบริการอื่น ๆ มากมายที่เหมาะสำหรับการส่งไฟล์ทีละมาก ๆ เช่น Google Drive, One Drive, Dropbox, Box และ iCloud เป็นต้น


บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

ผู้ให้บริการอีเมลสำหรับบริษัทคุณภาพสูง

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

DKIM ทำงานอย่างไร

DKIM ทำงานอย่างไร

DKIM  เป็นระบบที่ช่วยป้องกันการดักจับ Spam Mail วิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ให้บริการฟรีอีเมล์ทั้งหลาย ซึ่งหากเมล์ที่เราส่งออกไปมีการตั้งค่าอย่างถูกต้อง จะเป็นการเพิ่มความมั่นใจได้ว่า เมล์ที่เราส่งไปนั้นไม่ไปอยู่ใน Junk Folder และทำให้ไม่พลาดการติดต่อสื่อสาร หากเมล์นั้นเป็นเมล์สำคัญ

เมื่อเริ่มต้นกระบวนการ ระบบจะสร้าง Code ขึ้นมา 2 ตัวนี้จะเข้าชุดกัน โดยเมื่อใช้ตัวใดตัวหนึ่ง เข้ารหัสข้อมูลไว้ จะสามารถใช้อีกตัวหนึ่งถอดรหัสข้อมูลกลับมาได้

เมื่อมีการส่งอีเมลจากระบบ ข้อมูลอีเมลจะถูกเข้ารหัสด้วย Code และแนบข้อมูลที่เข้ารหัสไปกับ header ในฝั่งผู้รับ เมื่อได้รับอีเมลแล้ว สามารถไปหยิบ Code ที่เราวางไว้ให้ เพื่อมาถอดรหัส และตรวจสอบว่าข้อมูลที่ถอดรหัสแล้ว ตรงกับเนื้อหาที่ได้รับมาหรือไม่ ทำให้สามารถยืนยันได้ว่า ข้อมูลที่ได้รับนั้น ไม่ได้ถูกแก้ไขระหว่างทาง


บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

ผู้ให้บริการอีเมลโฮสติ้งสำหรับองค์กรที่มีความปลอดภัยสูงสุด

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วิธีปิด SSL บน iPhone/iPad

การใช้งานอีเมลสำหรับบริษัทในบางครั้ง เราสามารถที่จะปิด SSL ได้หาก การเชื่อมต่อแบบ SSL ใช้งานไม่ได้ชั่วคราว มาดูขั้นตอนการปิด SSL จาก iPhone กัน

1. ขั้นแรกไปที่ Settings



2. เลือก Passwords & Accounts



3. เลือก Email acccount ที่ติดตั้งไว้




4. เลือก Email acccount ที่ต้องการปิด SSL

 
เลือก Email acccount ที่ต้องการปิด SSL

5. เข้าไปที่หัวข้อ Advanced

คลิก 'Advanced'


6. ปิด SSL ใน Incoming Settings

ปิด SSL ในการตั้งค่าขารับ


7. เมื่อปิด SSL ฝั่งขารับ ให้เข้าไปที่ SMTP เพื่อปิด SSL ฝั่งขาออกด้วย


คลิกที่ Outgoing Mail Server (SMTP)


8. เลือก Server ที่จะปิด SSL (มักจะเป็น Primary Server)

คลิกที่ Server ที่ต้องการปิด SSL

9. ปิด SSL ฝั่งขาออก

ปิด SSL ในฝั่งขาออก จากนั้นกดปุ่ม Done


เมื่อปิด SSL แล้ว ให้ลองทดสอบรับ-ส่งข้อความ ก็จะใช้งานได้ตามปกติ

ผู้ให้บริการ Email server บน Cloud Server คุณภาพสูง

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ขั้นตอนการจดทะเบียนโดเมน .com

การจดทะเบียน Domain .com


การจดทะเบียน Domain name มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของก่อน ว่าชื่อโดเมนที่เราจะใช้งานนั้น มีใครใช้งานไปแล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่มี เราก็สามารถจดทะเบียนโดเมนนั้นได้ แต่ทว่ามีคนจดชื่อโดเมนนั้นไปแล้ว เราก็จะไม่สามารถไปจดซ้ำได้ จึงต้องมาการพิจารณาชื่อโดเมนเนมใหม่ เพื่อที่จะใช้งานโดเมนดังกล่าวได้

บริษัท เทคโนโลยี แลนด์ จำกัด

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการ Email hosting สำหรับบริษัท

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การกรอง Spam ด้วยการ Whitelist และ Blacklist ทำงานอย่างไร

การกรอง Spam ด้วยการกำหนด Whitelist และ Blacklist นั้น ถือเป็นระบบการกรองในขั้นต้นของระบบกรอง Spam โดยบางท่านอาจสงสัยว่าอะไรคือ Whitelist และ Blacklist ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการตัดสิน ว่าอีเมลใดสมควรเป็น Sender Blacklist

โดยส่วนใหญ่มาจากการที่มีการส่งเมลที่เป็น Spam จากไอพีไป ยัง Server อื่น ทำให้ผู้ดูแลทางฝังที่ได้รับเมล ทำการแจ้งไปว่า IP Hosting Email ที่ทำการส่งเมล์มาเป็นภัยคุกคาม จึงทำให้ติดอยู่ใน Spam quarantine ส่วน Whitelist นั้นถือเป็นอีเมลที่ปลอดภัยสามารถทำการรับ-ส่งเมลได้ปกติ หรือสามารถกำหนดในระบบ Admin ได้ว่าให้ Domainใดเป็น Blacklist หรือ Whitelist ได้เช่นกัน



หลักการทำงานทั่วไป คือ ระบบจะทำการกรองข้อความ Mail Server โดยตั้งค่ากำกับไว้ว่าถ้าเป็นเมล จาก IP ที่ติด Global Blacklist ก็จะตีกลับไม่สามารถเข้ามาได้

ระบบกรองสแปมที่มีประสิทธิภาพ จะสามารถตั้งค่าให้ blacklist หรือ whitelist ผู้ส่งได้เอง โดยที่ไม่ต้องดูจาก Global blacklist ก็ได้ เพื่อใช้ในกรณีที่โดเมนผู้ส่งติด Global blacklisted แล้วมีความจำเป็นที่จะต้องส่งข้อความมายังปลายทางแบบด่วนจริง ๆ ก็สามารถตั้งให้โดเมนต้นทางเป็น Sender whitelist เพื่อที่จะรับข้อความจากต้นทางได้ทันที

บริษัท เทคโนโลยี แลนด์ จำกัด

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการอีเมลโฮสติ้งที่ดีที่สุดของไทย

หมายเลข IP กับ Hostname หรือ Domain name ต่างกันอย่างไร และ มีประโยชน์อย่างไร



          IP คือ หมายเลขประจำตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ของแต่ละเครื่อง ที่มีหน้าที่ระบุว่าตัวเลข IP นี้เป็นของเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ หรือ Server เครื่องนี้ โดย IP นั้นจะไม่ทางซ้ำกันได้เลย เพื่อที่เวลามีการรับ - ส่งข้อมูล จะได้ส่งข้อมูลเข้าไปยังเครื่องที่ถูกต้อง เช่น 123.45.67.890 ถ้าให้นึกภาพง่าย ๆ คือ เวลาส่งจดหมายเราก็ต้องรู้บ้านเลขที่ของผู้รับก่อน เพื่อที่บุรุษไปรษณีย์จะสามารถส่งจดหมายได้ถูกบ้าน



Hostname คือ ชื่อเรียกของ Hosting ซึ่งแปลงมาจาก IP Hosting ให้เป็นชื่อที่เข้าใจง่ายแทนที่จะจดจำเป็นค่าตัวเลข และอาจมีความหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการนั้นหรือเป็นที่เข้าใจกันในองค์กร ยกตัวอย่าง Email: aa@thailandemailserver.com เมื่อเราจะตั้งค่าบน Client อย่างเช่น Thunderbird, MS Outlook จะต้องมีการใส่ค่า Hostmame เพื่อให้ Program รู้ว่าเราจะ Connect อีเมลดังกล่าวกับ Server ที่ไหน เช่น mail.thailandemailserver.com ในเชิงเทคนิค Hostname: mail.thailandemailserver.com ก็จะถูกชี้ค่าไปยัง IP ของ Mail Server ที่ใช้งานอยู่

ใครที่ยังไม่เข้าใจก็ให้มองว่า Hostname นั้นเปรียบเสมือนชื่อเล่น หรือฉายาไปก่อน เราสามารถมีฉายาได้มากกว่า 1 ชื่อ แล้วแต่ว่าเราจะตั้งชื่อ Hostname เป็นอะไรบ้าง เช่น mail.thailandemailserver.com, pop.thailandemailserver.com, imap.thailandemailserver.com หรือ smtp.thailandemailserver.com เป็นต้น



Domain name คือ ชื่อที่อยู่หลังสัญลักษณ์ @ เช่น sanook.com, kapook.com, maildee.com เป็นต้น
ซึ่งเราสามารถลงทะเบียนเป็นเจ้าของชื่อต่าง ๆ ได้ โดยมีค่าบริการรายปี เสมือนการเช่าบ้าน ถ้าไม่ได้มีการต่ออายุ ผู้อื่นก็มีสิทธิ์ใช้ชื่อโดเมนของเราแทนได้

โดเมนเนมเป็นหัวใจสำคัญในการทำเว็บไซต์ และทำระบบอีเมล ถ้าไม่มีโดเมนเนมก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ดังนั้นผู้ที่ดูแลโดเมนเนมควรเป็นนิติบุคคลที่ไว้ใจได้ เพราะหากให้ใครคนใดคนหนึ่งจดทะเบียนโดเมนเนมให้ แล้วในอนาคตเราไม่สามารถติดต่อคน ๆ นั้นได้ พอโดเมนเนมหมดอายุเราก็มีสิทธิ์ที่จะ Lost ชื่อโดเมนของเราอย่างง่ายดาย

ชื่อโดเมนเนมที่ตั้งก็ควรจะเป็นชื่อที่ง่ายต่อการจดจำ เพื่อให้คนอื่นเข้าถึงง่าย ทำการตลาดได้ง่าย ๆ
มีความหมายในเชิงบวก


บทความที่เกี่ยวข้อง
วิธีทำเว็บไซต์ตัวเอง ให้โชว์เป็น Domain บนเว็บไซต์ และให้่คนอื่นดูได้Name Server (NS) หรือ DNS ใน Domain name (โดเมนเนม) คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร

บริษัท เทคโนโลยี แลนด์ จำกัด

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการอีเมลโฮสติ้งที่ดีที่สุดของไทย

การย้ายผู้ดูแลโดเมน .com ทำอย่างไร


การย้ายผู้ดูแลโดเมนเนม

การย้ายผู้ดูแลโดเมนเนมจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ เราต้องการเปลี่ยนผู้ให้บริการ Web/Email hosting ซึ่งในครั้งแรกที่เราใช้งาน ผู้ให้บริการมักจะจดทะเบียนโดเมนมาให้เราอยู่แล้ว เมื่อเรายกเลิกบริการต่าง ๆ ไป โดยที่ไม่ได้ย้ายโดเมนเนม อาจจะทำให้เราไม่สามารถรักษาสถานภาพความเป็นเจ้าของโดเมนเนมนี้ไว้ได้ เมื่อถึงวันที่โดเมนเนมหมดอายุ ชื่อโดเมนดังกล่าวก็จะกลายเป็นโดเมนว่าง ซึ่งใครก็มีโอกาสที่จะแย่งชื่อโดเมนเนมดี ๆ ไปจากเราได้

กล่าวถึงขั้นตอนการย้ายโดเมนเนม .com ที่มีความซับซ้อนพอสมควร และจำเป็นที่จะต้อง Contact กับผู้จดทะเบียนโดเมนเนมให้เราตั้งแต่แรกได้ด้วย
เรามาดู Flow ขั้นตอนการ Transfer Domain.com จากภาพนี้ และคำอธิบายใต้ภาพกัน




จากภาพเป็น Flow chart การ Transfer Domain.com ที่ผู้ให้บริการเป็น Whois.com อยู่แล้ว แล้วต้องการย้ายไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ที่เป็น Whois เหมือนกัน ก็ให้ดูตาม Flow ที่กล่องที่เขียนว่า 'Whois/RS'
แต่ถ้าจะย้ายไปที่ Reseller อื่น ๆ ก็ให้ไปตาม Flow ที่เขียนว่า 'Other' โดยไล่เรียงจากเส้นสีน้ำเงินเป็นขั้นตอนอย่างละเอียด


บริษัท เทคโนโลยี แลนด์ จำกัด

รับติดตั้ง email hosting สำหรับองค์กรบน Data center ที่เสถียรที่สุด