Mail Server ที่ได้รับการยอมรับ

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วิธีการ Clear local DNS cache

วิธีการ Clear local DNS cache

Mac OS

- เปิดโปรแกรม Terminal.app ขึ้นมา โดยไปที่เมนู Spotlight (ค้นหา) และพิมพ์ "Terminal"
หรือ
1. เปิด Folder: Applications
2. พิมพ์ "Utilities" จากนั้นคลิกไอคอน "Terminal" ขึ้นมา


สำหรับคำสั่งในการเคลียร์แคชจะแตกต่างกันตาม version ของ OS มีรายละเอียดดังนี้

OS X El Capitan: 

sudo dscacheutil -flushcache;sudo killall -HUP mDNSResponder;echo flushed 


OS X Yosemite: 


sudo discoveryutil mdnsflushcache 

OS X Mavericks, Mountain Lion, and Lion:

sudo killall -HUP mDNSResponder 


Mac OS X v10.6: 


sudo dscacheutil -flushcache 


Windows OS

Windows XP

1. คลิกปุ่ม Start ที่ Task bar menu ด้านล่าง .

2. เลือก All Programs จากนั้นคลิกที่ Accessories และ Command Prompt ดังภาพ


3. เมื่อเปิด Command Prompt ขึ้นมาแล้วจะปรากฏหน้าต่างพื้นหลังสีดำ ให้พิมพ์คำสั่ง

ipconfig /flushdns จากนั้นกดปุ่ม Enter


4. เมื่อระบบทำการเคลียร์แคชเสร็จจะเห็นข้อความดังนี้
Successfully flushed the DNS Resolver Cache

Windows 7 or Vista:

1. คลิกที่ปุ่ม Start .

2. คลิก All Programs Accessories > คลิกขวาที่ Command Prompt และเลือก Run as Administrator: 


3. ที่หน้าต่างของ Command Prompt จะแสดงพื้นหลังสีดำให้พิมพ์คำสั่งว่า

ipconfig /flushdns และกดปุ่ม Enter

4. เมื่อระบบทำการเคลียร์แคชเสร็จจะเห็นข้อความดังนี้
Successfully flushed the DNS Resolver Cache

Windows 8 or 8.1:

คำสั่ง Flush DNS command บน Windows 8 and 8.1 เหมือนกับ Windows 7 and Vista เพียงแตกต่างกันที่เวลาเราเปิดโปรแกรม command prompt ขึ้นมาเฉย ๆ

1. กดปุ่ม Start ที่รูปหน้าต่าง   > Applications > พิมพ์ "Command prompt" ในช่องค้นหา




2. เมื่อเปิด Command Prompt ขึ้นมาแล้วจะปรากฏหน้าต่างพื้นหลังสีดำ ให้พิมพ์คำสั่ง 


ipconfig /flushdns จากนั้นกดปุ่ม Enter


3. เมื่อระบบทำการเคลียร์แคชเสร็จจะเห็นข้อความดังนี้
Successfully flushed the DNS Resolver Cache

Linus OS:

หนึ่งในวิธีการที่ใช้กันมากที่สุดสำหรับการเคลียร์แคช เราจะใช้โปรแกรมชื่อว่า DNS-caching Linux applications (NSCD ย่อมากจาก Name Service Cachine Daemon). ถ้าเรามีโปรแกรม NSCD อยู่แล้วก็สามารถใช้คำสั่งนี้ได้เลย terminal/shell application: 

sudo /etc/init.d/dns-clean start 

sudo /etc/init.d/nscd restart


บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

ผู้ให้บริการอีเมลโฮสติ้งสำหรับองค์กร

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ข้อความตีกลับ MX records point to non-existent hosts



ปัญหาที่ผู้ส่งพบคือ ส่งอีเมลออกไปยังปลายทางของบางโดเมนแล้วถูกตีกลับด้วยข้อความประมาณนี้

This message was created automatically by mail delivery software.

A message that you sent could not be delivered to one or more of its
recipients. This is a permanent error. The following address(es) failed:

name@domainname.com
all relevant MX records point to non-existent hosts or (invalidly) to IP addresses

ตามข้อความข้างต้น Error บอกว่าค่า MX Record ของปลายทางถูกชี้ไปที่ Host ที่ไม่มีอยู่จริง หรือถูกชี้ไปยัง IP Address ที่ไม่สามารถทำงานได้ ซึ่งถ้าเราปิงเทสโดเมนดังกล่าว ก็จะสามารถปิงค่าได้ตามปกติ

วิธีตรวจสอบว่าค่า MX Record คือค่าใด 

เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ mxtoolbox.com และค้นหาจากชื่อโดเมนเนมก็จะพบว่าถูกชี้ไปที่ใด ดังตัวอย่าง

MX Lookup


ดูเหมือนว่า Server ปลายทางจะไม่ได้มีอะไรผิดปกติเพราะ Hostname, IP Address ก็สามารถปิงเทสได้ตามปกติ แต่ปัญหาดังกล่าวนี้ ความจริงแล้วต้องแก้ไขที่ Sender's Server ในส่วนของ Exim เพื่อตั้งค่าให้ผู้ส่งสามารถส่งไปยังปลายทางที่ใช้ IP Address เป็นค่า MX Record ได้

โดยใส่คำสั่งดังนี้  allow_mx_to_ip = true 

เมื่อนำคำสั่งนี้ไปใส่ในไฟล์ Exim.config แล้ว ทำการ Restart Service ก็จะสามารถใช้ Mail Server ของผู้ส่ง ส่งไปยังปลายทางที่มี IP Address เป็นค่า MX Record ดังกล่าวได้


บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

ผู้เชี่ยวชาญการให้บริการ Email Hosting สำหรับองค์กร อันดับ 1 ของประเทศไทย

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

[Thunderbird] วิธีสร้าง Message filters เพื่อย้ายข้อความไปอยู่ใน Sub folder อัตโนมัติ

Message filters คืออะไร

ฟังก์ชั่นการทำงานของ Message filters ในโปรแกรม Mozilla Thunderbird นี้ จะเหมือนกับการสร้าง Rules ในโปรแกรม Microsoft Outlook ซึ่งเป็นลักษณะการสร้างเงื่อนไขข้อความขารับ เช่น ต้องการให้ข้อความของ Mr. A ที่ส่งมานั้น ย้ายไปอยู่ใน Sub folder ชื่อ Mr. A ที่เราสร้างขึ้นอัตโนมัติ

ประโยชน์ของ Message filters

ประโยชน์หลักของฟังก์ชั่นนี้ คือ เพื่อจัดประเภทข้อความใน Inbox ให้เป็นระเบียบ ถ้าไม่ต้องการให้ข้อความขาเข้าทุกอย่างมารวมกันอยู่ใน INBOX นั้น ก็ควรใช้ Message filters เป็นอย่างยิ่งเพื่อง่ายต่อการค้นหาข้อความเก่า ๆ


ตัวอย่างการใช้ Messages filters โดยจะตั้งเงื่อนไขดังนี้

1. ข้อความจาก Email account: tland.thailand@gmail.com ย้ายไปที่ Sub folder: TL Message อัตโนมัติ
2. ข้อความที่มีเนื้อหา Technology Land Co., Ltd. ให้ย้ายไปยัง Sub folder: TL Content อัตโนมัติ

ขั้นตอนการตั้ง Message filters


1. สร้าง Folder ใหม่ภายใต้ Folder: Inbox ขึ้นมา 1 โฟลเดอร์

คลิกขวาที่ INBOX จากนั้นเลือก New Folder....

2. ตั้งชื่อ Sub Folder ที่ต้องการ ตัวอย่างจะตั้งชื่อว่า "Mr. A"

ตั้งชื่อ Sub Folder จากนั้นคลิกปุ่ม Create Folder

3. ตั้งค่าให้ Menu Bar แสดงผลที่แถบด้านบนก่อน

คลิกขวาที่แถบสีฟ้าด้านบน จากนั้นเลือก Menu Bar

4. เปิดฟังก์ชั่น Message Filters

คลิกที่ Tools > Message Filters

5. จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างดังภาพ สามารถเริ่มสร้าง Filters ได้เลย

คลิกปุ่ม New....

6. สร้างชื่อฟังก์ชั่น และกำหนดเงื่อนไขดังนี้

1. ตั้งชื่อ Filter ของเรา
2. กำหนดเงื่อนไขว่า From > is > ชื่อบัญชีอีเมลของ Mr. A
3. กำหนดผลปลายทางว่าจะให้ข้อความย้ายไปที่โฟลเดอร์ใด เลือก
Move message to > Subfolder: Mr. A (ที่อยู่ใน Inbox)
4. กดปุ่ม OK เมื่อกำหนดค่าเสร็จ

7. จากนั้น Filter: Incoming_Mr.A ที่เราสร้างขึ้นจะปรากฏที่ Message Filters ซึ่งเราสามารถสร้างเงื่อนไขอย่างอื่นเพิ่มเติมได้อีก โดยการกดปุ่ม New... หรือเข้าไปแก้ไข Filter ที่ปุ่ม Edit

ปุ่ม Run Now ใช้สำหรับให้โปรแกรมทำการดึงข้อความไปยังโฟลเดอร์ปลายทาง
ตามเงื่อนไข Filter ที่เราสร้างขึ้นมาทันที (จะกดหรือไม่ก็ได้)

8. เมื่อกดปุ่ม Run Now โปรแกรมก็จะทำการดึงข้อความไปยังโฟลเดอร์ Mr. A ทันที โดยข้อความจาก Mr. A ที่จะเข้ามาในอนาคต ก็จะ Run ตาม Filter ที่เราสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ

ข้อความจากอีเมลของ Mr. A จะถูกย้ายมาเก็บที่ Sub Folder: Mr. A ทันที

บทความที่เกี่ยวกับ Mozilla Thunderbird


บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

ผู้ให้บริการด้านบริการอีเมลโฮสติ้งที่ดีที่สุดของประเทศไทย

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

Hop Count Exceeded คืออะไร


ตัวอย่างข้อความตีกลับ

The following message to <name@domain.com> was undeliverable.
The reason for the problem:
5.3.0 - Other mail system problem 554-'5.4.6 Hop count exceeded - possible mail loop'


Reporting-MTA: dns; sub.domain.com

Final-Recipient: rfc822;name@domain.com
Action: failed
Status: 5.0.0 (permanent failure)
Remote-MTA: dns; [198.168.xx.xxx]
Diagnostic-Code: smtp; 5.3.0 - Other mail system problem 554-'5.4.6 Hop count exceeded - possible mail loop' (delivery attempts: 0)


ข้อความตีกลับเกิดขึ้นเมื่อ ผู้ส่งพยายามส่งข้อความไปที่โฮสของ Outlook.com ไปข้อความไปไม่ถึงผู้รับ โดยจะถูกตีกลับทันที

สาเหตุ

สาเหตุมาจากการตั้งค่าใน Server ไม่ถูกต้อง ของ Server ปลายทาง

วิธีการแก้ไขปัญหา (คลิกที่นี่)

ผู้ให้บริการ Email Hosting บริการรวดเร็ว ประทับใจ

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ความแตกต่างของการใช้ MTA แบบ No Authentication กับใช้ Client



ส่วนใหญ่การส่งข้อความนั้นจะต้องมีการยืนยันตัวตน อย่างเช่น มี Username, Password และชื่อ Hostname ว่าผู้ส่งใช้ช่องทาง (MTA) ใดในการส่งข้อความ

MTA ที่เรารู้จักกันอยู่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวก Client program อย่าง Microsoft Outlook, Mozilla Thunderbird, IncrediMail, Windows Live เป็นต้น วิธีการส่งของ Client นี้ก็จะต้องมีการ Authentication ด้วย Hostname, Username และ Password ดังตัวอย่าง


และอีกประเภทคือ MTA โดยใช้ IP Address ในการยืนยันตัวตน วิธีการเช่นกันเราไม่จำเป็นต้องใช้ Username หรือ Password ในการส่งข้อมูลเลย เพียงแค่เข้าไปตั้งหมายเลขไอพีของเราใน Router

วิธีการค้นหาหมายเลขไอพีของเรา

ค้นหาคำว่า "What is my IP" จากเว็บ google.co.th


ลักษณะการใช้ MTA แบบ No Authentication (Mail Relay)





บทความที่เกี่ยวข้อง
MTA's Poor Reputation คือ อะไร

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

[Outlook] วิธีย้ายแหล่งเก็บอีเมล หรือ Store Location ไปยัง D:\ (วิธีที่ 2)



1. เปิดโปรแกรม Microsoft Outlook

ไปที่ 'File'

2. ไปที่ Account settings
1. เลือก 'Info'
2. คลิก 'Account Settings'

3. เปิด File Location เพื่อให้เราทราบแหล่งเก็บข้อมูลปัจจุบัน
1. เลือกบัญชีอีเมลปัจจุบัน
2. คลิก 'Open File Location'

4. Copy .pst file เพื่อเตรียมไปไว้ในไดร์ฟ D (หรือที่อยู่ใหม่)
เลือกแหล่งเก็บข้อมูลปัจจุบัน คลิกขวา และทำการ Copy ไฟล์ดังกล่าว 


5. พักหน้าจอหน้าโปรแกรม MS Outlook สักครู่ เพื่อออกมาสร้างโฟลเดอร์ใหม่ในไดร์ฟ D และ Paste ข้อมูลที่ Copy ไว้ในขั้นตอนที่ 4 ดังภาพ

สร้างโฟลเดอร์ใหม่ในไดร์ฟ D ที่ต้องการเก็บข้อมูลดังภาพ จากนั้นคลิกขวา กด Paste (วาง)

5. กลับมาที่โปรแกรม MS Outlook อีกครั้ง เพื่อทำการ Add file จากไดร์ฟ D และเปลี่ยนแหล่งเก็บข้อมูล
คลิกปุ่ม 'Add'

6. เลือกไฟล์ .pst ที่ไดร์ฟ D เพื่อเปลี่ยนแหล่งเก็บข้อมูล
คลิกที่ไฟล์ .pst ในไดร์ฟ D
จากนั้นกดปุ่ม 'OK'

7. ตั้งค่าให้โปรแกรมบันทึกข้อมูลใหม่จากไดร์ฟ D
1. เลือกแหล่งที่อยู่ใหม่ในไดร์ฟ D
2. คลิก 'Set as Default'

8. ระบบจะถามว่าต้องการเปลี่ยนแหล่งเก็บข้อมูลใหม่ ๆ ใช่หรือไม่

คลิกปุ่ม 'OK'

9. เมื่อทำการกด Set as default แหล่งเก็บข้อมูลที่ไดร์ฟ D แล้ว ให้ Remove แหล่งเก็บข้อมูลเก่าออก

1. เลือกแหล่งเก็บข้อมูลเดิม (C:)
2. คลิกปุ่ม 'Remove'

10. ยืนยันการ Remove Location ในไดร์ฟ C:\

คลิกปุ่ม 'Yes'

11. แหล่งเก็บข้อความอีเมลถูกเปลี่ยนเป็นไดร์ฟ D:\ แล้ว

เปลี่ยนแหล่งเก็บข้อมูลมายังไดร์ฟ D เรียบร้อยแล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้ให้บริการอีเมลโฮสติ้งที่ดีที่สุดของไทย


วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

[Mac OS] วิธีการตั้งค่าให้ Mail App ลบข้อความอัตโนมัติ (POP)




Corporate email accounts ส่วนใหญ่แล้วจะมีจุดอ่อนคือพื้นที่  Mailbox ที่ผู้ให้บริการ offer ให้นั้นมีความจำกัด หรืออาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้งานของ End-users บางราย โดยเฉพาะบัญชีอีเมลที่ผู้บริหารต้องใช้เก็บข้อมูลสำคัญ ๆ ไม่สามารถลบออกได้

อย่างไรก็ตามการ Add account ลงบน Client ประเภทบัญชีแบบ POP3 สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ เพราะว่าข้อความที่เก็บไว้บนโปรแกรมอย่าง Mail App จะถูกบันทึกอัตโนมัติไว้บนเครื่องเลย ไม่ได้ Sync โดยตรงกับ Mail server ทำให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะลบข้อความออกจาก Mail Server ได้

การตั้งค่าให้โปรแกรม Client ลบข้อความออกจาก Server ตามจำนวนวันที่กำหนดสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยแต่ละ Client ก็จะกำหนดค่าได้ต่างกัน เช่น ตั้งเป็นจำนวนวันได้ หรือ ตั้งเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน รายปี เป็นต้น

วิธีการตั้งค่าให้ Mail App ลบข้อความอัตโนมัติ (POP)


1. เปิดโปรแกรม Mail App บนเครื่อง Mac ขึ้นมา

เลือกเมนู Mail > Preferences...


2. ตั้งค่าให้โปรแกรมทำหน้าที่ลบข้อความอีเมลออกจาก Server แบบอัตโนมัติ

ไปที่เมนู Accounts
1. ทำเครื่องหมายที่ Remove copy from server after retrieving a message:
2. เลือกระยะเวลาตามต้องการ

3. เลือกช่วงเวลาที่ต้องการให้ Mail app ลบข้อมูลจาก Mail server

เช่น กำหนดให้ลบข้อความทุก ๆ 1 เดือน

4. ปิดหน้า POP-UP การตั้งค่า



5. บันทึกการตั้งค่าใหม่

กด Save เพื่อบันทึกการตั้งค่า

บทความที่เกี่ยวข้อง
[TL GoCloud][Mac OS X] การตั้งค่าอีเมล์, Add Account... (POP)
[Mac OS][Mail App] เครื่องมือต่างๆ ใน Mail เครื่อง Mac เบื้องต้น
[Mac OS][Mail App] วิธีค้นหา Mail ในเครื่อง Mac
[Mac OS][Mail App] วิธีส่งอีเมล์แบบมีไฟล์แนบใน Mac


บริษัท เทคโนโลยี แลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ อีเมลโฮสติ้ง ที่ดีที่สุด