Cloud Email Hosting ที่ดีที่สุด
แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา email virus จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด
แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา email virus จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การใช้ Email Hosting อีเมล์อย่างปลอดภัย ไม่ให้ติดไวรัส Virus


คงไม่มีใครอยากให้ Email ของตนเองติด Virus
คงไม่มีใคร อยากให้ Email หรือ Email Hosting หรือ อีเมล์บริษัท ของตนเองติดไวรัส
อันจะส่งผลทำให้การทำงานทั้งบริษัท และองค์กรมีปัญหา เช่น ไวรัส, Malware เป็นต้น


Email Server Hosting ในองค์กร/ธุรกิจ ติดไวรัส Virus


    E-mail ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่ผู้สร้างไวรัสเลือกที่จะแพร่ไวรัสเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ดังนั้นการใช้อีเมล์ ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะทำให้เกิดการเสียหายของข้อมูล ซึ่งนำไปสู่การนำไวรัสสู่องค์กรคุณ
 


ไวรัส เมลิชชากัน

ไวรัสตัวนี้เป็นอันตรายมาก มันจะทำหน้าที่ คัดเลือก Address 50 รายเพื่อส่งไวรัสอันตรายเข้าสู่ E-mail มันจะทำหน้าที่ วิ่งเข้าสู่ไฟล์แนบ ทำให้ไฟล์แนบที่ส่งเข้ามานั้น ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ หลังจากนั้นไวรัสตัวนี้จะเฝ้าดูตลอดเวลา ถ้าหากมีอีเมล์ติดต่อเข้ามา มันจะโต้ตอบเป็นภาษาต่างดาวอัตโนมัติ นอกจากนี้ไวรัสบางตัวมีความสามารถค้นหาไฟล์เพิ่มเติมในไฟล์ .wab , .idx ซึ่งเป็นฐานข้อมมูลจดหมายของ Ms Outlook เพื่อค้นหายรายชื่ออีเมล์ เพื่อที่จะคัดลอกและส่งไวรัสต่อไปให้อีกที ซึ่งส่งผลทำให้ Email ที่อยู่ใน Address Book ของคุณนั้นต้องรับ Virus ของคุณไปด้วย ซึ่งถ้าในเชิงธุรกิจ จะสร้างความเสียหายทางภาพลักษณ์บริษัทของคุณเป็นอย่างมาก

สำการการทำงานของอีเมลบริษัท
อย่าให้ Email หรือ เครื่องของเราติดไวรัส จาก Email เด็ดขาด เพราะอาจส่งผลต่อธุรกิจ
และองค์กรของท่าน เช่น อีเมล์บริษัทอาจจะใช้งานไม่ได้ เป็นต้น

ทำอย่างไรเพื่อป้องกันไวรัสจาก E-mail ได้ดีที่สุด


 1. อย่าเปิดไฟล์แนบที่ส่งมากับ E-mail ทันที 

เป็นขั้นตอนแรกของการป้องกันไวรัสที่ดีที่สุด ไวรัสที่แนบมากับ E-mail จะทำงานก็ต่อเมื่อผู้รับ E-mail ได้ทำการคลิ้กไฟล์แนบทำให้ได้รับไวรัส หรือเปิดการทำงานของไวรัส วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือกรณี E-mail หรือ ระบบของผู้ใช้มีโปรแกรมแสกนไวรัส โปรแกรมจะแสกนอัตโนมัติ หรือผู้ใช้ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า E-mail ที่มีไฟล์แนบมานั้น ปลอดภัยสามารถเปิดใช้งานดาวน์โหลดได้ ถ้าหากไม่แน่ใจ หรือไฟล์มีนามสกุลที่ผิดปกติ ให้ลบไฟล์นั้นทิ้งทันที เพื่อป้องกันไวรัสทำงาน ซึ่งเราสามารถสังเกตุได้ง่ายๆ จากข้อความในอีเมล์และไฟล์ว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ หากไม่มีความสอดคล้องกัน ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าคือ ไวรัส

2. การติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อป้องกันไวรัส

เข้าสู่คอมพิวเตอร์ของท่าน หรือที่เรียกกันว่า Anti-virus ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสหลายๆตัวมีคุณสมบัติมากมาย พร้อมตรวจสอบเครื่องของคุณตลอดเวลาที่เปิดเครื่อง หรือสร้างกำแพง (Firewall) ป้องกันไวรัส (Virus) อัตโนมัติ ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิด-ปิดการทำงาน ฟังก์ชั่นประโยชน์เหล่านี้ได้ แต่ไวรัสสามารถวิ่งเข้าสู่คอมพิวเตอร์ของเราได้ตลอด ดังนั้นการให้ Anti-virus ทำงานอยู่ตลอดเวลาเป็นการป้องการไวรัสที่ดีที่สุด


3. การแนบไฟล์ ในเครื่องคอมพิวเตอร์

เครื่องของผู้ใช้อาจมีไฟล์ไวรัสซ่อนอยู่ ดังนั้นการแนบไฟล์ก็พร้อมที่จะมีไวรัสติดไปด้วย นั่นหมายถึงเราไม่สามารถจำกัดไวรัสเองได้ ดังนั้นการควบคุมทั้งการรับ และการส่งไฟล์แนบ โดยมีAnti-virus จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกัน และจำกัดไวรัสที่มีผลอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน


การป้องกันไม่ให้ Email ของบริษัทติดไวรัส และ การใช้งานอีเมล์บริษัทอย่างถูกต้่อง


เทคนิคการใช้ซอฟต์แวร์ Anti-virus ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด


1. การอัพเดท ฐานข้อมูลไวรัส

ผู้สร้างไวรัสจะทำการสร้างไวรัสออกมาใหม่เรื่อยๆ ดังนั้นการอัพเดทโปรแกรม, ระบบฐานข้อมูลไวรัส หรือที่เรียกว่า ลายเซ็นไวรัส จึงมีความสำคัญมาก ทำให้ Anti-virus ในเครื่องเรารู้จัก ไวรัสสายพันธ์ใหม่ๆ ดังนั้นเราควรอัพเดทโปรแกรมเพื่อให้ทันสมัยเสมอ


2. แสกนไวรัสอย่างสม่ำเสมอ

เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ไวรัสตัวใหนทำงานอยู่บ้าง เพราะไวรัสบางตัว ผู้เขียนสามารถกำหนดไว้ได้เสมอว่า จะให้ทำงานวันใหน เวลาใหนบ้าง ดังนั้นการแสกนไว้อย่างสม่ำเสมอทุกวัน จะช่วย ในการค้นหาและกำจัดไวรัสได้

3. เลือกใช้ผู้ให้บริการ Email Hosting ที่มีมาตรฐาน

ในความเป็นจริงแล้ว โดยปกติ Email Server หรือ Email Hosting จะมีโปรแกรมตรวจจับไวรัสอยู่ หาก Email Hosting รายนั้นมีมาตรฐาน ซึ่งผู้ให้บริการจะมีการ Update ฐานข้อมูลไวรัสของตนเอง ให้ตรงกับทั่วโลกอยู่เสมอ ทำให้ End user หรือ ผู้ใช้งานจะไม่ได้รับ Email ที่มีการติดไวรัส เพราะมีการกรองจาก Email Hosting แล้ว


4. เลือกใช้ผู้ให้บริการ Email Hosting ที่ใช้ลิขสิทธ์แท้

Email Hosting ก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์ทั่วไป ดังนั้นการที่ Email Hosting ใช้ Software ที่มีลิขสิทธ์แท้ จะทำให้ความเสี่ยงในการติดไวรัสนั้นน้อยลง เพราะโปรแกรมหรือ Software ที่เป็นของแท้จะมีการ Update อยู่เสมอ ต่างจาก Email Hosting ที่ใช้ Software ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ฐานข้อมูลไวรัสในเครื่องนั้นไม่ Update และทำให้ User สุ่มเสี่ยงต่อการติดไวรัส

บทความที่เกี่ยวข้อง


วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อีเมล์ (Email) ที่มีไวรัส (Virus) เป็นอย่างไร พร้อมตัวอย่าง

Junk Mail หรือ อีเมล์ไวรัส (Virus Email)  คือ อะไร

อีเมล์ที่มีไวรัส คือ อะไร

อีเมล์ไวรัส (Virus) คือ อีเมล์ที่ถูกส่งเข้ามาด้วยความจงใจ  หรือ ไม่เจาะจง โดยมีความประสงค์ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณมีไวรัส เมื่อทำการเปิดคลิกไฟล์แนบ ที่ผู้ส่งนั้นส่งมา, ในบางกรณีเรายังพบว่า Hacker ได้ทำการสร้าง Email ที่มี  Virus และทำการแนบไฟล์ โดยเฉพาะ ".exe" และ ทำการ ".Zip" ไฟล์เพื่อหลบหลีกการตรวจสอบของ Email Hosting 

บางกรณี Hacker อาจจะทำการส่งอีเมล์โดยมีการแนบ URL หรือ Website  (เพราะต้องการหลบหลีกการตรวจสอบของ Firewall Email Hosting) เพื่อหลอกให้คุณกดเข้าไป Download ไวรัส ลงเครื่อง 

โดย Virus ที่ Hacker จงใจส่งเข้ามาผ่านทาง Email นั้นจะมีจุดประสงค์หลัก คือ โจรกรรมข้อมูล (Hack) เพื่อเอาข้อมูลที่เป็นความลับ หรือ สำคัญของธุรกิจคุณไปใช้ในเชิงมิชอบ เช่น Username, Password ของ Email ไปปลอมแปลงและสร้างเอกสารเลขที่บัญชีปลอมขึ้นมา (พบได้บ่อย), ข้อมูลบัตรเครดิต, ข้อมูล Internet Blanking ซึ่งสร้างความเสียหากต่อธุรกิจจำนวนมหาศาล 

ตัวอย่างอีเมล์ที่มีไวรัสแอบแฝงเข้ามา

จะป้องกันไวรัสที่มากับ Email ได้อย่างไร

  • เลือกใช้บริการ Email Hosting ที่มีความปลอดภัย หรือ สามารถ Scan หาไวรัส ในอีเมล์ เพื่อ ลดความเสี่ยงก่อนที่ อีเมล์ที่มีไวรัสจะถูกส่งถึงคุณ
  • อย่าคลิกเปิดไฟล์แนบใดๆ ที่ถูกส่งมาจาก Sender Email ที่ไม่แน่ชัด หรือ ไม่รู้จัก
  • อย่าคลิกเปิดเว็บไซต์ใดๆ ที่ถูกส่งเข้ามาจาก Sender Email ที่ไม่แน่ชัด หรือ ไม่รู้จัก
  • Scan หา Virus ประเภท Malware และ Bot ซึ่งโดยส่วนมากโปรแกรม Antivirus ทั่วไปมักหาไม่พบ
  • คลิกเพื่ออ่านวิธีป้องกันอีเมล์ที่มีไวรัสทั้งหมด >>

ข้อมูลโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ทำอย่างไร เมื่ออีเมล์ (Email Server/Hosting IP) ติด blacklist(แบล็คลิส) และส่ง email ไม่ออก


วิธีแก้ไขปัญหา
ปัญหาของคนที่ใช้ Email Server แล้ว IP ติด Blacklist ทำให้ส่ง email ไม่ออก
ปัญหาโลกแตกของหน่วยงาน, องค์กร และบริษัทจำนวนมาก ที่ต้องประสบแล้วประสบอีก ส่งผลกระทบให้กระบวนการทำงานของ Email ภายในองค์กรเกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ทำให้ Email ไม่สามารถ ส่งออก และ ขาดการสื่อสารโดยทันที

ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาเรื้อรัง ยิ่งหากคุณไม่ค่อยมีความรู้ด้านเทคนิคเกี่ยวกับการทำงานของ Email Server ด้วยแล้ว คุณจะต้องประสบปัญหานี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ ไม่ทราบว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างถาวรได้อย่างไร


ปัญหาหลักๆ ของการส่ง Email ไป Hotmail, Gmail, Yahoo ไม่ได้ สาเหตุหลักๆ มักเกิดจาก IP ของ Email Server ของคุณติด Black List ซึ่งปัญหาเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้ โดย ผู้ดูแลระบบ Email Server ของท่าน แต่มักจะเกิดปัญหานี้อีกซ้ำๆ หากผู้ดูแลระบบ Email Server ของคุณ ไม่บริหารจัดการ หรือ จำกัด การส่งของ Email ในเครื่อง Server

ปัญหา  Email Server/Hosting IP ติด blacklist แบล็คลิส
คือ เมื่อมี Email หรือ User ใด ใน Server ของคุณพยายามส่ง Spam (อีเมล์โฆษณา) ไปหา Email ค่ายใหญ่ๆ เช่น Hotmail, Gmail, Yahoo เป็นจำนวนมากๆ ผู้ให้บริการเหล่านั้น จะทำการ Block IP ของ Email Server ของคุณ ทำให้ IP Email Server ของคุณติดบัญชีดำในฐานข้อมูล Black list โลก

ซึ่งระบบ Email ที่เป็นมาตรฐาน และมีชื่อเสียงของโลก จะยึดตามฐานข้อมูล Black List โลก ดังนั้นหาก IP ของ Email Server ติด Blacklist  จะทำให้ Email ของคุณไม่สามารถส่งเมล์ไปหา Hotmail, Gmail, Yaho ได้  ซึ่งเป็นนโยบาย Anti Spam ที่ทุกค่าย ให้ความสำคัญมาก เพราะหากไม่เข้มงวดในเรื่องดังกล่าว Email ที่อยู่ในค่ายนั้นๆ ก็จะมีแต่อีเมล์โฆษณา จนทำให้ผู้ใช้งานรำคาญ และเลิกใช้งานในที่สุด

ซึ่งในหนึ่ง Email Server มี Email ใช้งานอยู่เป็นหมื่นๆ Email ดังนั้นหากคุณไม่ได้เป็นผู้ส่ง Spam แต่บุคคลอื่นกลับเป็นผู้ส่ง แทนที่เค้าจะ Block Email ของคนที่ทำผิด ในทางกลับกันเค้าจะ Block IP ของ Email Server ทั้ง Server ทำให้คุณติดหางเร่ ไปด้วย

IP ของ Email Server ติด Blacklist
ภาพกระบวนการทำงานแสดงปัญหา เมื่อ IP ของ Email Server ติด Blacklist มีผลทำให้คุณส่ง Email ให้ใครไม่ได้
วิธีแก้ปัญหาเรื้อรัง เรื่อง ส่ง Email ไม่ออก
1.หากบริษัทของคุณต้องใช้ Email ในการติดต่อเป็นหลัก โปรดอย่าเลือกใช้ Email ที่ถูกแถมมากับ Web Hosting ซึ่งมีราคาหลักร้อยจนถึงพันต้นๆ ต่อปี เพราะ Server เหล่านั้น มี Email ใช้งานจำนวนมาก  ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ในวันใดวันหนึ่ง คุณอาจจะติดปัญหา IP Blacklist เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ผู้ใช้งานคนอื่น มีใครใช้งานผิดประเภท หรือใช้ส่ง Spam

2.เลือกผู้ให้บริการ ที่เป็นผู้ให้บริการ Email Server โดยเฉพาะ และมีลูกค้าในประเทศของคุณใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะผู้ให้บริการเหล่านี้ ต้องมีการบริหารจัดการลูกค้าแต่ละเจ้า ให้ใช้งานไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพราะหากมี User คนไหนใช้งานผิด ผู้ให้บริการ Email Server จะรีบ Block User คนนั้นทันที แทนที่จะปล่อยให้ปัญหาบานปลาย และโดน Block IP ในที่สุด



3.หากคุณใช้ระบบเก่าอยู่แล้วมีปัญหาส่ง Email ไม่ออก คุณสามารถติดต่อผู้ให้บริการ Email Server รายใหม่ ให้เข้าไปตั้งค่า เพื่อเปลี่ยนผู้ให้บริการได้ ซึ่งทำให้ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถาวร

4.ผู้ให้บริการ Email Server รายนั้นควรมี ทีม Support ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอย Monitor ระบบ Email Server ไม่ให้มีลูกค้าคนใดใช้งานผิด และสามารถระงับการใช้งานของ ลูกค้ารายนั้นได้ทัน


คุณสามารถเช็คได้ด้วยตัวคุณเอง ว่า IP Email Server ของคุณติด Blacklist หรือไม่ 

ให้เข้า mxtoolbox.com และ พิมพ์ชื่อโดเมนตัวเอง หลังจากนั้น คลิกไปที่ MX Lookup

เว็บไซต์จะแสดงว่า Domain ของคุณใช้ IP อะไร และ สามารถคลิ้กไปที่ Blacklist Check

เนื่องจากฐานข้อมูล Blacklist ในโลกนี้มีจำนวนมาก ดังนั้นหาก Status ขึ้นเป็น OK ทั้งหมด แสดงว่า
IP ของคุณไม่ติด Blacklist


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไม Email ที่ถูกแถมมากับเว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) ถึงมีปัญหา ?
Web Hosting เว็บโฮสติ้ง คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร
การใช้ Email Hosting อีเมล์อย่างปลอดภัย ไม่ให้ติดไวรัส Virus
วิธีทำ mailing list หรือ ส่ง Email จำนวนมากๆ สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
สแปมเมล์ (Spam or Junk Email) คืออะไร ปัญหาใหญ่สำหรับระบบอีเมล์ธุรกิจ
Bounce หรือ อีเมล์ตีกลับ high bulk ratio คือ อะไร


วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

วิธีอ่าน Error Code ของอีเมล์ (Email) โดยเฉพาะผู้ใช้งานบน Outlook หรือ Thunderbird



Error Code ประเภทต่างๆ ในการส่งขาออก (SMTP) ในโปรแกรม Outlook หรือ ThunderBird

550 5.1.1 Recipient address rejected: User unknown in virtual alias table;หมายถึง Email ปลายทางที่คุณส่งไปนั้น ถูกตีกลับ (Bounce) โดยเหตุผลที่พบส่วนใหญ่ คือ 
  1. คุณระบุชื่อ Email ปลายทางผิด
  2. ระบบ Email Server ของปลายทางล่ม
  3. หาก Email ปลายทางมีการตั้งการส่งต่ออีเมล์ (Forward) ไปยังฉบับอื่น แล้วส่งไม่สำเร็จก็เกิด Error นี้ขึ้นมาได้



554 5.7.1 Service unavailable; Client host X.X.X.X blocked using zen.spamhaus.org;
  • IP ของเครื่องคอมพิวเตอร์คุณ หรือ Public IP ในตัว Rounter ที่คุณได้รับ อยู่ใน List ที่เข้าข่ายที่เป็น Spam mail หรือ Black list ซึ่งคุณสามารถเช็ค IP ของคุณว่าติด Blacklist หรือไม่ โดยเข้าไปที่ http://www.spamhaus.org/query/bl?ip=<your_ipaddress>


550 5.7.1 : Helo command rejected: You aren't localhost.
550 5.7.1 : Helo command rejected: You aren't localhost.localdomain.
550 5.7.1 : Helo command rejected: You are not me.

  • SMTP ของเราจะไม่ยอมรับคำสั่ง HELO ที่ถูกส่งโดย localhost และ ชื่อ Domain ไม่ถูกต้อง
    หากคุณพบปัญหานี้โปรดสอบถามไปยัง ISP (ผู้ให้บริการ Internet ที่คุณใช้อยู่)



บทความโดย
ระบบอีเมล์ธุรกิจ ที่ดีที่สุดในประเทศไทย โดย Maildee.com 




550 5.7.1 Service unavailable; client [a.b.c.d] blocked using rbl.mailhostbox.com
  • ทางเราจะไม่อนุญาตให้คุณส่ง Email ไปยัง Email Server ปลายทางใดๆ ที่ IP ของปลายทางนั้นอยู่ใน Blacklist เพื่อป้องกัน Email ของคุณ ไม่ให้ถูกโจมตีจาก ไวรัส และ Spam ที่ิอาจจะมีการตีกลับจาก IP ปลายทางอย่างอัตโนมัติ อ่านข้อมูลได้ที่  http://whitelist.mailhostbox.com/




554 5.7.1 : Relay access denied;
สาเหตุดังกล่าวอาจเกิดจาก
  1. Domain ของคุณยังอยู่ในสถานะ "Pending Verification" ซึ่งคุณสามารถดูได้จาก control panel โดยมักจะเกิดกับ Domain ที่มีการเปลี่ยนผู้ให้บริการ
  2. การตั้งค่า ขาออก (SMTP) ของคุณ นั้นตั้งผิด โดยเฉพาะคุณไม่ได้มีการติ๊กเครื่องหมายถูกในช่อง Our server requires authentication  คลิ้กเพื่อดูรายละเอียดการตั้งค่า (Outlook, Thunderbird, Apple, Android)
  • ข้อความของคุณไม่อนุญาตให้มีการส่งออก เนื่องจาก อาจจะมีการใส่ข้อความที่ดูเหมือน Spam
  • คุณมีการส่ง Email ไปหาคนจำนวนมากๆ โดย Email นั้นไม่มีอยู่จริง หากมีค่า เหล่านี้สูงหรือบ่อยครั้งเกินไป ระบบจะไม่อนุญาตให้คุณส่งอีเมล์ออกไปอีกเพราะมันจะมองเป็น Bounce Email
  • หากคุณมั่นใจว่าข้อความที่คุณต้องการส่งนั้นไม่ใช่ Spam โปรดแจ้งทีม Maildee.com เพื่อให้ความถูกต้องและแน่นอน




530 5.7.0 Recipient address rejected: Authentication Required.
  • การตั้งค่าขาออก (SMTP) ของคุณ นั้นตั้งผิด โดยเฉพาะคุณไม่ได้มีการ ติ๊กเครื่องหมายถูกในช่อง Our server requires authentication  คลิ้กเพื่อดูรายละเอียดการตั้งค่า (OutlookThunderbirdAppleAndroid)


บทความโดย
ระบบอีเมล์ธุรกิจ ที่ดีที่สุดในประเทศไทย โดย Maildee.com 

550 5.4.5 Recipient address rejected: Hourly domain sending quota exceeded
  • ข้อความนี้จะแสดงขึ้นทันที เมื่อ คุณได้ทำการส่ง Email ออกไปเกินจำนวนที่ทางเราจำกัดไว้ 
  • ซึ่งข้อความนี้จะปรากฎขึ้นหาก Domain ของคุณได้ส่ง Email ในชั่วโมงเดียวกัน ออกไปเกิน 300 ฉบับ ซึ่งโดยปกติเราจะตั้งไว้ให้ไม่เกิน 300 ฉบับ ต่อDomain 
  • ในกรณีที่คุณมี User จำนวนมาก โปรดติดต่อทีม MailDee.com เพื่อขอ SMTP2, SMTP3 เพื่อรองรับการส่งในปริมาณมาก คลิกเพื่ออ่านบทความที่เกี่ยวข้อง




550 5.4.6 Recipient address rejected: Hourly sending quota exceeded






553 5.7.1 Sender address rejected: not owned by user user@domain.com
ข้อความนี้จะเกิดขึ้น หากคุณได้พยายามทำการส่ง Email ออก และ กำหนด Username และ Password ของ SMTP ผิดหลายครั้งเกินไป, ซึ่ง Error นี้จะหาย หากคุณได้ไปทำการยืนยันตัวตน ใน webmail  โดยมีขั้นตอนดังนี้
  1. Log in เข้าไปยัง webmail ในนาม Email:  user1@domain.com (อีเมล์ที่มีปัญหาในการส่ง)
  2. เพิ่ม Add the identity ใน settings tab สำหรับ User ที่คุณต้องการ 
  3. หลังจากที่คุณได้ยืนยันตัวตนใน webmail แล้ว ระบบจะยอมให้คุณส่ง




554 5.7.1 : Recipient address rejected: USER IS SUSPENDED

  • Error นี้จะเกิดขึ้นหาก Admin ของระบบ Email คุณได้ใช้คำสั่ง ระงับการทำงานของ Email Account คุณ





522 5.7.1 : Recipient address rejected: Requested mail action aborted: exceeded storage allocation

  • Error นี้จะเกิดขึ้นหาก User ได้ใช้งานพื้นที่ Email เกินกว่าที่กำหนด






554 5.7.1 : Sender address rejected: Access denied.

  • Email ที่คุณใช้อยู่ถูก Block เป็นการชั่วคราว เนื่องจากระบบมองว่าคุณกำลังใช้งานเพื่อส่ง Spam
  • หากคุณไม่ได้เป็นผู้ส่ง Spam อาจจะเกิดจาก เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณติด ไวรัส และ ไวรัส ได้ส่ง Email ออกไปจำนวนมากๆ โดยที่คุณไม่รู้ตัว ซึ่งมักเกิดได้สำหรับผู้ใช้งาน Outlook




450 4.7.1 Client host rejected: cannot find your reverse hostname

  • อีเมล์ปลายทางมีการตีกลับ คุณต้องติดต่อไปยัง Admin ของ Email ปลายทาง เพื่อ Add ค่า rDNS ใน Email Server ปลายทาง




450 4.7.1 : Recipient address rejected: Policy Rejection- Quota Exceeded

  • คุณใช้งานพื้นที่เกินกว่าที่ระบบกำหนดไว้






450 4.7.1 Recipient address rejected: Access denied.

  • Server ปลายทางได้ทำการ Block Email ของคุณ




451 4.3.5 Server configuration problem - try again later;




451 4.7.1 Service unavailable - try again later;
  • การตั้งค่า ขาออก (SMTP) ของคุณ นั้นตั้งผิด โดยเฉพาะคุณไม่ได้มีการ ติ๊กเครื่องหมายถูกในช่อง Our server requires authentication  คลิ้กเพื่อดูรายละเอียดการตั้งค่า (OutlookThunderbirdAppleAndroid)

452 4.5.3 Error: too many recipients

  • ระบบของเราจะไม่ยอมให้คุณส่ง Email ไปยังปลายทาง ในช่อง To, CC และBcc รวมกันเกิน 50 คน ในการส่งหนึ่งครั้ง
  • คุณควรแก้ไขปัญหาด้วยการส่งอีเมล์ ครั้งละ 50 ฉบับ เป็นจำนวน 2 ครั้งแทน เป็นต้น

บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์แบบ creative commons license
การนำบทความไปเผยแพร่ต่อ ต้องมีการ ทำ Link อ้างอิงกลับมาที่ URL นี้
การละเมิดลิขสิทธ์โดยการนำบทความของเราไปเผยแพร่โดยมิได้มีการทำ Link อ้างอิงกลับมาที่ URL นี้ มีความผิดทางกฏหมายในการละเมิดลิขสิทธ์ ซึ่งทางบริษัทจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด

บทความโดย
ระบบอีเมล์ธุรกิจ ที่ดีที่สุดในประเทศไทย โดย Maildee.com

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

Error 551 5.7.1 The message was rejected due to classification as Virus, Spam or high bulk ratio.

Error Code 551 5.7.1 

The message was rejected due to classification as Virus, Spam or high bulk ratio. (Bounce)
แปลเป็นไทยง่ายๆเลย ก็แปลว่า ข้อความที่อยู่ในอีเมล์นั้น ดูเหมือนว่าจะเป็น Spam หรือ Virus หรือ มีค่าการตีกลับสูง (High bulk ratio)

Error 551 5.7.1 The message was rejected due to classification as Virus, Spam or high bulk ratio.


สาเหตุหลักที่ทำให้คุณเจอ Error นี้

หลีกเลี่ยงการใช้ Code HTML ในการติดต่อสื่อสารทาง Email เพราะ Server มันจะมองว่าคุณพยายามส่ง Spam

  1. ใน Email ของคุณอาจจะทำเป็น Code HTML พูดง่ายๆ เช่น แต่งสีตัวอักษร หรือ ไปปรับขนาด Font การกระทำเหล่านี้คุณทราบหรือไม่ว่าระบบ มันจะมอง Email ของคุณว่าเป็น Spam เพราะโดยปกติแล้วการรับส่งอีเมล์ นั้นไม่น่าจะต้องมีสีอะไรที่หวือหวา แต่ถ้าเป็นการส่ง Spam มันก็ต้องมีสี ทำตัวเล็กตัวใหญ่ เป็นต้น



    การใส่ Link มันจะทำให้ Server มองว่า Email ของคุณเป็น SPAM

  2. ลายเซ็นต์ลงท้ายของคนที่ใช้ Email มักจะลงท้ายด้วย ชื่อ, นามสกุล, ตำแหน่งของผู้ส่ง และ เว็บไซต์ของบริษัท แต่ช้าก่อน การใช้ชื่อเว็บไซต์ของบริษัทเป็นสิ่งที่ดี แต่คุณอย่าทำ Link เด็ดขาด เพราะระบบจะมองว่าคุณพยายามจะส่ง Link ที่เป็นไวรัสอยู่
บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Hosting อันดับ 1 ของประเทศไทย

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Email (อีเมล์) คือ อะไร รวมถึงข้อดีและข้อเสีย ของการใช้อีเมล์ และจะใช้อีเมล์ในธุรกิจได้อย่างไร

บทความเรียบเรียงโดย
www.maildee.com ผู้ให้บริการ Email Server Hosting อีเมล์ธุรกิจ อันดับ 1 ของประเทศ
ที่หลายๆ บริษัทชั้นนำไว้ใจ 
คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดต่อ >>

Good or bad, Email for business
ความหมายของอีเมล และ ข้อดีข้อเสียของการนำอีเมลธุรกิจมาใช้ในองค์กร





        อีเมล์ (อังกฤษ: e-mail, email) ย่อมาจาก จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อังกฤษ: electronic mail) คือวิธีการหนึ่งของการแลกเปลี่ยนข้อความแบบดิจิทัล ซึ่งออกแบบขึ้นเพื่อให้มนุษย์ใช้เป็นหลัก ข้อความนั้นจะต้องประกอบด้วยเนื้อหา ที่อยู่ของผู้ส่ง และที่อยู่ของผู้รับ (ซึ่งอาจมีมากกว่าหนึ่ง) เป็นอย่างน้อย บริการอีเมล์บนอินเทอร์เน็ตในทุกวันนี้เริ่มมีการจัดตั้งมาจากอาร์พาเน็ต (ARPANET) และมีการดัดแปลงโค้ดจนนำไปสู่มาตรฐานของการเข้ารหัสข้อความ RFC 733 อีเมล์ที่ส่งกันในยุคคริสต์ทศวรรษ 1970 นั้นมีความคล้ายคลึงกับอีเมลในปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลงจากอาร์พาเน็ตไปเป็นอินเทอร์เน็ตในคริสต์ทศวรรษ 1980 ทำให้เกิดรายละเอียดแบบสมัยใหม่ของการบริการ โดยส่งข้อมูลผ่านเกณฑ์วิธีถ่ายโอนไปรษณีย์อย่างง่าย (SMTP) ซึ่งได้เผยแพร่เป็นมาตรฐานอินเทอร์เน็ต 10 (RFC 821) เมื่อ พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) และเปลี่ยน RFC 733 ไปเป็นมาตรฐานอินเทอร์เน็ต 11 (RFC 822)
การแนบไฟล์มัลติมีเดียเริ่มมีการทำให้เป็นมาตรฐานใน พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996) ด้วย RFC 2045 ไปจนถึง RFC 2049 และภายหลังก็เรียกกันว่าส่วนขยายสื่อประสมในระบบอินเทอร์เน็ตแบบอเนกประสงค์ (MIME)
ระบบอีเมล์ที่ดำเนินงานบนเครือข่าย มากกว่าที่จะจำกัดอยู่บนเครื่องที่ใช้ร่วมกันครื่องเดียว มีพื้นฐานอยู่บนแบบจำลองบันทึกและส่งต่อ (store-and-forward model) เครื่องให้บริการอีเมล์นั้นจะตอบรับ, ส่งต่อ หรือเก็บบันทึกข้อความขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้ โดยที่ผู้ใช้คนนั้นจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับระบบอีเมล์ภายในด้วยคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรืออุปกรณ์สื่อสารอื่น ๆ บนเครือข่าย ในการรับส่งข้อความจากเซิร์ฟเวอร์ที่กำหนด ส่วนการส่งอีเมล์โดยตรงจากอุปกรณ์สู่อุปกรณ์นั้นพบได้ยากกว่า
อีเมล์ในเมืองไทยเริ่มต้นมีการใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 โดยอีเมล์ฉบับแรกของไทยเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ส่งไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นเป็นเพียงข้อความสั้นๆ ในการทดสอบระบบ
                                                                                                                                   จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ข้อดีข้อเสียของการใช้ Email




ข้อดีของการใช้ Email ธุรกิจ (ฺBusiness Email)
1. ใช้ระยะเวลาไม่นานมาก สำหรับ การส่งข้อมูลถึงผู้รับ
2. สามารถย้อนกลับมาดูข้อมูล ที่ได้รับจากผู้ส่ง ระบบอีเมล์จะทำการบันทึกข้อมูลไว้ เพื่อประโยชน์ในการหาข้อมูลย้อนหลัง
3. เราสามารถทราบได้ว่า Address ที่เราส่งไปนั้นมีผู้รับจริงหรือไม่ เพราะระบบอีเมล์จะมีการแจ้งเตือนกลับมา หลังจากที่อีเมล์ถูกส่งออกไป
4. การรับข้อมมูล ผู้รับสามารถ เปิดเช็คอีเมล์ได้หลายระบบ ทั้งด้านคอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่นิยมกันในสมัยต่างๆ
5. ข้อมูลที่ส่ง สามารถส่งได้ทั้งภาพ, เสียง, ตัวอักษร หรือแม้กระทั้งวีดีโอ สามารถลองรับไฟล์หลายประเภทได้





ข้อเสียของ Email for business (อีเมลธุรกิจ)
1. บางครั้งในการส่ง e-mail นั้น อาจะเกิดข้อสงสัยไม่ชัดเจน เหมือนการสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ อาจจะไม่ชี้ชัดแม่นยำพอ 
2. การส่ง address ที่อยู่ e-mail อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ เนื่องจากการใช้อักษรเป็นตัวกำหนด หรือผู้รับมีการเปลี่ยนแปลง address ระบบ e-mailจึงไม่สามารถตอบโต้ทันที ถ้าหากมีการใช้ตัวอักษรผิด หรือaddress ที่ไม่มีผู้ใช้ หรือยกเลิกใช้แล้ว 
ถ้ามีการผิดพลาด ระบบจะใช้เวลาสักครู่หนึ่ง เพื่อส่งอีเมล์กลับมายังผู้ส่ง เพื่อเตือนข้อผิดพลาด เนื่อวจากบางทีผู้ส่งไม่ได้คิดว่า address การส่งจะมีปัญหา จึงเกิดความ ชะล่าใจในการตรวจสอบ
3. ไวรัส อีเมล์เป็นช่องทางหนึ่ง ของการแพร่กระจายไวรัส ไปยังผู้อื่น ดังนั้นผู้รับเมล์อาจจะต้องตรวจสอบอีเมล์นั้นให้แน่ชัดก่อน หรือติดต่อทีมดูแลด้านอีเมล์ เพื่อความปลอดภัย และป้องกันการสูญหายของข้อมูลของท่าน
4.การใช้สื่อ Electronic ทุกประเภท แม้กระทั้ง Social ต่างๆ ทุกประเภท ล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งหมด เปรียบเสมือนดาบ 2 คม ดังนั้นเราจึงควรใช้สติในการเลือกใช้สื่ออย่างระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยของเรา และผลเสียหายที่อาจจะตามมาได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

อีเมล์สำเร็จรูปสำหรับบริษัทและองค์กร (Ready to use email) คือ อะไร และต้องติดตั้งอุปกรณ์มั้ย





วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

Bounce หรือ อีเมล์ตีกลับ high bulk ratio คือ อะไร

Bounce Email (การตีกลับของ Email) คือ อะไร

Bounce Email (การตีกลับของ Email) คือ อะไร


ถ้าแปลง่ายๆ ตามตัวเลย มันก็แปลว่า อีเมล์ที่คุณส่งไปถูกตีกลับ สาเหตุของการถูกตีกลับมีอยู่ไม่กี่ประเด็น คือ

ภาพอธิบาย ว่าทำไม Email ที่คุณส่งไปถึงโดนตีกลับ (Bounce)

  1. คุณระบุชื่อ Email ปลายทางผิด
  2. ไม่มี Email ชื่อนี้บนโลกใบนี้ เพราะส่งไปแล้ว ไม่มี Server ตัวไหนรับ
ซึ่งทั้ง 2 ข้อนี้ มันก็เป็นเหตุที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ  แล้วยิ่งเป็นคนไทยด้วย การสื่อสารอาจจะผิดพลาด กว่าจะบอกชื่ออีเมล์ได้กินเวลาไปเป็นนาที ซึ่ง Email Server หรือ ผู้ให้บริการ Email Hosting ก็เข้าใจดี

แต่ถ้าการตีกลับ Email (Bounce) เยอะมากจนอยู่ในระดับ  High bulk ratio แล้ว ผู้ให้บริการ Email Hosting จะยอมรับไม่ได้

  • ตามที่กล่าวมาข้างต้น คุณอาจจะพิมพ์ชื่ออีเมล์ผิดได้ 2-3 ครั้ง
  • แต่ถ้าคุณส่งอีเมล์ทีละเป็นร้อยๆ ฉบับ แล้วมันโดนตีกลับมาเกินครึ่งมันก็น่าสงสัยนะ ว่าคุณ พยายามจะส่ง Email ไปให้คนที่คุณไม่รู้จัก แล้วอีเมล์เหล่านั้นก็ไม่มีในโลก
  • ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็หมายความว่า คุณอาจจะไปได้ฐานข้อมูลอีเมล์บริษัทมาจากไหนสักแห่ง ซึ่งเป็นข้อมูลที่เก่าแล้ว หรือบัญชีผู้ใช้อีเมล์ (Email account) บางคนเลิกใช้ไปแล้ว
  • สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการ Email Hosting ทั้งโลกกลัวที่สุด จึงมีการกำหนดไว้ว่า ถ้าเกิด Bounce แก่ผู้ใช้งาน Email คนไหนมากผิดปกติ ระบบก็จะไม่ยอมให้ส่ง Email ออกไป และขึ้น Error ได้
บทความที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ high bulk ratio(Bounce email)
Error 551 5.7.1 The message was rejected due to classification as Virus, Spam or high bulk ratio.


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Server อันดับ 1 ของประเทศไทย 

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สแปมเมล์ (Spam or Junk Email) คืออะไร ปัญหาใหญ่สำหรับระบบอีเมล์ธุรกิจ


หลายๆคนที่เคยใช้อีเมล์ (Email) คงได้เคยพบปัญหา Email ขยะ หรือ Spam Email ที่ส่งมาโฆษณาขายสินค้าต่างๆ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้มีความสนใจในสินค้าเหล่านั้น ทำให้เราเกิดความรำคาญที่จะต้องไปคอยลบอีเมล์เหล่านั้น 

ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณใช้อีเมล์สำหรับทำธุรกิจ แต่ Email ใน Inbox ของคุณเต็มไปด้วย Email ขยะ ซึ่งไม่เกี่ยวกับธุรกิจของคุณเลย มันคงจะทำให้คุณวุ่นวายไม่มากก็น้อย ที่จะต้องมาคอยตรวจดูว่าเมล์ฉบับไหนสำคัญหรือเมล์ฉบับไหนคือ Spam Mail หรือบางครั้งอาจจะผิดพลาด ลบอีเมล์ที่สำคัญออกไป

Spam Email คืออะไร และถูกส่งมาได้อย่างไร ?
Spam Email ส่วนใหญ่ถูกสร้างโดย Bot หรือ Software คอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะส่ง Email ไปหาบุคคลจำนวนมากๆ ในทีเดียวกัน โดยจุดประสงค์ตั้งแต่การโฆษณาขายสินค้า หรือแม้กระทั่งการส่ง Virus ไปหาบุคคลทั่วโลก


Spam Email ที่เข้ามาจะเยอะจะน้อย ขึ้นอยู่กับระบบ Email Server ของผู้ให้บริการ ว่าได้มีการติดตั้ง Software สำหรับการบริหารจัดการ หรือ กรอง Spam เหล่านี้ได้มากแค่ไหน ยิ่งมีความเข้มงวดมาก Spam Email ของท่านก็แทบจะน้อยลง

MailDee.com ผู้ให้บริการระบบอีเมล์ (Email) ที่สามารถกรอง Spam ได้ถึง 99.9% ทำให้ทุกๆ Inbox ของคุณนั้นปราศจาก Email ขยะ หรือ อีเมล์ที่ไม่ต้องการ รวมถึงระบบ Scan Virus คุณภาพสูง ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า Email ทุกฉบับนั้นปลอดภัยจากไวรัส




วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ฟิชชิงอีเมล์ (Phishing email) คืออะไร และ จะป้องกันได้อย่างไร

ฟิชชิงอีเมล์ (Phishing email)  ภัยร้ายที่อาจทำให้เงินในบัญชีของคุณหมดกระเป๋า


      Phishing คือ ภัยอินเตอร์เน็ตที่เกิดจากการหลอกผู้ใช้งาน โดยใช้วิธีการสร้างอีเมล์ต่างๆ หรือเว็บไซต์ปลอมขึ้นมา เพื่อหลอกล่อให้ผู้ใช้งาน เกิดความสับสนในการใช้หน้าเว็บ และทำธุรกรรมต่างๆ บนเว็บไซต์ หรือบล็อกที่ถูกสร้างขึ้นมา โดยจะเริ่มต้นจากข้อความอีเมล์ที่ดูเหมือนกับว่าเป็นการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ธนาคาร, บริษัทบัตรเครดิต หรือผู้ค้าออนไลน์ที่มีชื่อเสียง หากผู้ใช้งานนั้นได้กรอกข้อมูลต่างๆบนหน้าเว็บหลอกลวงเหล่านี้ แล้วข้อมูลที่กรอกจะถูกบันทึกอัตโนมัติ เพื่อนำไปใช้ในการปลอมแปลง และยังสามารถนำข้อมูลเหล่านั้น ทำการเข้าถึงข้อมูลของผู้เสียหายโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต
      โดยในอีเมล์ดังกล่าวจะมีข้อความ ที่ทำให้ผู้รับถูกนำทางไปยังเว็บไซต์ที่ฉ้อฉล และจะถูกขอให้แจ้งข้อมูลส่วนบุคคล เช่น หมายเลขบัญชีผู้ใช้ หรือรหัสผ่าน ซึ่งจะทำให้เกิดการโจรกรรมข้อมูล, การปลอมแปลง และการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว ซึ่งสามารถทำให้ผู้ใช้งานเกิดการเสียหาย หรือมีการใช้งานอย่างผิดกฎหมาย จนสามารถถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้

และนำไปใช้เองทำให้เงินของคุณหมด
ยกตัวอย่างเช่น หลังจากที่คุณกรอกข้อมูลเกี่ยวกับบัตรเครดิตของคุณ ลงไปในเว็บไซต์ ปลอม
ที่ถูกสร้่างให้มีความน่าเชื่อถือ หรือเลียนแบบเว็บไซต์ธนาคาร ซึ่งถูกส่งมาเป็น Link ที่อยู่ใน Email ของคุณ
ทำให้คุณหลงเชื่อ และไปกรอกข้อมูลบัตรเครดิตลงไป หลังจากนั้น Hacker ก็จะสามารถนำข้อมูลเหล่านั้น ไปทำบัตรเครดิตปลอม หรือใช้ข้อมูลบัตรเครดิต ไปทำการสั่งซื้อสินค้าใช้เอง ทำให้เงินในบัตรเครดิตของคุณถูกใช้ไป

นำไปใช้ Login และโอนเงินเข้าหาตัวเอง
บางครั้ง Hacker อาจจะทำการส่ง Link ที่เป็น เว็บไซต์ปลอม ของธนาคารต่างๆ ให้ดูสมจริง
และมีความน่าเชื่อถือ, เมื่อคุณหลงเชื่อและกรอกข้อมูล เช่น Username , Password ของ Internet Blanking แทนที่
ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งตรงไปยังระบบของธนาคาร แต่ไม่ใช่เลย Username, Password ของคุณกลับส่งตรงไปหา Hacker
เมื่อ Hacker ได้ข้อมูลเหล่านั้น, เค้าก็จะนำไป Login และ โอนเงินให้ตัวเอง ทำให้เงินในบัญชีคุณหมดได้เลย



การป้องกัน Phishing email



ผู้คนจำนวนมาก ติดกับดัก ของ Hacker เพราะ Link จากทางอีเมล์ โดย Hacker ทำให้คุณหลงเชื่อว่า
คุณต้องเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว ดังนั้น เมื่อจะคลิ้ก Link อะไรใน Email ต้องมั่นใจว่าเว็บเหล่านั้น เป็นเว็บที่ถูกต้องจริงๆ 


- อย่าใส่ข้อมูลที่มีความเสี่ยงต่อการโจรกรรม หรือจากการตอบข้อความอัตโนมัติทันที หรือคลิ้กป๊อปอัพ หน้าต่างแบบที่โผล่ขึ้นมา เพื่อสอบถามและให้บริการต่างๆ
- สังเกต URL ที่อาจมีการผิดเพี้ยนไปจากเดิม หรืออาจมีลักษณะแปลกๆ ซึ่งจะเป็น URL ที่ต่างจากการเชื่อมโยงลิงค์ที่เกี่ยวข้อง หรือหน้าเว็บที่ใช้งานเดิม
- ติดตั้งโปรแกรม Anti virus ที่ใหม่และสามารถใช้งานได้ดี และอัพเดตเป็นเวอร์ชั่นใหม่อยู่เสมอ สามารถช่วยและป้องกันได้ในระดับหนึ่ง
- เข้าใช้หน้าเว็บที่สามารถเชื่อถือได้ ไม่ควรกดหรือรับข้อมูลต่างๆ ลงบนข้อความอัตโนมัติ


ข้อควรระวังในการใช้งาน Email และการปรับแต่งค่าเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
เพื่อไม่ให้คุณตกเป็นเหยื่อ รายต่อไป สำหรับ Outlook Express 



ข้อควรระวัง : การแก้ไขการตั้งค่า security zone อาจทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณได้รับอันตรายจากไวรัส 

ดังนั้นควรระวังเมื่อคุณแก้ไขการตั้งค่าเหล่านี้
  1. เริ่ม Outlook Express จากนั้นในเมนู Tools คลิ้ก Options
  2. คลิ้กแท็บ Security แล้วคลิ้กที่ Restricted Sites Zone หรือ Internet Zone (ปลอดภัยน้อยกว่า แต่ใช้งานได้หลากหลายกว่า) ในส่วนVirus Protection ใน Select the Internet Explorer security zone to use
  3. คลิ้ก OK เพื่อปิดกล่องโต้ตอบ Options แล้วออกจาก Outlook Express
  4. เริ่มใช้โปรแกรม Internet Explorer แล้วคลิ้ก Internet Options ในเมนู Tools แล้วคลิ้กที่ Security
  5. คลิ้ก Custom Level สำหรับโซนรักษาความปลอดภัยที่คุณเลือกใน Outlook Express การตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยที่คุณเลือกใช้กับ Outlook Express รวมทั้ง Internet Explorer
บทความที่เกี่ยวข้อง


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Hosting อันดับ 1 ของประเทศไทย และบริการ Web Hosting มาตรฐานสากล
คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ Web Hosting เพิ่มเติม


เราให้ความสำคัญในการบริการลูกค้า (Mind to Service) , ความคุ้มค่า (Good Value) และความปลอดภัยของข้อมูล (Secure) แก่ลูกค้าทุกระดับ ซึ่งบริษัทเราได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดแบบ 256 Bit จากประเทศสหรัฐอเมริกา

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Junk หรือ Spam Mail คือ สาเหตุ ของปัญหาอะไรบ้าง ?



ปัญหาของ Spam mail ที่มาพร้อมกับปัญหาที่อาจจะทำให้บริษัทคุณเสียหายอย่างมหาศาล



ผู้ที่ใช้งาน Email Hosting สำหรับองค์กรและธุรกิจ บางส่วน พบปัญหาการได้รับ Spam หรือ Junk Mail จำนวนมาก จนทำให้แยกไม่ออกว่า Email ใดสำคัญ Email ใด ไม่สำคัญ  และ Email เหล่านี้ยังเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สามารถสร้างความเสียหายทางธุรกิจให้คุณอย่างมหาศาลได้ดังนี้


  1. Virus อีเมล์โฆษณาบางส่วนยังแอบแนบไฟล์ที่เป็นไวรัสมาทำลายคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งจะส่งผลให้การทำงานของคอมพิวเตอร์เพี๊ยนไปหมด จนต้องไปล้างและทำการลง Window ใหม่

  2. Spyware, Spam mail บางฉบับมาพร้อมกับไวรัสประเภท Spyware และหากคุณหลงกลเปิดอ่าน และ เปิดไฟล์ที่ถูกแนบมา ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของคุณก็จะโดนโจรกรรม หรือ Hack ไป

  3. โดนปลอมแปลงเอกสาร โดยเฉพาะเลขที่บัญชี, หลังจากที่คุณติดไวรัสประเภท Spyware, Hacker จะทำการปลอมแปลงเอกสาร โดย Hacker จะไปเปิดบัญชีให้มีความคล้ายคลึง กับชื่อบัญชีเดิมของบริษัทคุณ หลังจากนั้น ก็จะทำการส่งเอกสารนี้ให้แก่คู่ค้า ของคุณทั้งหมด, จากประสบการณ์ Hacker บางรายถึงกับส่ง Fax หรือ โทรไปหาคู่ค้าคุณเลย ว่าบริษัทคุณมีการเปลี่ยนเลขที่บัญชีจริงๆ

  4. เมื่อ Hacker รู้ความเคลื่อนไหวของข้อมูลคุณ Hacker จะทำเลขที่บัญชีปลอม เพื่อ หลอกให้คุณโอนเงิน, Hacker บางส่วนยังสร้างเลขที่บัญชีปลอมของคู่ค้าของคุณขึ้นมา และ ส่งเอกสารเลขที่บัญชีปลอม มาหาคุณทาง Email และหากคุณไม่สังเกตุ คุณก็อาจจะโอนเงินไปให้ Hacker แทนการโอนเงินไปให้คู่ค้าคุณจริงๆ
  5. Email เต็ม คงไม่แปลก หากแต่ละวันคุณได้รับ Spam Mail จำนวนมหาศาล เป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน, Email คุณก็จะเต็มไปโดยปริยาย

  6. Server พัง Junk หรือ Spam Mail บางส่วนยังถูกส่งโดยความตั้งใจของผู้ไม่หวังดีกับคุณ โดยมีการส่งอีเมล์จำนวนมหาศาลมายัง อีเมล์คุณ และ หากส่งเข้ามาเยอะมาก ก็อาจจะทำให้ตัว Server นั้น แฮ้งค์ไปเลย

  7. ส่งอีเมล์ไปหาคนอื่น โดยที่คุณไม่ได้ทำการส่งเอง,  Virus บางส่วนที่มากับ Spam จะใช้ Username และ Password ของอีเมล์คุณ ไปทำการส่งอีเมล์โฆษณาให้คนอื่นต่ออย่างมหาศาล ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ IP ของ Email Hosting คุณติด Blacklist

ดังนั้น พฤติกรรมการใช้งานอีเมล์ของคุณมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงระบบกรอง Spam และ Virus ของ Email Hosting ยังช่วยให้คุณลดความเสี่ยงจาก Junk และ Spam mail

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการระบบ Email Hosting ที่มี ระบบกรอง Spam มาตรฐานสูง 


วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การใช้อีเมล์ในการติดต่อสื่อสารระหว่างสาขา ช่วยทำให้บริษัทของคุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร

และความรวดเร็วในการติดต่อได้อย่างไร
การใช้ Email สำหรับธุรกิจ ในการติดต่อระหว่างสาขา


     หลายองค์กรมีการเติบโตขยายอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องมีสาขาย่อย แยกขยายออกไป การส่งไฟล์งาน ,สำเนา, แบบฟอร์มต่างๆ ก็สามารถทำได้รวดเร็วและแม่นยำ ในเรื่องของเอกสารยิ่งมีความสำคัญมากในการใช่ร่วมกันกับหน่วยงานอื่น


การใช้งานอีเมล์ระหว่างสาขา (Use Email between Head office and Branch)

การส่งไฟล์รูปภาพ เช่น .jpg, .gif สามารถส่งผ่านอีเมล์ได้อย่างรวดเร็วและสะดวก


     สมัยนี้การส่งข้อความ รูปภาพหรือการส่งสำเนาเอกสารสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วมาก ด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะนิยมใช้อีเมล์ในการเป็นตัวรับตัวส่ง
หากคุณมีบริษัทที่ต่างสาขา หรือตั้งอยู่คนละที่ หากคุณต้องการส่งเอกสารหนึ่ง คุณสามารถส่งได้หลายวิธีเช่น Fax Messenger Email หรือการส่งผ่านไปรษณีย์ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณว่า จะใช้วิธีใหนในการส่งเพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุด

ระหว่างสำนักงานใหญ่และสาขา
การส่งข้อมูลที่เป็นความลับโดยการใช้อีเมล์ระหว่างสาขา นั้นมีความปลอดภัยมาก


     หากคุณต้องการส่งเอกสารผ่าน Fax เพื่อให้ผู้บริหารเซ็นต์ แต่ถ้าหากเอกสารนั้นเกิดเขียนข้อความผิดพลาดสักตัวล่ะ คุณจะต้องทำอย่างไร คุณก็ต้องให้ผู้ส่งเอกสารพิมพ์ใหม่ และส่งใหม่ ก็ก่อให้เกิดซึ่งความล่าช้าแน่นอน หรือแม้แต่การส่งผ่าน Messenger แน่นอน ว่ามีความสิ้นเปลืองอย่างสูง ทั้งด้านบุคลากร ด้านทรัพยากร แม้กระทั่งเสี่ยงต่อเอกสารมีปัญหา หรือเสียหายระหว่างการขนส่ง ซึ่งคุณก็ไม่รู้ล่วงหน้าว่า ระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้น จะมีอุปสรรคอะไรหรือป่าว คุณสามารถไว้ใจใครได้

การใช้งานอีเมล์ระหว่างสาขาช่วยทำให้คุณประหยัดเวลามากขึ้น


นั้นมีความรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น
การใช้ระบบอีเมล์ภายในองค์กรช่วยทำให้ประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวกได้มาก

     ถ้าหากคุณเป็นผู้บริหาร คุณต้องการเปลี่ยนแปลงข้อความนั้น ๆ คุณจะทำได้อย่างไร เสียเวลาไหม ?
Email ในขณะนี้เป็นที่นิยมสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการส่งเนื้อหา, รูปภาพ แม้กระทั่งข้อความต่างๆ หากเกิดกรณีที่ว่าคุณต้องการเปลี่ยนข้อความบางบรรทัด คุณสามารถสั่งต้นทางการส่งได้ว่า ขอมาในรูปแบบไฟล์ที่สามารถแก้ไขได้เช่น Microsoft Word , Excel หรือโปรแกรมต่างๆ ที่สามารถแนบไฟล์มาได้ และ สามารถทำการแก้ไขได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่เกิดปัญหาการส่งเอกสารที่วกไปวนมาแน่นอน ยิ่งถ้าหากเอกสารที่คุณต้องใช้นั้นมีความเร่งด่วนด้วยหล่ะ Email ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้อย่างแน่นอน


ไปยังสาขาย่อยๆ
การทำงานของอีเมล์ระหว่างสาขา


ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นในองค์กรโดยการใช้อีเมล์

1. ที่เห็นได้ชัดเจนแน่นอนเลยคือ ความสะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงสั้นๆ เพียงไม่กี่วินาที ก็สามารถถึงมือผู้รับได้อย่างปลอดภัยแล้ว
2. การเก็บเอกสาร เอกสารที่คุณเก็บคุณสามารถยืนยันได้ว่ามีการส่งแล้ว หรือถ้าหากคุณต้องการแค่อ่านโดยไม่ต้องพิมพ์เอกสารออก คุณก็สามารถทำได้ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร เช่น กระดาษ, หมึก เป็นต้น
3. Order แน่นอนว่า หากคุณต้องการสั่งสินค้า หรือการเพิ่มยอด-ลด สินค้า ถ้าหากเป็นการโทรศัพท์หากันแน่นอนว่า รวดเร็วกว่าแน่นอน แต่ถ้าหาก มีการสั่งจำนวนสินค้า หลายราคา หลายสเป็ค ซึ่งทำให้เกิดความซับซ้อน ซึ่งแน่นอนถ้าหาก เป็นการส่ง Fax ข้อมูลที่มีจำนวนมากหลายขั้นตอน ทราบกันดีอยู่แล้วว่า คุณภาพการรับเอกสารจาก Fax นั้นบางทีก็ชัดบ้างไม่ชัดบ้าง ทำให้เกิดความผิดพลาดทางตัวเลข
4. ถ้าหากการรับ Order จาก Fax แล้วเกิดมีการเลือนลางตัวเลขผิดเพี้ยนล่ะ แน่นอนว่าบริษัทของคุณจะต้องเกิดความเสียหายแน่นอน ทั้งด้านเวลา, คุณภาพ, ความน่าเชื่อถือ และยิ่งไปกว่านั้น จะเกิดการสินค้าค้างสต๊อกสินค้าเหลือ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับบริษัทแน่นอน

บทความที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ Email ServerEmail Hostingอีเมล์บริษัทอีเมล์องค์กร
การใช้ Email Hosting อีเมล์อย่างปลอดภัย ไม่ให้ติดไวรัส Virus
ซื้อ หรือ เช่า Email Hosting (อีเมล์โฮสติ้ง) ที่บริษัทไหนดี ?
การใช้อีเมล์ในกระบวนการทางธุรกิจช่วยทำให้องค์กรของคุณมีประสิทธิภาพได้อย่างไร
สมัคร อีเมล์สำหรับธุรกิจ (Corporate Email) ต่างกับ ฟรีอีเมล์ (Free Email) ทั่วไปอย่างไร
ระบบอีเมล์สำหรับองค์กร และอีเมล์ใช้ภายในองค์กร (corporate email)
วิธีเลือกซื้อ Email (อีเมล์) สำหรับชื่อ @โดเมนตัวเอง/องค์กร/บริษัท แบบประหยัด(ถูก) และดี


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการด้าน Email ServerWeb Hostingอีเมล์องค์กรอีเมล์บริษัท,อีเมล์ชื่อโดเมนตัวเอง