วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556

[Thunderbird] วิธี Import ไฟล์ *.csv ลง Address Book

Import Address book จากไฟล์ CSV

เมื่อคุณมีไฟล์ CSV ที่ถูก Export จากโปรแกรม หรือ จากเว็บต่างๆแล้ว การนำเข้ามาใช้ในโปรแกรม Thunderbird จะทำได้อย่างไร หลายๆคน ไม่รู้จริงๆ เพราะเมนูเหล่านี้ มันถูกแอบไว้ในหลืบ ลี้ลับ หรือเราอาจจะไม่ได้สังเกตมันสักเท่าไหร่ 

ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูวิธีการพร้อมภาพประกอบกันเลย 

อย่า!!!งงหล่ะ ไม่ว่าคุณจะใช้ OS : MAC หรือ Window วิธีการมันก็เหมือนกันเด๊ะ 

คลิกไปที่ Address Book ดังภาพ
คลิกไปที่ Tools > Import.. ดังภาพ


ในที่นี้เราต้องการ จะ Import Address Books ก็ติ๊ก แล้ว คลิ้ก Next ไปเลยดังภาพ

ทีนี้มันก็จะมีหน้าต่างถามว่า คุณจะเอาไฟล์แบบไหนมา Import เราเลือกว่าเรามี .csv นะ
หลังจากนั้นกด Next >

ขั้นแรกเลย ให้เปลี่ยน Format: Comma Separated
ขั้นที่สอง เลือกไฟล์ที่เราต้องการ (.CSV) เท่านั้น
ขั้นที่สาม กดไปที่ Open


ทีนี้โปรแกรมมันก็จัดเต็มอีก โดยการถามว่า คุณจะ Import ข้อมูลอะไรลงไปบ้าง
เราไม่ต้องไปสนใจ เลือกมันหมดไปเลย แล้วกด OK
คลิกไปที่ Finish หลังจากนั้นก็ถือว่าเสร็จสิ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง
วิธี Export Address book ของโปรแกรม Thunder bird ให้เป็นไฟล์
วิธี Download และ ลงโปรแกรม Thunderbird เพื่อใช้ Email อีเมล์บริษัทสำหรับองค์กรในเครื่องตนเอง
การตั้งค่า อีเมล์องค์กรบริษัท (Email for Business) บน โปรแกรม Mozilla Thunderbird
วิธีตั้งลายเซ็นต์ อีเมล์บริษัท, องค์กร ในโปรแกรม ThunderBird
วิธี Import Address แบบ Vcard เข้าสู่โปรแกรม ThunderBird
ThunderBird VS Outlook โปรแกรมเช็คอีเมล์อันไหนดีกว่ากัน สำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ
วิธีอ่าน Error Code ของอีเมล์ (Email) โดยเฉพาะผู้ใช้งานบน Outlook หรือ Thunderbird

บทความนี้ สงวนลิขสิทธ์ แบบ Creative Commons License โดย บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
การนำข้อความ หรือ รูปภาพส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ ต้องมีการระบุโดยการ Link กลับมายัง Web นี้ 

ระบบอีเมลธุรกิจ ที่ดีที่สุด คลิก เพื่ออ่านรายละเอียด >> 



[Thunderbird] วิธี Export รายชื่อผู้ติดต่อบน Address book ให้เป็นไฟล์ *.csv

วิธี Export Address book to a file

หลายๆคนที่ใช้คอมพิวเตอร์และลงโปรแกรม Thunder Bird ไว้ในเครื่อง แล้ววันหนึ่งต้องเปลี่ยนเครื่อง หรือ เปลี่ยนไปใช้งานที่บ้าน คำถามที่พบบ่อยๆ คือ แล้ว Address Book ในเครื่องเก่าจะ Export เพื่อนำไป Import ในเครื่องใหม่ได้อย่างไร คงไม่มีใครต้องอยากมา Add Email ของผู้ติดต่อใหม่ทีละคน ในเครื่องใหม่  (ก็เหมือนกับคุณมีมือถือ อยู่เครื่องนึง วันนึง คุณ อยากเปลี่ยนมาใช้เครื่องใหม่ รายชื่อที่อยู่ใน มือถือ เก่า คุณก็อยากให้มัน Export และมา Import  ในเครื่องได้ง่ายๆ)

เรามาดูวิธีกัน มันไม่ยากเลย 

และขอบอกว่า ไม่ว่าคุณจะใช้ โปรแกรมบน Window หรือ Mac  มันก็วิธีเดียวกันเด๊ะ เลย

ให้คลิ้กไปที่ Address Book ตามภาพ

ให้คุณเลือกกลุ่มของรายชื่อที่ต้องการ Export
คลิ้กไปที่ Export ดังภาพ

ตรงส่วนนี้แหละ ประเด็นสำคัญ เพราะหลายๆ คน งง ว่าต้องเลือกเป็นอะไรดี
ในที่นีั้ผมขอแนะนำให้เลือกเป็น Comma Separated (ย่อมาจาก .csv) ซึ่งข้อดีของมัน คือ มันเป็น นามสกุล ที่ใช้กันแพร่หลาย
คุณยังสามารถนำไฟล์ csv นี้ไป Import ใน Address Book ใน อีเมล์ส่วนตัวเช่น Hotmail, Gmail, Yahoo หรือ โปรแกรมอื่นๆ เช่น Outlook เป็นต้น

หลังจากนั้นคุณก็จะได้ไฟล์ xxxx.csv ออกมาดังภาพ ซึ่ง พร้อมที่จะนำไป Import ในโปรแกรมอื่นๆ ได้ทันที

บทความนี้ สงวนลิขสิทธิ์ แบบ Creative Commons License โดย บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
การนำข้อความ หรือ รูปภาพส่วนใดส่วนหนึ่งไปใช้ ต้องมีการระบุโดยการ Link กลับมายัง Web นี้

บทความที่เกี่ยวข้อง
[Thunderbird] วิธี Import ไฟล์ *.csv ลง Address Book

ระบบอีเมลธุรกิจ ที่ดีที่สุด คลิก เพื่ออ่านรายละเอียด >> 

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

[MD] วิธีการตั้งค่า Filter (ตัวกรองข้อมูล) แบบ ให้ Forward Email ไปยังอีเมล์อื่น ๆ

สำหรับหลายๆคนที่ใช้งาน Email และยังงง อยู่ว่า Filter มันคืออะไร ถ้าแปลเอาง่ายๆเลย ก็คือระบบกรอง ซึ่งเราสามารถตั้งกฎต่างๆ ได้ เช่น ถ้าข้อมูลถูกส่งจาก นาย A ให้เอาไปเก็บไว้ใน  Folder : A เป็นต้น มากกว่านั้นมันยังทำอะไรที่ Advance และเหนือชั้นมาก (ผู้เขียนแนะนำว่าท่านต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนที่จะทำมันจริงๆ ไม่งั้น คุณอาจจะงงได้ว่าข้อมูลหายไปไหนหมด)

ดังตัวอย่างด้านล่าง เราจะลองตั้ง Filter เพื่อกรองให้ Email ทั้งหมด ที่ได้รับส่งต่อไปยัง Email ที่เรากำหนดไว้ (วิธีการ Forward นั้นสามารถกำหนดปลายทางได้ มากสุดแค่ 4 Email เท่านั้น)
โดยท่านสามารถทำได้ดังนี้

ให้ Login ไปยัง Email ที่เราต้องการใช้เป็น Email กลาง และเลือกไปที่ Settings ดังภาพ

1.เลือกไปที่ Tab Filters
2.เลือกไปที่ icon ดังภาพ
3.ตั้งชื่อ ในที่นี้ตั้งเป็นอะไรก็ได้ (แต่ควรเป็นภาษาอังกฤษ)
4.เลือกไปที่ all message และ พิมพ์ Email ปลายทางที่ต้องการส่งไป
5.ในกรณีที่ต้องการส่งไปหลายๆ Email ให้เลือกไปยัง Add จะมี Field เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อให้เรา Add
6.หลังจากนั้นกด Save 

บทความอื่นๆ
วิธี Import Address book ของโปรแกรม Thunder bird จากไฟล์ csv
วิธี Export Address book ของโปรแกรม Thunder bird ให้เป็นไฟล์
วิธี Download และ ลงโปรแกรม Thunderbird เพื่อใช้ Email อีเมล์บริษัทสำหรับองค์กรในเครื่องตนเอง
วิธีอ่าน Error Code ของอีเมล์ (Email) โดยเฉพาะผู้ใช้งานบน Outlook หรือ Thunderbird
วิธีตั้งลายเซ็นต์ อีเมล์บริษัท, องค์กร ในโปรแกรม ThunderBird
วิธี Import Address แบบ Vcard เข้าสู่โปรแกรม ThunderBird
วิธีทำ mailing list หรือ ส่ง Email จำนวนมากๆ สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
วิธีสมัครอีเมล์(Email)บริษัท ให้เป็น .com/.co.th
วิธี Add Account หรือเพิ่ม Email ชื่อบริษัท สำหรับธุรกิจ หลายบัญชี (Account)


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ อีเมล์ธุรกิจ
อันดับ 1 ของประเทศไทยคลิกเพื่ออ่านรายละเอียด

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Incoming และ Outgoing email server ทำงานอย่างไร ?

การทำงาน ของ Incoming & Outgoing Email Server นั้นทำงานอย่างไร 

การทำงานของ Incoming และ Outgoing Mail server 


หลายๆคน คงเคยได้ยินเกี่ยวกับ ค่า Incoming และ Outgoing email server  หลายๆครั้ง เมื่อต้องไปติดตั้ง อีเมล์ธุรกิจ ในโปรแกรม Outlook, Smart Phone, Tablet และ โปรแกรม Client Email ต่างๆ แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจความหมาย หรือกระบวนการทำงานของมันจริงๆ ในบทความนี้ผู้เขียนจะพยายามอธิบายให้ง่ายที่สุด โดยอาจจะตัดตอนในส่วนที่เป็นคำศัพท์ทางเทคนิค เพื่อให้ผู้อ่านทุกคนสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย เพราะปัจจุบัน อีเมล์ ได้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจไปแล้ว

Incoming email server คืออะไร และทำงานอย่างไร ?

หากแปลเป็นภาษาง่ายๆ บ้านๆ เลย มันก็ คือ Server ที่มีหน้าที่เก็บข้อมูลอีเมล์ "ขาเข้า" ทั้งหมด ที่ผู้ส่งได้ทำการส่งมา โดยกระบวนการทำงานมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก โปรดดูรูปภาพประกอบ

incoming email server ทำงานอย่างไร
ภาพอธิบาย การทำงานของ Incoming email server

 จากภาพประกอบจะอธิบายได้ดังนี้
  1. เมื่อผู้ส่งอีเมล์หาเรา จะต้องส่งผ่าน Email Server ของผู้ส่ง ในที่นี่เราเรียกว่า "Sender Email Server"
  2. หลังจากนั้น อีเมล์ฉบับนั้น ก็จะวิ่งมายัง Email Server ของเรา ในที่นี้เรียกว่า Incoming Email Server, และ Email Server ของเราก็จะเก็บอีเมล์ฉบับนั้นเอาไว้ โดย ค่าทางเทคนิคส่วนใหญ่จะเป็น
    imap.domain.com (ในกรณีเชื่อมต่ออุปกรณ์ กับ Email Server ในรูปแบบ IMAP)
    pop.domain.com (ในกรณีเชื่อมต่ออุปกรณ์ กับ Email Server ในรูปแบบ POP)
  3. อุปกรณ์เราก็มีหน้าที่แค่ไปดึงข้อมูลจาก Email Server มาอ่าน หรือ ดู

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้นำระบบ Email Server ของประเทศไทย ที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้
คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม >>

Outgoing email server คืออะไร และทำงานอย่างไร ?

หากผู้อ่านเข้าใจการทำงานของ Imcoming Email Server แล้ว การทำงานของ Outgoing email server ก็มีหน้าที่ทำงานกลับกันเท่านั้นเอง โดยสามารถดูภาพประกอบด้านล่าง

ภาพอธิบายการทำงานของ Outgoing mail server

จากภาพประกอบจะอธิบายได้ดังนี้

  1. เมื่ออุปกรณ์คุณส่งอีเมล์ ออกไป 1 ฉบับ เช่น ส่งจาก iPad
    (โดยค่าทางเทคนิคของ Outgoing mail server ส่วนใหญ่ จะมีค่าเป็น smtp.domain.com , port : 25/587) ผู้เขียนแนะนำว่าควรตั้งเป็น Port: 587 เพราะผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตในประเทศไทยอาจจะมีการ Block Port 25 ทำให้คุณไม่สามารถส่ง Email ออกได้ อุปกรณ์ก็ต้องมีการตั้งว่าจะใช้ Server ใดเป็นตัวส่ง ในที่นี้เรียกว่า Outgoing Mail Server
  2. เมื่อ Outgoing Mail Server ได้รับการติดต่อจากอุปกรณ์ของคุณ ว่าคุณต้องการส่ง  อีเมล์, Outgoing Mail Server ก็จะมีหน้าที่เอาจดหมายฉบับนี้ส่งไปยังปลายทาง
หลังจากนั้น Email Server ปลายทางก็จะได้รับ Email ดังกล่าว ในที่นี้เรียกว่า Receiver Email Server 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Email Hosting/Server (อีเมล์โฮสติ้ง) คืออะไร และ ทำงานอย่างไร

การทำงานของ Email hosting เรื่องง่าย ๆ ที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้

การทำงานของ Email hosting/server

ไม่ว่าคุณจะมองไปทางไหน เพื่อนที่โรงเรียน จนถึงเพื่อนร่วมงาน ทุกๆคนต่างก็มี Email และใช้งานมันทุกวัน ไม่มากก็น้อย ทั้งในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการใช้งานธุรกิจ มากกว่านั้นบางหน่วยงานที่มีชื่อเสียงของโลกก็ยังใช้ Email ในการติดต่อสื่อสารกัน

ในเมื่อ Email มีความสำคัญในชีวิต ดังนั้นลองมาทำความเข้าใจ

การทำงานกันมั้ย ?

หลายๆคน คงคิดว่า Email Hosting มีการทำงานที่มีความสลับซับซ้อนสูง ยิ่งถ้าเราไม่ได้ทำงานด้าน IT ด้วย ยิ่งไม่ต้องสนใจใหญ่เพราะยังไงเราก็ใช้งานเป็นแค่ End User ถ้าคุณยังมีทัศนะคติแบบนี้ เท่ากับคุณกำลังบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ หรือข้อมูลส่วนตัวของฉันที่อยู่ใน Email  ฉันไม่จำเป็นต้องเข้าใจมัน และเราก็มีหน้าที่ใช้งานไปเรื่อยๆ และเมื่อเกิดปัญหาการใช้งานเมื่อไหร่ ความเสียหายร้ายแรงจะเกิดขึ้นกับธุรกิจของคุณอย่างมหาศาล ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าคุณคงเคยเห็นความเสียหายเหล่านี้เกิดขึ้นกันมาบ้างแล้ว


บทความโดย

บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Hosting อันดับ 1 ของประเทศไทยที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้
คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม >>


แต่ถ้าคุณทำงานในแวดวง IT ด้วยแล้ว คุณยิ่งจำเป็นต้องมีเป็นบุคคลที่มีความเข้าใจในกระบวนการทำงานของ Email Hosting มากกว่า

ในที่นี้ผู้เขียนจะเขียนอธิบายให้ง่ายที่สุดโดยจะพยายามหลีกเลี่ยงคำศัพท์ทางเทคนิค หรือข้อความที่ผู้อ่านเข้าใจยาก 

เมื่อพร้อมแล้วมาดูกัน ว่า Email Hosting มีการทำงานกี่แบบ 


  1. แบบที่ 1 ผู้เขียนขอเรียกว่า Email Hosting ที่อยู่ในเครื่องเดียวกันกับ Web Hosting (หรือเรียกอีกอย่างว่า ไหนๆก็มี Web Hosting แล้วต้องใช้ให้คุ้ม)

    Email เป็น Function พื้นฐาน ที่ทุกๆ Web Hosting ทุกที่นั้นให้บริการแถมมาด้วย
    ข้อดี สำหรับความคิิดเห็นของผู้เขียนมีอยู่อย่างเดียว คือ มันถูกและประหยัด
    แต่สำหรับข้อเสียนั้นเพียบ เพราะเท่ากับคุณฝากความหวังไว้ที่ Web Hosting ทั้งหมด
    ซึ่งเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ไม่ถูกต้อง และการทำงานก็จะไม่มีประสิทธิภาพด้วย



    โลกแตกทันที เมื่อ Web Hosting ล่ม การทำงานของ Email ก็ต้องล่มไปด้วย
    หรือ ถ้ามันไม่ล่มให้คุณลองคิดดูว่า Email ของคุณถูกเก็บไว้ใน Server 1 เครื่อง ที่ประกอบด้วย
    เว็บเป็นพันๆ เว็บ และมีอีเมล์อีกจำนวนมหาศาล ดังนั้น ถ้ามันรวน ขึ้นมาซึ่งพบได้บ่อยมาก
    คุณก็จะไม่สามารถใช้ Email ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. แบบที่ 2 การทำงานแบบ ให้ Web Hosting ชี้ค่าไปยัง Email Hosting อีกที ซึ่งการทำงานแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องความเสถียรของการใช้งานได้ดีได้ระดับหนึ่ง เพราะ การทำงานขอWeb hosting กับ Email Hosting อยู่คนละตัว
    Email Hosting ปลายทาง
    การทำงานลักษณะนี้ จะเห็นได้ว่า Web Hosting มีหน้าที่เป็นแค่ตัวส่งข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับ Email ไปให้ Email Hosting ทำงาน ซึ่งอยู่คนละเครื่องกัน ทำให้การทำงานของระบบ Email นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะ Server แยกการทำงานกัน

    จากการอธิบายข้างต้นอาจจะเห็นได้ว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้การทำงานของ Email นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น
    แต่ก็ไม่ได้แสดงว่ามันจะดีเสมอ จากภาพจะเห็นได้ว่า ในกรณ๊ที่ Web Hosting ของคุณนั้นล่ม, Web Hosting ในฐานะที่ทำงานเป็นหน้าที่ชี้ตำแหน่ง Email Hosting แต่ก็กลับชี้ไม่ได้ ทำให้ Email ไม่สามารถส่งเข้ามาได้  
  3. การทำงานแบบที่ 3 ให้ตัว Domain มีหน้าที่ชี้ไปเองโดยตรง (Domain Server Point)
    ซึ่งการทำงานประเภทนี้ จะให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด จากประสบการณ์ของผู้เขียน เพราะ Domain Server ที่มีหน้าที่ในการชี้ค่าว่า ถ้าเป็นเว็บไซต์ให้ไปหา Web Hosting ตัวไหน, Email ให้ไปหาที่ Server ตัวไหน  นั้นล่มได้ยากมาก, เพราะผู้ให้บริการจด Domainname นั้นในโลกนี้ ถ้าคิดกันจริงๆ มีอยู่ไม่กี่เจ้าที่เหลือส่วนมากเป็นแค่ตัวแทนจำหน่ายซึ่งระบบแม่จริงๆ ก็คือ ระบบเดียวกัน ถ้าผู้ให้บริการ Domainname ปล่อยให้ระบบ DNS นั้นล่ม ก็จะมีผลต่อเว็บทั่วโลก

    บทความโดย
    บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
    ผู้ให้บริการ Email Hosting อันดับ 1 ของประเทศไทยที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้
    คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม >>
    การใช้งานแบบนี้เป็นการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ในทางปฎิบัติแล้ว User ส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงหน้า Control Panel ของตัว Domainname เองได้ เพราะผู้ให้บริการส่วนใหญ่จะไม่ให้ หากคุณไม่ขอ และมีผู้ใช้งานจำนวนมากพบว่าผู้ให้บริการ Domain ของท่าน นั้นปิดกิจการไปแล้ว ทำให้คุณไม่รู้ว่า คุณจะต้องไปขอ Password เหล่านี้จากใคร นี้เป็นหลักการคิดที่สำคัญเลยทีเดียวว่า หากคุณกำลังซื้อสินค่าหรือบริการ ประเภท Hosting ต้องเลือกผู้ให้บริการที่มีความมั่นคงจริงๆ ถึงแม้ว่าราคาต่างกันอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ความเสี่ยงของคุณนั้นน้อยลงไปด้วย 

  4. แต่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้น้อยมาก
    ตามหลักการแล้ว ถึงแม้ว่าผู้เขียนจะบอกว่าการใช้งานในรูปแบบนี้ มีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่หากผู้ให้บริการ Domainname นั้นล่มขึ้นมาจริงๆ ซึ่งเราเคยได้ยินข่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า Godaddy ผู้ให้บริการ จด Domain รายใหญ่ของโลกระบบ ล่มไปประมาณ 4 ชั่วโมง แต่ก็เป็นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์, ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดได้น้อยมาก แต่หากเกิดขึ้นจริงๆ คือ ทั้งเว็บ และ Email ของคุณจะใช้งานไม่ได้ทันที

การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการตั้งค่า Email Hosting ในรูปแบบต่างๆ

จากภาพ ผู้เขียนจะให้
การตั้งค่าแบบที่ 1 มีความเสี่ยงสูงสุด เพราะ การทำงานนั้นพึ่งพา Web Hosting เพียงตัวเดียวและต้องใช้งานร่วมกับคนอื่นจำนวนมาก
การตั้งค่าแบบที่ 2 มีความเสี่ยงในการใช้งานรองลงมา เพราะ การทำงานของ Web และ Email แยกออกจากกัน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของ Web Hosting อยู่ เพราะหากล่ม การทำงานของ Email ก็ล่มไปด้วย
การตั้งค่าแบบที่ 3 มีความเสี่ยงน้อยที่สุด เพราะเป็นไปได้น้อยมากที่ผู้ให้บริการ Domainname ซึ่งจริงๆแล้วมีเพียงไม่กี่รายในโลกนั้นระบบ DNS ล่ม ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้งานของผู้คนทั้งโลก

บทความที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ Web Hosting 

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Hosting อันดับ 1 ของประเทศไทยที่บริษัทชั้นนำเลือกใช้
คลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม >> 

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อีเมล์ธุรกิจ บริษัท องค์กร Email Hosting ไม่จำกัดพื้นที่ ไม่มีอยู่จริง !

อีเมล์บริษัท ธุรกิจ และ Email Hosting
ไม่จำกัดพื้นที่ (Unlimited) มีจริงหรือไม่ ?


คุณเชื่อหรือไม่ว่าจะมีผู้ให้บริการ Email Hosting โดยที่ให้คุณใช้พื้นที่ได้ไม่จำกัด (Unlimited) ?
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจ เลือกซื้อ อีเมล์บริษัท อีเมล์ธุรกิจ Email Hosting ที่มีผู้ให้บริการบางรายถึงกับบอกว่า Email Hosting ของบริษัทเรานั้นไม่จำกัดพื้นที่การใช้งาน (Unlimited Disk Space) ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านลองวิเคราะห์ ซึ่งเป็นหลักตรรกะ หรือหลักการคิด แบบ ง่ายๆ ว่าเป็นไปได้หรือไม่


Harddisk ไม่ใช่ของฟรี ใครๆ ก็รู้

แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาไปอย่างแพร่หลาย ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ นั้นมีราคาถูก และใครๆ ก็สามารถซื้อได้ แต่ก็ไม่ได้มีความหมายความว่าจะฟรี คุณไม่สามารถเดินไปร้านคอมพิวเตอร์หรือพันธุ์ทิพย์ แล้วขอ Harddisk เค้ามาฟรีๆ เพราะมันมีมูลค่า แล้วจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ผู้ให้บริการจะให้คุณใช้อย่าง Unlimited เพราะสิ่งเหล่านี้ก็คือต้นทุน 

คุณทราบหรือไม่ว่าผู้ให้บริการ Email Hosting ไม่ว่าจะด้วยการบอกสรรพคุณว่าเก็บข้อมูลแบบ Cloud หรือเก็บแบบ Harddisk พร้อมมีอุปกรณ์ Backup ที่ดี สิ่งเหล่านี้ก็ต้องใช้อุปกรณ์ที่ชื่อว่า Harddisk ในการเก็บข้อมูล

Data Center หรือห้องเก็บ Server ต้องลงทุนด้วยเงินมหาศาล

คุณทราบหรือไม่ว่า Email Server หรือ ที่เก็บข้อมูลของคุณนั้น ต้องตั้งอยู่ในห้อง Internet Data Center ที่มีมาตรฐาน ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการสร้าง, ดูแล และ ควบคุม ให้ห้องนั้นมีอุณหภูมิที่คงที่, มีความปลอดภัย, มีระบบป้องกันไฟกระชาก, ระบบสำรองไฟ, ระบบป้องกันน้ำท่วม, ระบบควบคุมความชื้น และระบบป้องกันไฟไหม้ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ใช้เงินในการสร้าง และดูแลจำนวนเท่าไหร่

ห้องเก็บ Email Server ที่เป็นมาตรฐานไม่ใช่ของฟรี แล้วจะเป็นไปได้หรือที่ผู้ให้บริการ จะยอมเติม Harddisk เพื่อให้คุณได้ใช้พื้นที่เท่าไหร่ก็ได้ แสดงว่าหากคุณต้องใช้ Harddisk ทั้งหมด 100 ลูก ผู้ให้บริการก็ยอมไปหา Harddisk 100 ลูก มาวางในห้องที่มีมูลค่าสูงขนาดนี้  

ไม่มีใครให้คุณใช้ ไฟฟ้า ฟรีๆ

คุณก็รู้อยู่แล้วว่าแค่บ้านส่วนตัวที่มีครอบครัวอาศัยอยู่ไม่กี่คน ยังต้องเสียค่าไฟเป็นพันต่อเดือน แล้ว ระบบไฟที่ใช้ควบคุม และหล่อเลี้ยงเครื่อง Server ต้องใช้ไฟจำนวนมาก หากบอกว่าให้ใช้พื้นที่ไม่จำกัด แปลว่า ก็ต้องใช้ไฟหล่อเลี้ยง Harddisk เหล่านั้นมากขึ้น แล้วผู้ให้บริการก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากเช่นกัน

ระบบไฟที่หล่อเลี้ยง Email Server ต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลต่อเดือน คุณคิดว่าผู้ให้บริการ Email Hosting จะยอมให้คุณใช้เท่าไหร่ก็ได้หรือ ?

ต้องใช้คนระดับหัวกะทิในการควบคุมการทำงาน

คุณทราบหรือไม่ว่า  Email Server 1 เครื่องนั้น ต้องใช้บุคคลที่มีทักษะทางด้านวิศวกรรมเครือข่าย ที่มีความชำนาญ และประสบการณ์ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ต้องใช้เงินจำนวนมาก ในการว่าจ้างเพื่อมาเป็นพนักงานประจำ นี่ยังไม่รวมถึงค่าบริหารจัดการองค์กรและบริษัทภายในอีกจำนวนเท่าไหร่

ทีมวิศวกร ไม่ได้ทำงานให้บริษัทฟรีๆ แต่นี่คือต้นทุน ที่ทุกบริษัทต้องว่าจ้าง

ระบบ Email Hosting ต้องมีการบำรุงรักษาอยู่เสมอ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า, ซอร์ฟแวร์และ ฮาร์ดแวร์ ต้องมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุก

การบำรุงรักษาก็มีต้นทุน ไม่ใช่ของฟรี แล้วจะเป็นไปได้หรือ ที่ ผู้ให้บริการ จะให้คุณใช้ทรัพยากร ได้อย่างไม่จำกัด



ลูกค้าก็ต้องการ การ Support ที่ดีเยี่ยม แต่ทีม Support ก็ต้องใช้เงินจ้าง

ต้องเป็นที่ยอมรับว่า ไม่ว่าคุณจะใช้งานระบบอะไร คุณคงยังใช้งานไม่เป็นตั้งแต่แรก และไม่มีระบบไหนที่ทำงานได้ 100% โดยที่ไม่มีปัญหาใดๆ โดยเฉพาะ ระบบอีเมล์ธุรกิจ และใคร ที่จะคอยตอบปัญหา หรือช่วยเหลือลูกค้า นั่นคือ ทีม Support หรือฝ่ายบริการลูกค้านั่นเอง 

คุณคิดว่าผู้ให้บริการ จะยอมให้คุณใช้งานได้ไม่จำกัด แต่ผู้ให้บริการต้องแบกต้นทุนจำนวนมาก นั่นหมายถึงการทำธุรกิจแบบขาดทุน ซึ่งไม่มีธุรกิจใดทำโดยไม่หวังผลกำไร


แล้วทำไม ผู้ให้บริการบางรายถึงเขียนว่า Unlimited หรือใช้งานได้ไม่จำกัด

หากคุณเติบโตมาตั้งแต่เล็กจนโต คุณคงไม่พ้นเรื่องการโฆษณา ซึ่งการโฆษณาต่างๆ ก็ต้องใช้หลักจิตวิทยา โดยนักการตลาดชั้นยอด เพื่อทำให้ลูกค้า รู้สึกพึงพอใจต่อสินค้า,บริการ และที่ขาดไม่ได้คือ คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งการเขียนว่า Unlimited หรือใช้งานได้ไม่จำกัด เป็นหลักจิตวิทยาง่ายๆ ที่ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกว่ามันคุ้มค่า ใช้เท่าไหร่ก็ได้ 


หากคุณได้ทำความเข้าใจจากบทความด้านบนแล้ว ด้วยหลักตรรกะ หรือหลักการคิดแบบง่ายๆ คุณคิดว่าจะเป็นไปได้หรือไม่
ที่ผู้ให้บริการ อีเมล์ธุรกิจ จะให้คุณใช้งานโดยไม่จำกัด แบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ 



ดังนั้นก่อนที่คุณจะซื้อสินค้า หรือบริการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการเลือกซื้อ Email Hosting/Server คุณสามารถใช้หลักการคิดง่ายๆ คือความสมเหตุสมผล ของราคา กับสินค้าหรือบริการที่เราได้รับ นั้นมีความสมเหตุสมผลหรือไม่

หากไม่มีความสมเหตุสมผล ยิ่งหากคุณใช้งานระบบดังกล่าว ในกระบวนการทางธุรกิจแล้วด้วย คุณจะยอมเอาธุรกิจของคุณไปแลกกับความเสี่ยง หรือผู้ให้บริการที่ให้บริการด้วยราคาที่ถูกจนผิดปกติหรือ ?

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

อีเมล์บริษัท (Email For Business) คือ อะไร ที่ไหนดีที่สุด

อีเมล์บริษัท
(Email for business)

อีเมล์บริษัท


อีเมล์บริษัท หรือ ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า Email for business อาจจะมีความหมายที่หลากหลายหรือแล้วแต่บุคคลจะเข้าใจ ในที่นี้ผู้เขียนจะเขียนอธิบาย ความหมายของคำว่า อีเมล์บริษัท (Email for business) และท่านจะสามารถนำไปประยุกต์ในองค์กรหรือบริษัทของท่านได้อย่างไร ซึ่งผู้เขียนพยายามหลีกเลี่ยงคำศัพท์ทางเทคนิค  เพื่อให้ผู้อ่านที่ไม่มีความรู้ด้าน IT มากนัก เข้าใจ และสามารถนำไปประยุกต์ในธุรกิจได้อย่างถูกต้อง

อีเมล์บริษัทช่วยการทำงานขององค์กรได้อย่างไร
(How business email helps you succeed in business) 

เราต้องยอมรับว่าในยุคปัจจุบัน ทุกๆคนมีอีเมล์เป็นของตนเอง เพื่อใช้ในการติดต่อ ตั้งแต่เรื่องส่วนตัว, สมัครงาน, ส่งการบ้าน ไปจนถึงการใช้อีเมล์ในการติดต่อในเรื่องธุรกิจ ตั้งแต่เรื่องทั่วไป จนไปถึงเรื่องที่มีความลับสูง แต่สำหรับการใช้งานอีเมล์บริษัทสามารถช่วยกระบวนการทำงานได้ง่ายขึ้นได้ดังนี้

  1. อีเมล์บริษัท ช่วยทำให้เกิดความสะดวกและคล่องตัว ในการรับ และส่งข้อมูล ตั้งแต่ตัวอักษร ไปจนถึงไฟล์เอกสารขนาดใหญ่
  2. อีเมล์บริษัท ทำให้เราสามารถค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น แทนที่คุณจะต้องเก็บข้อมูลเป็นเอกสารจำนวนมาก และต้องมานั่งเสียเวลาค้นหา แต่ในรูปแบบอีเมล์บริษัทนั้นไม่ต้องเลย เพียงคุณพิมพ์และ Enter คุณก็จะพบข้อมูล ที่คุณเคยสนทนากับบุคคลอื่นได้ง่ายมาก
  3. อีเมล์ทำงานได้รวดเร็ว หากเป็นเมื่อก่อนถ้าคุณต้องการส่งเอกสารคุณต้องเดินทางไป ไปรษณีย์ หรือถ้าต้องการส่งแบบด่วนพิเศษ ก็คือ EMS แต่ยังไงมันก็ยังช้ากว่าอีเมล์ เพราะการทำงานของอีเมล์นั้นทำงานภายใต้ช่วงเวลาเสี้ยววินาที
  4. ลดค่าใช้จ่าย แน่นอนว่าการใช้งาน อีเมล์นั้นฟรี เพียงแค่คุณมีอินเตอร์เน็ต ซึ่งตอนนี้ในประเทศไทย ใครๆ ก็สามารถมีได้ คุณก็สามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้มันรับส่งได้ทันที
  5. ข้อมูลถูกจัดเก็บเป็นระบบ การใช้งานอีเมล์ยังสามารถสร้าง Folder เพื่อแบ่งแยกข้อมูลของอีเมล์ เช่น แบ่งเป็น Folder ของลูกค้าแต่ละคนเป็นต้น

การใช้งานอีเมล์บริษัทในปัจจุบัน มีการใช้งานบน อุปกรณ์ที่หลากหลาย
คุณควรต้องมั่นใจว่าคุณสามารถควบคุมข้อมูลได้หมด

การใช้งานอีเมล์บริษัทเกิดความเสี่ยงอย่างไร
(How business email causes your business risk)

ประโยชน์ของการใช้งาน ย่อมมากับความเสี่ยงและข้อเสียที่ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของกิจการลืมนึกถึง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย บางครั้งการใช้งานที่ผิดพลาดอาจจะทำให้ข้อมูลนั้นรั่วไหล และทำให้องค์กรของคุณนั้นล้มละลายได้ทีเดียว ความเสี่ยงของการใช้งานอีเมล์บริษัทมีดังนี้

  1. ข้อมูล เป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้, ไม่ได้เป็นกระดาษ แต่กลับเก็บในรูปแบบดิจิตอล ที่คุณมองไม่เห็นอะไรเลย ดังนั้น เท่ากับว่าข้อมูลของคุณที่เป็นความลับ แต่กลับมองไม่เห็น
  2. ความปลอดภัยของข้อมูล เมื่อเรารู้ว่าข้อมูลเหล่านั้นมองไม่เห็น เราต้องเลือกผู้ให้บริการอีเมล์บริษัท ที่มีความมั่นคง เช่น มีศูนย์ข้อมูลของตนเอง สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้ข้อมูลของท่านเป็นความลับที่สุด
  3. ความสูญหายของข้อมูล หลายๆครั้ง ที่ผู้ให้บริการอีเมล์บริษัท นั้นทำข้อมูลของลูกค้า หรือของคุณหายไป ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียต่อธุรกิจของคุณอย่างมหาศาล ดังนั้นคุณควรเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ หรือให้บริการแก่หน่วยงานใหญ่ๆ เพราะผู้ให้บริการเหล่านั้นจะมีการ Backup ข้อมูลของคุณตลอดเวลา ในกรณีฉุกเฉิน ผู้ให้บริการจะเรียกข้อมูลเหล่านั้นกลับมาใช้งานได้ แทนที่จะสูญหายไปเลย
  4. ปัญหาในการเข้าถึงข้อมูล สำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้งานอีเมล์บริษัทมาก่อน คุณคงไม่ทราบว่าผู้ใช้งานอีเมล์บริษัทจำนวนมาก ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้ เช่น ลืม Password ของตนเอง เป็นต้น แต่ผู้ให้บริการก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ ทำให้คุณไม่สามารถเข้าถึงอีเมล์ของตนเอง
  5. ความเสถียรในการใช้งาน เมื่อเรารู้ว่าอีเมล์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ทุกเสี้ยววินาทีในการใช้งานอีเมล์ นั้นมีมูลค่าต่อธุรกิจของคุณ ผู้ใช้งานจำนวนมาก พบปัญหา เช่น ส่งอีเมล์ไม่ออก รับอีเมล์ไม่ได้ หรือใช้ระบบอีเมล์ที่ไม่ได้มาตรฐาน สิ่งเหล่านี้ เป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง
  6. ขาดคนที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการ แน่นอนว่าอีเมล์นั้นเป็นเรื่องของเทคโนโลยี ดังนั้น หากบริษัทของคุณไม่ได้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ก็ต้องทำการว่าจ้างบริษัทอื่น ให้ทำอีเมล์บริษัทให้ แต่คุณควรเลือกบริษัทที่มีความมั่นคง เพราะคุณต้องใช้งานอีเมล์ไปอีกนาน 
การใช้งาน อีเมล์บริษัทต้องรองรับการทำงานแบบ IMAP 


รูปแบบของอีเมล์บริษัท
(How business email helps increase your business success)

แบบคนเดียว
การใช้งานอีเมล์ในรูปแบบบริษัทที่ใช้งานคนเดียว


  1. ใช้งานคนเดียว เช่น sale@company.com สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เช่น SME คงไม่แปลกที่ทั้งบริษัทจะใช้อีเมล์แค่คนเดียว

    แบบที่ 2 เมื่อธุรกิจเริ่มใหญ่ขึ้น
    เมื่อธุรกิจเริ่มใหญ่ขึ้นจากเดิมคุณใช้อีเมล์และรู้ Password เพียงคนเดียว แต่คุณต้องรับคนเพิ่ม คนเหล่านั้นก็ย่อมต้องรู้ Password อีเมล์นี้ ทำให้คุณยิ่งมีความเสี่ยงต่อข้อมูลมากขึ้น

  2. หนึ่งอีเมล์ใช้งานหลายคน เช่น sale@company.com เมื่อบริษัทของคุณใหญ่ขึ้น คุณอาจจะต้องรับ พนักงานมาทำงานเพิ่ม ทำให้คุณต้องยอมบอก Password ของ อีเมล์นี้ให้แก่บุคคลอื่น เพื่อใช้งานร่วมกัน

    ทำให้ทุกคนรู้ความลับของบริษัท
    การใช้งาน 1 อีเมล์ แต่ให้พนักงานทุกคนเข้าถึงได้หมด มีผลต่อความเสี่ยงแล้ว ยังมีผลต่อความลับของข้อมูลด้วยเพราะพนักงานทุกคนก็สามารถอ่านอีเมล์กลางได้

  3. ใช้งานแบบรวมศูนย์ มีบริษัทจำนวนมากเลือกที่จะใช้ Email เพียง Email เดียวและใช้กันทั้งบริษัท เช่น info@company.com และให้พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งวิธีนี้เป็นความเสี่ยงอย่างมาก เพราะพนักงานทุกคนจะเห็นข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับบริษัทของคุณ หรือ หากพนักงานคนใดคนหนึ่งลาออกและทำการเปลี่ยน Password อีเมล์นี้ก็ไม่สามารถใช้งานได้ทันที


  4. ต่างคนต่างใช้ โดยให้พนักงานหนึ่งคนมีอีเมล์ส่วนตัว โดยยังแยกได้ 2 ประเภท

    เพราะเกิดความเสี่ยงจำนวนมาก
    จากภาพจะเห็นได้ว่า ทุกคนใช้อีเมล์ส่วนตัว ซึ่งเป็น ฟรี อีเมล์ ในการติดต่อเรื่องงาน
    เท่ากับว่าคุณไม่สามารถเข้าไปบริหารจัดการ หรือ ลบ User ได้เลย
  • ให้พนักงานแต่ละคนใช้ Free Email เช่น @hotmail, @gmail, @yahoo โดยให้พนักงานแต่ละคนไปสมัคร หรือคุณสมัครให้ คุณทราบหรือไม่ว่า การใช้งานรูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่มีความเสี่ยงมาก เพราะคุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่าพนักงานแต่ละคน รับส่งข้อมูลอะไรบ้าง เพราะคุณไม่ได้เป็นเจ้าของระบบ (Admin) เอง แม้แต่พนักงานลาออก คุณยังไม่สามารถลบ Email ของพนักงานคนนั้นได้

    จากภาพ เป็นวิธีการใช้อีเมล์ที่ถูกต้องที่สุด และ คุณสามารถบริหารจัดการ ลบ หรือ ดูข้อมูลของ User ของแต่ละคนได้

  • ให้พนักงานใช้งานในรูปแบบอีเมล์แบบองค์กร เช่น a@company.com, b@company.com ผู้เขียนแนะนำเป็นอย่างยิ่ง ว่าคุณเลือกใช้บริการแบบนี้ บริการนี้เรียกว่า  Email Hosting หรือ Email Server ซึ่งคุณสามารถลบอีเมล์ a@company.com ได้ทันทีหากรู้ว่าบุคคลนี้จะลาออก หรือทุจริตต่อการทำงาน

การวิเคราะห์ความเสี่ยงการใช้อีเมล์บริษัทในรูปแบบต่างๆ








การเลือกผู้ให้บริการอีเมล์บริษัทสำคัญมากต่อบริษัทคุณ ดังนั้นคุณควรใช้ความรอบคอบในการเลือกผู้ให้บริการ
ซึ่งมีหลักการเลือกหลักๆ คือ บริษัทผู้ให้บริการมีความมั่นคง, สามารถ Support หรือให้ความช่วยเหลือเราได้ และผู้ให้บริการต้องให้บริการได้ตลอดเวลา

บริษัทผู้ให้บริการอีเมล์บริษัทในประเทศไทย
(Business Email Solutions and Services Provider in Thailand)

ในประเทศไทยนั้นมีผู้ให้บริการ Email สำหรับองค์กรหรือบริษัท เพียงไม่กี่บริษัท หรือแม้แต่ทั่วโลก เมื่อนับเข้าจริงๆ ก็มีเพียงไม่กี่เจ้าที่ให้บริการ ดังนั้นหากคุณรู้ว่าการใช้งานอีเมล์นั้นมีประโยชน์ แต่ในทางกลับกันก็มีความเสี่ยงมากมาย ตามที่กล่าวข้างต้น คุณควรเลือก ผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึง สามารถให้คำปรึกษาช่วยเหลือคุณ ซึ่งในประเทศไทย ผู้เขียนขอแนะนำ 3 บริษัทด้านล่างนี้




  1. Technologyland.co.th

    บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด ผู้ให้บริการอีเมล์บริษัทอันดับ 1 ของประเทศไทย

    ผู้ให้บริการอีเมล์สำหรับองค์กร รายใหญ่ของประเทศ ที่มีลูกค้า ที่เป็นหน่วยงานบริษัทที่มีชื่อเสียงจำนวนมากใช้งานอยู่ ซึ่งให้บริการตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ ไปจนถึงธุรกิจขนาดเล็ก

    จุดเด่นของบริษัทนี้
    - มีความเป็นมาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือสูง
    - มีการให้บริการแบบ Live Chat ตลอดเวลา ซึ่ง ลูกค้าจำนวนมาก ใช้บริการบริษัทนี้ เพราะสามารถขอความช่วยเหลือผ่านทางหน้าเว็บได้ตลอดเวลา
    - มีการให้บริการแบบมืออาชีพ และ การบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม บริษัทหนึ่งของประเทศ
    - มีการ Support ที่รวดเร็วที่สุด
    - ราคาเหมาะสมสำหรับทุกกลุ่มธุรกิจ โดยดูจาก Site Refferent จะพบ บริษัทที่หลากหลาย
    - มีบริการที่หลากหลาย

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    Website: www.technologyland.co.th/อีเมล์บริษัท
    Tel: 02-464-9211-12
    Address: ศูนย์ให้บริการและฝึกอบรมลูกค้า บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด ชั้น 29,อาคารดิออฟฟิศเศสแอทเซ็นทรัลเวิลด์,เลขที่ 999/9 ถนน พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน, เขตปทุมวัน, กรุงเทพฯ 10330

  2. MailDee.com



    ผู้ให้บริการที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปนกพิราบ โดยเป็นผู้ให้บริการอีเมล์บริษัทอันดับต้นๆของประเทศ ที่เน้นการให้บริการกลุ่มบริษัท สำหรับ SME โดยเฉพาะ และมีความเป็นมืออาชีพในการให้บริการที่ดีบริษัทหนึ่งในประเทศไทย

    จุดเด่นของบริษัทนี้
    - มีความเป็นมาตรฐานสูง
    - มีการให้บริการแบบมืออาชีพ
    - ราคาเหมาะสมสำหรับธุรกิจ SME โดยเฉพาะ

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    Website: www.maildee.com/อีเมล์บริษัท
    Tel: 02-426-5923-24
  3. Thaisavemail.com



    สัญลักษณ์ม้าผยอง ผู้ให้บริการอีเมล์สำเร็จรูปที่มีชื่อเสียงด้านราคาประหยัด แต่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้ด้าน Network เพราะต้องไปตั้งค่าให้ใช้งานเอง

    จุดเด่นของบริษัทนี้
    - ราคาถูก
    - เหมาะสำหรับ Programmer, หรือ นัก IT

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    Website: www.thaisavemail.com
    Tel: 02-426-5920-3
บทความที่เกี่ยวข้อง
Email (อีเมล์) คือ อะไร รวมถึงข้อดีและข้อเสีย ของการใช้อีเมล และ จะใช้อีเมลในธุรกิจได้อย่างไร
ซื้อ หรือ เช่า Email Hosting (อีเมล์โฮสติ้ง) ที่บริษัทไหนดี ?
บริการ Email Hosting มาตรฐานโลกของ บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
บริการ email hosting ที่ไหนดี บทวิเคราะห์ขั้นเทพ ที่คุณไม่เคยรู้ !
บทวิเคราะห์ เจาะลึก เรื่อง email server/email hosting เจ้าไหนดีที่สุด ?

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ
Web Hosting เว็บโฮสติ้ง คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร
บริการพื้นที่สำหรับฝากเว็บไซต์ (Web Site) คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร
พื้นที่เว็บหรือ Disk Space ของ Web Hosting คือ อะไร ?

การใช้ Email Hosting อีเมล์อย่างปลอดภัย ไม่ให้ติดไวรัส Virus


คงไม่มีใครอยากให้ Email ของตนเองติด Virus
คงไม่มีใคร อยากให้ Email หรือ Email Hosting หรือ อีเมล์บริษัท ของตนเองติดไวรัส
อันจะส่งผลทำให้การทำงานทั้งบริษัท และองค์กรมีปัญหา เช่น ไวรัส, Malware เป็นต้น


Email Server Hosting ในองค์กร/ธุรกิจ ติดไวรัส Virus


    E-mail ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่ผู้สร้างไวรัสเลือกที่จะแพร่ไวรัสเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ดังนั้นการใช้อีเมล์ ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะทำให้เกิดการเสียหายของข้อมูล ซึ่งนำไปสู่การนำไวรัสสู่องค์กรคุณ
 


ไวรัส เมลิชชากัน

ไวรัสตัวนี้เป็นอันตรายมาก มันจะทำหน้าที่ คัดเลือก Address 50 รายเพื่อส่งไวรัสอันตรายเข้าสู่ E-mail มันจะทำหน้าที่ วิ่งเข้าสู่ไฟล์แนบ ทำให้ไฟล์แนบที่ส่งเข้ามานั้น ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ หลังจากนั้นไวรัสตัวนี้จะเฝ้าดูตลอดเวลา ถ้าหากมีอีเมล์ติดต่อเข้ามา มันจะโต้ตอบเป็นภาษาต่างดาวอัตโนมัติ นอกจากนี้ไวรัสบางตัวมีความสามารถค้นหาไฟล์เพิ่มเติมในไฟล์ .wab , .idx ซึ่งเป็นฐานข้อมมูลจดหมายของ Ms Outlook เพื่อค้นหายรายชื่ออีเมล์ เพื่อที่จะคัดลอกและส่งไวรัสต่อไปให้อีกที ซึ่งส่งผลทำให้ Email ที่อยู่ใน Address Book ของคุณนั้นต้องรับ Virus ของคุณไปด้วย ซึ่งถ้าในเชิงธุรกิจ จะสร้างความเสียหายทางภาพลักษณ์บริษัทของคุณเป็นอย่างมาก

สำการการทำงานของอีเมลบริษัท
อย่าให้ Email หรือ เครื่องของเราติดไวรัส จาก Email เด็ดขาด เพราะอาจส่งผลต่อธุรกิจ
และองค์กรของท่าน เช่น อีเมล์บริษัทอาจจะใช้งานไม่ได้ เป็นต้น

ทำอย่างไรเพื่อป้องกันไวรัสจาก E-mail ได้ดีที่สุด


 1. อย่าเปิดไฟล์แนบที่ส่งมากับ E-mail ทันที 

เป็นขั้นตอนแรกของการป้องกันไวรัสที่ดีที่สุด ไวรัสที่แนบมากับ E-mail จะทำงานก็ต่อเมื่อผู้รับ E-mail ได้ทำการคลิ้กไฟล์แนบทำให้ได้รับไวรัส หรือเปิดการทำงานของไวรัส วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือกรณี E-mail หรือ ระบบของผู้ใช้มีโปรแกรมแสกนไวรัส โปรแกรมจะแสกนอัตโนมัติ หรือผู้ใช้ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า E-mail ที่มีไฟล์แนบมานั้น ปลอดภัยสามารถเปิดใช้งานดาวน์โหลดได้ ถ้าหากไม่แน่ใจ หรือไฟล์มีนามสกุลที่ผิดปกติ ให้ลบไฟล์นั้นทิ้งทันที เพื่อป้องกันไวรัสทำงาน ซึ่งเราสามารถสังเกตุได้ง่ายๆ จากข้อความในอีเมล์และไฟล์ว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ หากไม่มีความสอดคล้องกัน ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าคือ ไวรัส

2. การติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อป้องกันไวรัส

เข้าสู่คอมพิวเตอร์ของท่าน หรือที่เรียกกันว่า Anti-virus ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสหลายๆตัวมีคุณสมบัติมากมาย พร้อมตรวจสอบเครื่องของคุณตลอดเวลาที่เปิดเครื่อง หรือสร้างกำแพง (Firewall) ป้องกันไวรัส (Virus) อัตโนมัติ ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิด-ปิดการทำงาน ฟังก์ชั่นประโยชน์เหล่านี้ได้ แต่ไวรัสสามารถวิ่งเข้าสู่คอมพิวเตอร์ของเราได้ตลอด ดังนั้นการให้ Anti-virus ทำงานอยู่ตลอดเวลาเป็นการป้องการไวรัสที่ดีที่สุด


3. การแนบไฟล์ ในเครื่องคอมพิวเตอร์

เครื่องของผู้ใช้อาจมีไฟล์ไวรัสซ่อนอยู่ ดังนั้นการแนบไฟล์ก็พร้อมที่จะมีไวรัสติดไปด้วย นั่นหมายถึงเราไม่สามารถจำกัดไวรัสเองได้ ดังนั้นการควบคุมทั้งการรับ และการส่งไฟล์แนบ โดยมีAnti-virus จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกัน และจำกัดไวรัสที่มีผลอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน


การป้องกันไม่ให้ Email ของบริษัทติดไวรัส และ การใช้งานอีเมล์บริษัทอย่างถูกต้่อง


เทคนิคการใช้ซอฟต์แวร์ Anti-virus ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด


1. การอัพเดท ฐานข้อมูลไวรัส

ผู้สร้างไวรัสจะทำการสร้างไวรัสออกมาใหม่เรื่อยๆ ดังนั้นการอัพเดทโปรแกรม, ระบบฐานข้อมูลไวรัส หรือที่เรียกว่า ลายเซ็นไวรัส จึงมีความสำคัญมาก ทำให้ Anti-virus ในเครื่องเรารู้จัก ไวรัสสายพันธ์ใหม่ๆ ดังนั้นเราควรอัพเดทโปรแกรมเพื่อให้ทันสมัยเสมอ


2. แสกนไวรัสอย่างสม่ำเสมอ

เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ไวรัสตัวใหนทำงานอยู่บ้าง เพราะไวรัสบางตัว ผู้เขียนสามารถกำหนดไว้ได้เสมอว่า จะให้ทำงานวันใหน เวลาใหนบ้าง ดังนั้นการแสกนไว้อย่างสม่ำเสมอทุกวัน จะช่วย ในการค้นหาและกำจัดไวรัสได้

3. เลือกใช้ผู้ให้บริการ Email Hosting ที่มีมาตรฐาน

ในความเป็นจริงแล้ว โดยปกติ Email Server หรือ Email Hosting จะมีโปรแกรมตรวจจับไวรัสอยู่ หาก Email Hosting รายนั้นมีมาตรฐาน ซึ่งผู้ให้บริการจะมีการ Update ฐานข้อมูลไวรัสของตนเอง ให้ตรงกับทั่วโลกอยู่เสมอ ทำให้ End user หรือ ผู้ใช้งานจะไม่ได้รับ Email ที่มีการติดไวรัส เพราะมีการกรองจาก Email Hosting แล้ว


4. เลือกใช้ผู้ให้บริการ Email Hosting ที่ใช้ลิขสิทธ์แท้

Email Hosting ก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์ทั่วไป ดังนั้นการที่ Email Hosting ใช้ Software ที่มีลิขสิทธ์แท้ จะทำให้ความเสี่ยงในการติดไวรัสนั้นน้อยลง เพราะโปรแกรมหรือ Software ที่เป็นของแท้จะมีการ Update อยู่เสมอ ต่างจาก Email Hosting ที่ใช้ Software ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ฐานข้อมูลไวรัสในเครื่องนั้นไม่ Update และทำให้ User สุ่มเสี่ยงต่อการติดไวรัส

บทความที่เกี่ยวข้อง