Mail Server ที่ได้รับการยอมรับ
แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา ip ติด blacklist จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด
แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา ip ติด blacklist จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ทำอย่างไร เมื่ออีเมล์ (Email Server/Hosting IP) ติด blacklist(แบล็คลิส) และส่ง email ไม่ออก


วิธีแก้ไขปัญหา
ปัญหาของคนที่ใช้ Email Server แล้ว IP ติด Blacklist ทำให้ส่ง email ไม่ออก
ปัญหาโลกแตกของหน่วยงาน, องค์กร และบริษัทจำนวนมาก ที่ต้องประสบแล้วประสบอีก ส่งผลกระทบให้กระบวนการทำงานของ Email ภายในองค์กรเกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ทำให้ Email ไม่สามารถ ส่งออก และ ขาดการสื่อสารโดยทันที

ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาเรื้อรัง ยิ่งหากคุณไม่ค่อยมีความรู้ด้านเทคนิคเกี่ยวกับการทำงานของ Email Server ด้วยแล้ว คุณจะต้องประสบปัญหานี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ ไม่ทราบว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างถาวรได้อย่างไร


ปัญหาหลักๆ ของการส่ง Email ไป Hotmail, Gmail, Yahoo ไม่ได้ สาเหตุหลักๆ มักเกิดจาก IP ของ Email Server ของคุณติด Black List ซึ่งปัญหาเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้ โดย ผู้ดูแลระบบ Email Server ของท่าน แต่มักจะเกิดปัญหานี้อีกซ้ำๆ หากผู้ดูแลระบบ Email Server ของคุณ ไม่บริหารจัดการ หรือ จำกัด การส่งของ Email ในเครื่อง Server

ปัญหา  Email Server/Hosting IP ติด blacklist แบล็คลิส
คือ เมื่อมี Email หรือ User ใด ใน Server ของคุณพยายามส่ง Spam (อีเมล์โฆษณา) ไปหา Email ค่ายใหญ่ๆ เช่น Hotmail, Gmail, Yahoo เป็นจำนวนมากๆ ผู้ให้บริการเหล่านั้น จะทำการ Block IP ของ Email Server ของคุณ ทำให้ IP Email Server ของคุณติดบัญชีดำในฐานข้อมูล Black list โลก

ซึ่งระบบ Email ที่เป็นมาตรฐาน และมีชื่อเสียงของโลก จะยึดตามฐานข้อมูล Black List โลก ดังนั้นหาก IP ของ Email Server ติด Blacklist  จะทำให้ Email ของคุณไม่สามารถส่งเมล์ไปหา Hotmail, Gmail, Yaho ได้  ซึ่งเป็นนโยบาย Anti Spam ที่ทุกค่าย ให้ความสำคัญมาก เพราะหากไม่เข้มงวดในเรื่องดังกล่าว Email ที่อยู่ในค่ายนั้นๆ ก็จะมีแต่อีเมล์โฆษณา จนทำให้ผู้ใช้งานรำคาญ และเลิกใช้งานในที่สุด

ซึ่งในหนึ่ง Email Server มี Email ใช้งานอยู่เป็นหมื่นๆ Email ดังนั้นหากคุณไม่ได้เป็นผู้ส่ง Spam แต่บุคคลอื่นกลับเป็นผู้ส่ง แทนที่เค้าจะ Block Email ของคนที่ทำผิด ในทางกลับกันเค้าจะ Block IP ของ Email Server ทั้ง Server ทำให้คุณติดหางเร่ ไปด้วย

IP ของ Email Server ติด Blacklist
ภาพกระบวนการทำงานแสดงปัญหา เมื่อ IP ของ Email Server ติด Blacklist มีผลทำให้คุณส่ง Email ให้ใครไม่ได้
วิธีแก้ปัญหาเรื้อรัง เรื่อง ส่ง Email ไม่ออก
1.หากบริษัทของคุณต้องใช้ Email ในการติดต่อเป็นหลัก โปรดอย่าเลือกใช้ Email ที่ถูกแถมมากับ Web Hosting ซึ่งมีราคาหลักร้อยจนถึงพันต้นๆ ต่อปี เพราะ Server เหล่านั้น มี Email ใช้งานจำนวนมาก  ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ในวันใดวันหนึ่ง คุณอาจจะติดปัญหา IP Blacklist เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ผู้ใช้งานคนอื่น มีใครใช้งานผิดประเภท หรือใช้ส่ง Spam

2.เลือกผู้ให้บริการ ที่เป็นผู้ให้บริการ Email Server โดยเฉพาะ และมีลูกค้าในประเทศของคุณใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะผู้ให้บริการเหล่านี้ ต้องมีการบริหารจัดการลูกค้าแต่ละเจ้า ให้ใช้งานไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพราะหากมี User คนไหนใช้งานผิด ผู้ให้บริการ Email Server จะรีบ Block User คนนั้นทันที แทนที่จะปล่อยให้ปัญหาบานปลาย และโดน Block IP ในที่สุด



3.หากคุณใช้ระบบเก่าอยู่แล้วมีปัญหาส่ง Email ไม่ออก คุณสามารถติดต่อผู้ให้บริการ Email Server รายใหม่ ให้เข้าไปตั้งค่า เพื่อเปลี่ยนผู้ให้บริการได้ ซึ่งทำให้ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถาวร

4.ผู้ให้บริการ Email Server รายนั้นควรมี ทีม Support ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอย Monitor ระบบ Email Server ไม่ให้มีลูกค้าคนใดใช้งานผิด และสามารถระงับการใช้งานของ ลูกค้ารายนั้นได้ทัน


คุณสามารถเช็คได้ด้วยตัวคุณเอง ว่า IP Email Server ของคุณติด Blacklist หรือไม่ 

ให้เข้า mxtoolbox.com และ พิมพ์ชื่อโดเมนตัวเอง หลังจากนั้น คลิกไปที่ MX Lookup

เว็บไซต์จะแสดงว่า Domain ของคุณใช้ IP อะไร และ สามารถคลิ้กไปที่ Blacklist Check

เนื่องจากฐานข้อมูล Blacklist ในโลกนี้มีจำนวนมาก ดังนั้นหาก Status ขึ้นเป็น OK ทั้งหมด แสดงว่า
IP ของคุณไม่ติด Blacklist


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไม Email ที่ถูกแถมมากับเว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) ถึงมีปัญหา ?
Web Hosting เว็บโฮสติ้ง คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร
การใช้ Email Hosting อีเมล์อย่างปลอดภัย ไม่ให้ติดไวรัส Virus
วิธีทำ mailing list หรือ ส่ง Email จำนวนมากๆ สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
สแปมเมล์ (Spam or Junk Email) คืออะไร ปัญหาใหญ่สำหรับระบบอีเมล์ธุรกิจ
Bounce หรือ อีเมล์ตีกลับ high bulk ratio คือ อะไร


วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

ทำไม Email Server/Hosting หรือ SMTP ถึงมีการจำกัด การส่งต่อวัน ?

Email Server/Hosting ทำไมถึงต้องมี Limit การส่งต่อชั่วโมง และต่อวัน

ปริมาณการส่งออกต่อวัน
ทำไมผู้ให้บริการ Email Server ถึงมีการจำกัดการส่งต่อวัน


มีคนจำนวนมากที่ใช้ อีเมล์บริษัท เพื่อใช้ในการสื่อสารติดต่อธุรกิจอย่างถูกต้อง ตามวัตถุประสงค์ของผู้ให้บริการ Email Server/Hosting คือใช้เพื่อความสะดวกในการสื่อสาร

แต่มีคนจำนวนหนึ่ง ใช้งาน Email Server/Hosting  ไปในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ของการใช้ อีเมล์บริษัท ที่ถูกต้อง ซึ่งคนเหล่านี้จะพยายามที่จะส่ง Email จำนวนมหาศาลเพื่อโฆษณา (Spam mail) ไปยังกลุ่มบุคคล หรือ Email ที่ตนเองไม่ได้รู้จัก หรือ เรียกว่า Bomb Mail 

สิ่งเหล่านี้เป็นข้อกังวล ของผู้ให้บริการ Email Server เป็นอย่างมาก เพราะอะไรเราลองมาดูจากภาพประกอบกัน

เนื่องจากกังวลว่า IP ของ Email Server ตนเองจะติด Blacklist
สาเหตุที่ผู้ให้บริการ Email Hosting   จำกัด ปริมาณการส่งของคุณ โดยส่วนใหญ่แล้วจะกำหนด
ไม่ให้ Email ในทั้ง Domain ของตนเองเกิน 300 ฉบับต่อวัน เนื่องจาก หากให้ผู้ใช้บริการสามารถส่งได้เยอะกว่านี้
ผู้ให้บริการ Email Hosting  จะติด IP ของผู้ส่งจะติด Blacklist ทำให้ผู้ใช้งานทั้งหมดไม่สามารถส่ง Email ไปหา Gmail, Yahoo, Hotmail หรือ อีเมล์อื่นๆ ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงได้


แล้วถ้าบริษัทของฉัน เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มี User เป็นพัน จะทำอย่างไร ?

เมื่อผู้ให้บริการ Email Hosting  มีการจำกัดปริมาณการส่งต่อชั่วโมงและต่อวัน แล้วในองค์กรขนาดใหญ่ ที่มี User เป็นพันๆคน ภายใต้ Domain เดียวกัน แสดงว่าคนเป็นพันๆคนนั้น ทั้งหมด สามารถส่ง Email ได้รวม ไม่เกิน 300  ฉบับต่อชั่วโมง หรอ มันดูผิดหลัก Logic มากเลย เราต้องประหยัดการส่ง Email ออก, แล้วจะมี Email บริษัท ไปทำไมกัน เรามีทางออก สำหรับองค์กรใหญ่ๆ ที่มี User มากกว่า 200 ขึ้นไปดังนี้


ที่มี SMTP ในการส่งจำนวนมาก
ผู้ให้บริการ Email Server สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็จะไม่ยอมให้ Email Server 1 เครื่อง ส่ง อีเมล์ได้มากกว่า 300 ฉบับ แน่นอนเพราะมันเกิดความเสี่ยงที่จะติด IP Blacklist ตามที่กล่าวไปข้่างต้น หรือ พูดในเชิงเทคนิค คือ
ไม่ให้ 1 Domain ใช้ SMTP เดียวในการส่ง (ในเคสที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่)

เราจึงขอยกตัวอย่างการทำงานของ Email Server ในองค์กรขนาดใหญ่

ผู้ให้บริการ Email Server จะต้องมี SMTP หลายๆ ตัว ยกตัวอย่าง บริษัท คุณมี User ทั้งหมด 900 คน ผู้ให้บริการ Email Hosting อาจจะมี SMTP สำหรับส่งอีเมล์ไว้ 3 ตัวซึ่งอาจจะต้องวางแผนกับทีม IT ของหน่วยงานนั้นๆ ว่าพฤติกรรมของ User แต่ละกลุ่ม  มีการใช้งานอย่างไรโดยอาจจะวางแผนได้ดังนี้

  1. SMTP1 หรือ Email Server ตัวแรก ให้อีเมล์ของฝ่าย HR ใช้งาน ซึ่ง User ในกลุ่มนี้ จะมีการส่ง Email ต่อวันมากที่สุด เช่น hr@company.com คนเดียว ในทุกๆเช้าอาจจะต้องส่งข่าวประกาศไปหา User ทั้งองค์กร ก็ 900 ฉบับ แล้ว ผู้ให้บริการ Email Server อาจจะมีการยอมให้ SMTP Server ตัวที่ 1 สามารถส่งได้ต่อวันมากสุด คือ  3,000 ฉบับ (และที่ยอมให้ถึงขนาด 3,000 นั้น) เพราะว่ารูปแบบการสื่อสารนั้นเป็นการสื่อสารภายในถึง IP จะติด Blacklist ก็เกิดผลกระทบน้อย คือ ไม่สามารถส่งไปยัง Email อื่นๆ เช่น Hotmail, Gmail, Yahoo ได้  แต่ก็ยังสื่อสารกับบุคคลภายในได้
  2. SMTP2 อาจจะกำหนด Limit การส่งต่อวันอยู่ที่ 2,000 ฉบับ ต่อวัน เพื่อรองรับ User ที่มีการใช้งาน มากปานกลาง (โดยในกรณีที่ IP ติด Blacklist) ใน SMTP2 นั้นอาจจะมี IP 2 ตัว คือ พร้อมสำรองทันทีในกรณีที่ IP ตัวแรก ติด Blacklist เพราะการกำหนดให้ถึง 2,000 ฉบับ/วัน/Domain ก็ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะติด Blacklist
  3. SMTP3 อาจจะกำหนด Limit การส่งอยู่ที่ 200 ฉบับต่อ ชั่วโมง และรวมทั้ง Domain ต้องไม่เกิน 300 ฉบับต่อชั่วโมง ซึ่งให้ SMTP3 นั้นชัวร์ๆ ว่ายังไงก็ไม่ติด Blacklist เพราะได้มีการจำกัดไว้แล้ว 

เหตุผลอะไรที่ทำไมผู้ให้บริการถึงต้องกลัวขนาดนั้น

ภาพอธิบายเพิ่มเติมข้อ1 บางครั้ง User ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะส่ง Email ออกไปจำนวนเยอะๆ
แต่บางทีการติดไวรัสก็ทำให้่ User เหล่านั้นส่ง Email ออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

  1. บางที User เหล่านั้น ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะ Bomb Mail คือ ใช้งานภายใต้กฏและนโยบายที่ถูกต้อง แต่บางที ไวรัสบางตัว มันดันไปส่ง Email ให้อัตโนมัติ หาก Email Server ไม่มีการ Limit การส่งไว้ มันก็หมายถึง Email Server ตัวนี้กำลังส่ง Spam ไปยัง Email อื่นๆ อย่างอัตโนมัติ ทำให้ ติด Blacklist ในที่สุด

    หรือ IP ติด Blacklist
    ภาพอธิบายเพิ่มเติมข้อ2 ทำไมผู้ให้บริการถึงไม่ให้ผู้ใช้บริการใช้ SMTP เพียงตัวเดียว
  2. ผู้ให้บริการต้องการให้การใช้งานของ User เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะในเชิงเทคนิคแล้ว จะสามารถกำหนดปริมาณการส่งเป็น Unlimited เลยก็ได้ แต่ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดคือ User นั่นเอง เพราะหาก SMTP ตัวนี้ติด Blacklist ขึ้นมา คุณก็ไม่สามารถติดต่อบุคคลภายนอกได้เลย

    หรือ SMTP หลายๆตัว สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
    ภาพอธิบายเพิ่มเติมข้อ 3 การบริหารความเสี่ยง

  3. เป็นการบริหารความเสี่ยงของความเสถียร ซึ่งผู้ให้บริการต้องการกระจาย SMTP ไปหลายๆตัว เพราะหากเกิดเหตุสุดวิสัยที่ควบคุมไม่ได้ ใน SMTP Server ใด Server หนึ่งขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อย User อื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้ SMTP ตัวนี้ก็ยังสามารถทำงานต่อไปได้ 

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ ระบบ อีเมล์บริษัท อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่ บริษัท ชั้นนำ เลือกใช้งาน

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ปัญหาระดับชาติของคนใช้ Email Hosting ส่งอีเมล์ Email เข้าฮอตเมล์(Hotmail) ไม่ได้

บทความโดย
MailDee.com , Email Hosting ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่มีลูกค้าชั้นนำของประเทศใช้งานเหมาะสำหรับธุรกิจ SME ที่ใช้ งาน Email เป็นประจำพร้อมทีม Support ตลอด 24x7x365

อ่านต่อ >>

หรือ โดน hotmail block
ทำไม Email Hosting  หรือ Email @ ชื่อบริษัท ของคุณ
ไม่สามารถส่ง Email ไปยัง Hotmail ใช่หรือไม่ 

หลายๆท่านที่ใช้ Email Hosting แบบ Share หรือ ที่ถูกแถมมากับ Web Hosting โดยส่วนใหญ่จะมีราคาถูก มักจะพบกับปัญหาส่ง Email ไปยัง Hotmail ไม่ได้  ทั้งๆที่เรามั่นใจว่าเราพิมพ์ชื่อ Email ปลายทางถูกต้องแล้ว แต่ส่งยังไงผู้รับก็ยังรับไม่ได้

ในบทความนี้จะเขียนข้อมูลอย่างละเอียดว่าเหตุใด ทำไม Email Hosting ที่คุณใช้อยู่ ถึงไม่สามารถส่งไปหา Email ปลายทางที่เป็น Hotmail ได้

ผ่าน Email Hosting
ภาพการทำงานกระบวนการ ตั้งแต่คุณ ที่ใช้ Email Hosting (เช่น sale@yourcompany.com/.co.th)
และส่งไปยัง Email ปลายทาง ในที่นี้สมมุติว่า abc@hotmail.com

ขั้นตอนการทำงานในการส่ง Email ไปยัง Hotmail จะอธิบายได้ดังนี้

1. คุณ หรือ Sender ได้ทำการส่ง Email 1 ฉบับ ออกไปหา abc@hotmail.com ขั้นแรก Email ของผู้ส่ง หรือ Sender Email จะต้องมี Server ที่ใช้ส่งในที่นี้เรียกว่า Email Server หรือ Email Hosting ซึ่งคุณก็เป็นเพียงหนึ่งใน Email Hosting นี้ ซึ่งมี หมายเลข ip ประจำตัว

2.หลังจากที่คุณส่ง Email ออกไปโดยผ่าน Email Server / Email Hosting  ขั้นแรก จะมี Firewall (IP Blacklist Check) เช็ค ก่อนทันทีเลยว่า IP ของ Email Hosting ที่คุณใช้อยู่ติดอยู่ในบัญชีดำหรือ Blacklist หรือไม่ (ซึ่งหาก IP ของ Email Hosting คุณ ติด Blacklist ซึ่งสาเหตุโดยส่วนใหญ่ที่ติด เนื่องจาก มีผู้ใช้ Email ใน Server เดียว เคยส่ง Spam หรือ Email โฆษณาไปหาคนอื่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลทำให้ IP นั้นติด Blacklist โดยอัตโนมัติ) ถ้า IP ของคุณติดBlacklist  จะทำให้Email ฉบับนั้นถูกตีกลับ ตั้งแต่ด่านแรก

3.หาก IP ของคุณไม่ติด Black List Email ที่คุณส่งจะวิ่งไปยัง Firewall ของ Hotmail ซึ่ง Hotmail ก็จะตรวจสอบก่อนว่า Email ของคุณ นั้นเคยทำอะไรที่ไม่ดีไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ หรือ Email คุณสะอาดไร้ที่ติ ไม่เคยทำอะไรให้ใครเดือดร้อน Firewall ตัวนี้ก็มีหน้าที่กรองว่าจะยอมให้ Email Server นี้เข้า Mail Server ของ Hotmail หรือไม่

4.เมื่อผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของ Hotmail แล้ว Email ของคุณก็จะถูกเก็บไว้ใน Email Server ของ Hotmail ทีนี้ Email Server ของ Hotmail จะทำการแยกแยะว่า Email ของคุณจะส่งถึงปลายทางใน Inbox หรือ จะให้เข้า Junk box ดี ซึ่งขึ้นอยู่นโยบายของ Hotmail ในช่วงเวลานั้นๆ

แต่โดยส่วนใหญ่หากคุณติดต่อ Email ปลายทางที่เป็น Hotmail การส่งครั้งแรก จะโดนโยนเข้า Junk box โดยปริยาย

บทความโดย
MailDee.com , Email Hosting ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่มีลูกค้าชั้นนำของประเทศใช้งานเหมาะสำหรับธุรกิจ SME ที่ใช้ งาน Email เป็นประจำพร้อมทีม Support ตลอด 24x7x365

อ่านต่อ >>



แต่หากคุณเคยติดต่อกับ Email ปลายทางนั้น และ Email ของคุณก็อยู่เป็นรายชื่อ Contact (ผู้ติดต่อ) ของเกือบ 90% Email ของคุณจะเข้า Inbox

เมื่อผู้อ่านได้ลองอ่านแล้ว จะรู้สึกว่า ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงต้องอะไรมากมายทั้งๆที่คุณก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แค่อยากจะส่ง Email ไปยัง ปลายทางที่เป็น Hotmail เท่านั้นเอง

แต่ในทางกลับกัน ก็มีบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่พยายามส่ง Spam Mail หรือ Email โฆษณา ไปยัง Email ปลายทางที่เป็น Hotmail โดยเฉพาะผู้ใช้บริการ Email Hosting แบบ Share มักจะประสบปัญหาเหล่านี้ เพราะผู้ใช้บริการคนอื่นกลับดันส่ง Email โฆษณาจำนวนมาก ไปหา Hotmail หากผู้ให้บริการ Email Hosting ของคุณ บริหารจัดการได้ไม่ดี IP โดยส่วนมากจะติด Black List ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่ติด แต่ในอนาคตมีก็มีโอกาสติด และก็จะทำให้คุณส่ง Email ไปหา Hotmail ไม่ได้ในที่สุด

ในความเป็นจริงแล้ว ขั้นตอนการรับ Email ของ Hotmail จะเป็นความลับ และไม่มีใครสามารถทราบได้ แต่นี่คือ ประสบการณ์จริงของผู้เขียนมากกว่า 10 ปี ในแวดวง Email Hosting จึงไม่แนะนำอย่างยิ่งให้คุณใช้ Share Email Hosting ในราคาไม่กี่ร้อย หรือพันต้นๆ 
หากบริษัทของคุณใช้ Email ในการติดต่อเป็นหลัก ต้องเลือกผู้ให้บริการ Email Hosting ที่มีการบริหารจัดการได้อย่างดี และต้องมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ในอนาคต เพราะหากคุณส่ง Email เข้า Hotmail ไม่ได้ Email ของคุณก็แทบไม่มีประโยชน์อะไร เพราะอย่างไรก็ตาม คนไทยก็ใช้ Email Hotmail จำนวนมาก และเป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบัน


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำอย่างไร เมื่ออีเมล์ (Email Server/Hosting IP) ติด blacklist(แบล็คลิส) และส่ง email ไม่ออก

บทความโดย
MailDee.com , Email Hosting ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่มีลูกค้าชั้นนำของประเทศใช้งานเหมาะสำหรับธุรกิจ SME ที่ใช้ งาน Email เป็นประจำพร้อมทีม Support ตลอด 24x7x365

อ่านต่อ >>



บทความอื่นๆที่น่าสนใจ
Web Hosting เว็บโฮสติ้ง คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร
พื้นที่เว็บหรือ Disk Space ของ Web Hosting คือ อะไร ?
Name Server (NS) หรือ DNS ใน Domain name (โดเมนเนม) คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร
วิธีทำเว็บไซต์ตัวเอง ให้โชว์เป็น Domain บนเว็บไซต์ และ ให้่คนอื่นดูได้

บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด




วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บอกลาปัญหา Domain ติด Blacklist ทำให้ส่ง email เข้า hotmail, gmail ไม่ได้


Domain ติด Blacklist ทำให้ส่ง Email ออกไม่ได้


เราเคยได้ยิน IP ติด Blacklist แต่เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ผู้ให้บริการ Email จำนวนมาก ทั้งฟรีอีเมล์, หรือ ผู้ให้บริการ Email Hosting ต่างๆ ต้องเพิ่มความเข้มงวดเพราะปริมาณ Spam mail ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการเพิ่ม Policy การรับ Email ว่า Sender Email นั้นๆ Domain ต้องไม่ติด Blacklist ทำให้ ผู้ใช้งาน Email Hosting โดยเฉพาะในไทย เกิดปัญหาไม่สามารถส่ง Email ไปยังปลายทางบางที่ได้ เช่น hotmail, gmail และ Email Server ปลายทาง

สาเหตุของปัญหา Domain ติด Blacklist



ใน Web Server 1 เครื่อง มีเว็บไซต์ หลายพันเว็บอาศัยอยู่

โดยเ​ฉพาะเว็บหรือ Domain ที่สร้างจาก Open Source มีความเสี่ยงสูง หากไม่ได้ตั้งค่าให้ถูกต้อง

  • หากใน Web Server ที่ Domain ของคุณอยู่ แต่อย่าลืมว่ายังประกอบด้วยเว็บอื่นๆ ใน Web Server อีกหลายร้อย หรือ หลายพันเว็บอาศัยอยู่ด้วย
  • เมื่อ Web ใดเว็บหนึ่งถูกฝังไวรัสไว้ใน File ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเว็บที่สร้างมาจาก Open Source และมีการ Download Plugin ต่างๆมาลง โดยไม่ได้ตั้งค่าเรื่องความปลอดภัยให้ถูกต้อง
  • ไวรัสนั้นจะทำการส่ง Spam mail โดยใช้ Serder Email เป็นชื่อ xxx@yourcompany.com หรือ domain ทั้งหมดที่มีอยู่ใน Server นั้น วนไปวนมา
  • เมื่อมี Email เป็นชื่อ xxx@yourcompany.com ส่ง Spam ออกไปจำนวนมากๆ Domain ของคุณก็จะติด Blacklist ในที่สุด

อาการเมื่อ Domain ติด Blacklist

ฐานข้อมูลที่แสดงว่า Domain คุณติด Blacklist แล้ว
  • หลังจากที่ Domain ติด Black list แล้ว คุณจะไม่สามารถส่ง Email ออกไปยัง Mail Server ต่างๆ เช่น Free email : hotmail, gmail เป็นต้น และ Email Hosting ปลายทางอื่นๆ ที่ไม่ยอมรับเรื่อง Domain Blacklist

วิธีการแก้ไขปัญหา

หากไม่ได้แก้ปัญหาอย่างถูกต้อง ก็จะเกิดปัญหานี้ขึ้นมาอีก ซ้ำไปซ้ำมา

  • การที่ Domain ติด Blacklist นั้น ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญหลายๆด้านแก้ไขปัญหา เช่น ฝ่ายประสานงานต่างประเทศ, วิศวกร Web Server, วิศวกร Mail Server และ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย
  • เพราะการแก้ไขปัญหาต้องแก้ให้ครบทุกด้าน ไม่อย่างนั้นปัญหานี้ก็จะกลับมาเป็นอีก ซ้ำไปซ้ำมา จนคุณไม่สามารถส่ง Email ออกไปหาใครได้เลย 
  • คุณต้องติดต่อไปยังผู้ให้บริการ Email Hosting และ Web Hosting เพื่อให้แก้ปัญหานี้ เพราะหากคุณไม่ได้มีความรู้ทางด้านเทคนิค การแก้ไขปัญหานี้จะทำได้ยากมาก

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทความโดย

บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Hosting ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่อง Domain และ IP Blacklist 

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

message contained unsafe content คืออะไร

เราต้องรู้ก่อนว่าบัญชีดำในฐานข้อมูล Blacklist โลก คืออะไร ?

ในโลกของ E-mail จะมีองค์กรที่คอยตรวจสอบทุกๆ โดเมน และ IP เมื่อมี Email หรือ User ใด ใน Server ของคุณ พยายามส่ง Spam (อีเมล์โฆษณา) ไปหา Email ค่ายใหญ่ๆ เช่น Hotmail, Gmail, Yahoo เป็นจำนวนมากๆ ผู้ให้บริการเหล่านั้น จะทำการ Block IP ของ Email Server คุณ ทำให้ IP Email Server ของคุณติดบัญชีดำในฐานข้อมูล Blacklist โลก

ซึ่งระบบ Email ที่มีมาตรฐาน และมีชื่อเสียงของโลก จะยึดตามฐานข้อมูล Blacklist โลก ดังนั้นหาก IP ของ Email Server ติด Blacklist  จะทำให้ Email ของคุณไม่สามารถส่งเมล์ไปหา Hotmail, Gmail, Yahoo ได้  ซึ่งเป็นนโยบาย Anti Spam ที่ทุกค่าย ให้ความสำคัญมาก เพราะหากไม่เข้มงวดในเรื่องดังกล่าวแล้ว Email ที่อยู่ในค่ายนั้นๆ จะมีแต่อีเมล์โฆษณา จนทำให้ผู้ใช้งานรำคาญ และเลิกใช้งานในที่สุด

ทั้งนี้บางค่ายที่ให้บริการอีเมล์ เข้มงวดขนาดที่ว่า ตรวจสอบข้อความในอีเมล์ หากพบว่ามีชื่อโดเมนที่ติด Blacklist ในข้อความของอีเมล์ที่ถูกส่ง เซิฟเวอร์นั้นก็จะไม่รับอีเมล์ฉบับนั้นเลย 

สังเกตง่ายๆว่า จะมี Error ตีกลับคือ message contained unsafe content


วิธีแก้ไขสามารถทำได้ดังนี้

1. ไม่ใส่ชื่อ โดเมนที่ติด Blacklist ในข้อความของอีเมล์
2. ติดต่อ โดเมนที่ติด Blacklist ให้แก้ไขการติด Black list


บทความที่เกี่ยวข้อง



บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด 
ผู้ให้บริการเช่าEmail Server อันดับ 1


วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

ปัญหา Mail Server ส่งอีเมล์ไม่ออก หรือ ล่าช้า

ปัญหาสุด Classic ของคนที่ทำ Mail Server คือ ส่งเมล์ไม่ออก





ปัญหาโลกแตกของหน่วยงาน, องค์กร และบริษัทจำนวนมาก ที่ต้องประสบแล้วประสบอีก ส่งผลกระทบให้กระบวนการทำงานของ Mail ภายในองค์กรเกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ทำให้ Mail ไม่สามารถ ส่งออก และ ขาดการสื่อสารโดยทันที ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาเรื้อรัง ยิ่งหากคุณไม่ค่อยมีความรู้ด้านเทคนิคเกี่ยวกับการทำงานของ Mail Server ด้วยแล้ว คุณจะต้องประสบปัญหานี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ ไม่ทราบว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างถาวรได้อย่างไร

ปัญหาหลักๆ ของการส่ง Email ไป Hotmail, Gmail, Yahoo ไม่ได้ 

สาเหตุหลักๆ มักเกิดจาก IP ของ Mail Server ของคุณติด Black List ซึ่งปัญหาเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้ โดย ผู้ดูแลระบบ Mail Server ของท่าน แต่มักจะเกิดปัญหานี้อีกซ้ำๆ หากผู้ดูแลระบบ Mail Server ของคุณ ไม่บริหารจัดการ หรือ จำกัด การส่งของ Mail ในเครื่อง Server ปัญหา Mail Server/Hosting IP ติด blacklist แบล็คลิส คือ เมื่อมี Email หรือ User ใด ใน Server ของคุณพยายามส่ง Spam (อีเมล์โฆษณา) ไปหา Email ค่ายใหญ่ๆ เช่น Hotmail, Gmail, Yahoo เป็นจำนวนมากๆ ผู้ให้บริการเหล่านั้น จะทำการ Block IP ของ Email Server

ปัญหาส่งอีเมล์ไม่ออก 

ของคุณ ทำให้ IP Mail Server ของคุณติดบัญชีดำในฐานข้อมูล Black list โลกซึ่งระบบ Email ที่เป็นมาตรฐาน และมีชื่อเสียงของโลก จะยึดตามฐานข้อมูล Black List โลก ดังนั้นหาก IP ของ Mail Server ติด Blacklist จะทำให้ Email ของคุณไม่สามารถส่งเมล์ไปหา Hotmail, Gmail, Yaho ได้ ซึ่งเป็นนโยบาย Anti Spam ที่ทุกค่าย ให้ความสำคัญมาก เพราะหากไม่เข้มงวดในเรื่องดังกล่าว Email ที่อยู่ในค่ายนั้นๆ ก็จะมีแต่อีเมล์โฆษณา จนทำให้ผู้ใช้งานรำคาญ และเลิกใช้งานในที่สุด ซึ่งในหนึ่ง Mail Server มี Email ใช้งานอยู่เป็นหมื่นๆ Email ดังนั้นหากคุณไม่ได้เป็นผู้ส่ง Spam แต่บุคคลอื่นกลับเป็นผู้ส่ง แทนที่เค้าจะ Block Email ของคนที่ทำผิด ในทางกลับกันเค้าจะ Block IP ของ Mail Server ทั้ง Server ทำให้คุณติดหางเร่ ไปด้วย



บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการระบบ Mail Server อันดับ 1 ของประเทศไทย

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

DNS Server is Blacklist คือ อะไร แก้ไขปัญหาอย่างไร ?




เมื่อปริมาณ Spam และ Junk Mail เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงผู้ส่ง Spam หรือ Spammer ก็หาวิธีแปลกๆใหม่ๆ มาส่งอีเมล์โฆษณาอยู่เรื่อยๆ ทำให้ผู้ให้บริการ Email Hosting ต้องหาวิธีในการรับมือที่เข้มงวดมากขึ้น จนบางครั้งก็มากจน คุณก็ต้องมาประสบปัญหาเช่นส่ง Eamil ไม่ออกด้วยเช่นกัน







DNS Server is Blacklist

Domain name ทุก Domain ต้องมี DNS Server หรือ ค่า NS1, NS2 นั่นเอง ซึ่งมีหน้าที่ในการสั่งการค่าต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ Domain ทั้งหมด เช่น Email (ผ่านค่า MX), Web Site (ผ่านค่า A Record หรือ Cname


มีผู้ให้บริการ Email Hosting จำนวนมาก ใช้ Server 1 ตัวทำหน้าที่ทุกอย่าง ตั้งแต่ DNS Server, Email Hosting, Web Hosting เมื่อ Email ของ User คนใดคนหนึ่งส่งออกมากผิดปกติ หรือ Website ของลูกค้าคนใดคนหนึ่งมีการส่ง Spam ออกไปจำนวนมากๆ ก็จะส่งผลให้ DNS Server นั้นติด Blacklist ไปด้วย เพราะ IP ของ DNS Server กับ Web Hosting เป็นเครื่องและ IP เดียวกัน


วิธีแก้ไขปัญหา

ผู้ให้บริการ Email Hosting ควรแยก DNS Server ออกมาเป็น Server ที่ทำหน้าที่ DNS โดยเฉพาะ ซึ่งปัญหาดังกล่าวต้องให้ผู้ให้บริการแก้ไขให้เท่านั้น เพราะเป็นวิธีการที่ค่อนข้างซับซ้อนระดับหนึ่ง ซึ่ง User หรือผู้ใช้งาน Email ทั่วไปคงไม่สามารถแก้ไขได้แน่ หากไม่ทำการแก้ไขปัญหา  IP ของ DNS Server ติด Blacklist ก็จะทำให้ส่ง Email ไปหาปลายทางหลายๆที่ไม่ได้ และจะเจอ Error "DNS Server is Blacklist" และปัญหาก็จะวนเวียนในลักษณะนี้ไปๆมาๆ


บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความโดย

บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด | ผู้ให้บริการ Email Hosting คุณภาพเยี่ยม

วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2558

Google Apps สามารถรับ Email ที่ Sender IP ติด Blacklist ได้หรือไม่



90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ให้บริการอีเมล์ทั่วไป จะมีระบบป้องกัน spam mail แบบ Real-time Black hole list (RBL) เปรียบเสมือนสมุดที่มีรายชื่อของพวก spam และ blacklist อยู่ และจะทำการบล็อค IP นั้นๆทำให้ไม่สามารถส่งอีเมล์ขยะเข้ามาได้อีก ฟังดูเหมือนจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดี แต่ช้าก่อน การโดนบล็อคทั้ง IP ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะนั่นทำให้คุณไม่สามารถรับอีเมล์ที่ดีจาก IP นั้นๆไปด้วย

แล้วจะทำอย่างไร?

จากที่กล่าวไปแล้วว่ามี 90เปอร์เซ็นต์ของผู้ให้บริการอีเมล์ที่ใช้ระบบนี้ แปลว่ายังมีอีกประมาน 10 เปอร์เซ็นต์ของผู้ให้บริการ ที่มีระบบแตกต่างจากระบบข้างต้น

หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการอีเมล์โฮสติ้งที่ดี มีมาตรฐาน คุณควรเลือกผู้ให้บริการที่มีระบบ Spam Guard ที่มีมาตรฐานด้วยเช่นกัน และหนึ่งในผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ก็คือ Google Apps

ระบบการป้องกันของ Google Apps

Google Apps มีระบบ Spam Guard ที่มีความฉลาดในการแยกแยะอีเมล์ว่าอีเมล์นั้นๆเป็นอีเมล์ที่ดีหรือไม่ ด้วยความที่ Google มีฐานข้อมูลจำนวนมหาศาลอยู่ในมือ ทำให้สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ว่าอีเมล์นั้นๆสมควรปล่อยผ่านหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมโดยวัดจากพฤติกรรมของผู้ใช้ หากว่าอีเมล์ฉบับนั้นเคยถูกปล่อยผ่านเข้าไปใน Inbox แล้วผู้ใช้ไม่เปิดอ่าน ลบทิ้งบ่อยๆ จะเกิดการเรียนรู้ว่าอีเมล์ฉบับนั้นมีความผิดปกติ ซึ่งในกรณีที่เห็นว่าอีเมล์ฉบับใดไม่น่าไว้ใจ Google จะไม่บล็อคทั้ง IP
แต่จะบล็อคแค่อีเมล์ที่มีปัญหาเท่านั้น นั่นจึงสรุปได้ว่า Google Apps สามารถรับอีเมล์ที่ Sender IP ติด Blacklist ได้

บทความที่เกี่ยวข้อง
[OS X] วิธี Sync ปฏิทินของ Gmail ลงบน Mac
Google Apps สามารถกรอง Spam Junk ได้แม่นยำแค่ไหน
วิธีการแชร์ Google Spreadsheets ให้คนอื่น

ความแตกต่างระหว่างดูอย่างเดียวกับแก้ไขได้ในการแชร์ Google Apps



ผู้ให้บริการ Email Hosting คุณภาพสูงที่ใช้งานร่วมกับ Google Apps ได้เป็นอย่างดี




วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

[Outlook] ปัญหาโลกแตก เมื่อโปรแกรม Outlook ติดไวรัส และ วิธีแก้ไข

โลกแตกแน่ๆ หากคุณใช้่อีเมล์เพื่อติดต่อธุรกิจอยู่ดีๆ บนโปรแกรม Outlook แล้วโดนไวรัสโจมตี
ในบทความนี้จะอธิบายแนวทางป้องกัน สาเหตุ และ อาการเมื่อคุณติดไวรัส

ทำไม Outlook ถึงติดไวรัส

การเปิดไฟล์แนบต่าง ๆ ที่มีข้อมูลไม่แน่ชัด ซึ่งส่วนมากนั้นจะเป็นไวรัส หรือ  Trojan ต่างๆ ที่ติดมากับไฟล์เอกสาร ซึ่งถูกปล่อยมากจากผู้ไม่หวังดี ก่อกวนการใช้งาน ถ้าหากผู้ใช้งานไม่มั่นใจ ว่าอีเมล์ฉบับนั้น ใช่อีเมล์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้หรือไม่ ให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด และลบอีเมล์ฉบับนั้นทิ้งไป เพื่อป้องการการติดไวรัสของอีเมล์



อาการและปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อ Outlook นั้นติดไวรัส

อาการ ที่แสดงว่าตอนนี้ อีเมล์ของคุณในโปรแกรม Outlook อาจจะติดไวรัสแล้ว


ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อ Outlook นั้นมีการติดไวรัส คือการส่งอีเมล์เองอัตโนมัติ สุ่มรายชื่อใน Address Book และทำการส่งไวรัสไปยังรายชื่อนั้นๆ หรือการเปิดไฟล์อีเมล์ การเปิดอ่านอีเมล์เป็นภาษาต่างดาว หรือการเกิดลิงค์ต่างๆ ในอีเมล์ ซึ่งเกิดจากการหลอกล่อของไวรัส ให้ผู้ใช้งานคลิ้กลิงค์เพื่อนำไปสู่เว็บภายนอก (Phishing email) และยังเป็นการนำพาไวรัสเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ซึ่งหลักการดังกล่าวนี้ เป็นอันตรายต่อการโจรกรรมข้อมูลอย่างมาก ผู้ใช้งานจึงควรตรวจสอบเนื้อหา และความน่าเชื่อถือของผู้ส่งอีเมล์ต้นทางนั้นด้วย 


การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วที่สุดเมื่ออีเมล์ติดไวรัส

คือ การเปลี่ยน Password ของ Email นั้นทันที
เมื่อคุณเชื่อว่า Email ของคุณที่ใช้ใน Outlook นั้นติดไวรัส,  วิธีที่แก้ไขได้เร็วและดีที่สุด คือ การเปลี่ยน Password
ของอีเมล์นั้น และให้ใช้งานอีเมล์ผ่านเว็บ (Web Base) หรือ โปรแกรมเช็คอีเมล์อื่นๆ ก่อนที่ไม่ใช่ Outlook 


คือการเปลี่ยน Password ของ Email คุณ ทำให้ไวรัสไม่สามารถส่งอีเมล์ออกไปได้อีก ไวรัสจะจำข้อมูล จำช่องทางเดิมการเข้าใช้ เพราะฉะนั้นการที่เราทำการเปลี่ยน Password จะทำให้ไวรัสเกิดการสับสนช่องทาง ทำให้ไม่สามารถเข้าใช้หรือโจมตีได้อีก ดังนั้นการเปลี่ยยน Password ถือเป็นการแก้ไขปัญหาและเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุด ในการหยุดการเชื่อมต่อของไวรัสอีเมล์

การป้องกันไม่ให้อีเมล์ติดไวรัส

การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การใช้ Anti virus ที่มีประสิทธิภาพ และอัพเดตฐานข้อมูลของไวรัสสม่ำเสมอ 
การใช้ Anti virus ปลอม หรือละเมิดลิขสิทธิ์นั้น จะไม่มีประสิทธิภาพ หรือมาตรฐานพอที่จะป้องกันไวรัสได้อย่างเต็มที่

Software ที่ใช้ความนิยมในการรับ - ส่ง อีเมล์เช่น MS Outlook , Outlook Express จะเป็นซอฟต์แวร์ที่มาจาก Microsoft นั้นยังมีข้อผิดพลาดในเรื่องการรักษาความปลอดภัยของการใช้ระบบอีเมล์ ซึ่งเป็นช่องว่าง ทำให้ถูกไวรัสโจมตีได้ ซึ่งทาง Microsoft ได้ให้บริการดาวน์โหลดการรักษาความปลอดภัยที่เรียกว่า Active X มีหน้าที่เป็นตัวกรองเล็กๆ ในการกำจัด และหยุดการนำเข้าของไวรัสที่ติดมากับอีเมล์


บทความที่เกี่ยวข้อง

ThunderBird VS Outlook โปรแกรมเช็คอีเมล์อันไหนดีกว่ากัน สำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ
การใช้ Email Hosting อีเมล์อย่างปลอดภัย ไม่ให้ติดไวรัส Virus

บทความโดย

บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

ผู้เชี่ยวชาญและให้บริการระบบอีเมล์ และระบบ Web Hosting สำหรับองค์กรและธุรกิจ โดยเฉพาะ คลิ้กที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ผู้ให้บริการอันดับ 1 ของประเทศไทย

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การใช้ Email Hosting อีเมล์อย่างปลอดภัย ไม่ให้ติดไวรัส Virus


คงไม่มีใครอยากให้ Email ของตนเองติด Virus
คงไม่มีใคร อยากให้ Email หรือ Email Hosting หรือ อีเมล์บริษัท ของตนเองติดไวรัส
อันจะส่งผลทำให้การทำงานทั้งบริษัท และองค์กรมีปัญหา เช่น ไวรัส, Malware เป็นต้น


Email Server Hosting ในองค์กร/ธุรกิจ ติดไวรัส Virus


    E-mail ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่ผู้สร้างไวรัสเลือกที่จะแพร่ไวรัสเข้าสู่คอมพิวเตอร์ ดังนั้นการใช้อีเมล์ ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะทำให้เกิดการเสียหายของข้อมูล ซึ่งนำไปสู่การนำไวรัสสู่องค์กรคุณ
 


ไวรัส เมลิชชากัน

ไวรัสตัวนี้เป็นอันตรายมาก มันจะทำหน้าที่ คัดเลือก Address 50 รายเพื่อส่งไวรัสอันตรายเข้าสู่ E-mail มันจะทำหน้าที่ วิ่งเข้าสู่ไฟล์แนบ ทำให้ไฟล์แนบที่ส่งเข้ามานั้น ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ หลังจากนั้นไวรัสตัวนี้จะเฝ้าดูตลอดเวลา ถ้าหากมีอีเมล์ติดต่อเข้ามา มันจะโต้ตอบเป็นภาษาต่างดาวอัตโนมัติ นอกจากนี้ไวรัสบางตัวมีความสามารถค้นหาไฟล์เพิ่มเติมในไฟล์ .wab , .idx ซึ่งเป็นฐานข้อมมูลจดหมายของ Ms Outlook เพื่อค้นหายรายชื่ออีเมล์ เพื่อที่จะคัดลอกและส่งไวรัสต่อไปให้อีกที ซึ่งส่งผลทำให้ Email ที่อยู่ใน Address Book ของคุณนั้นต้องรับ Virus ของคุณไปด้วย ซึ่งถ้าในเชิงธุรกิจ จะสร้างความเสียหายทางภาพลักษณ์บริษัทของคุณเป็นอย่างมาก

สำการการทำงานของอีเมลบริษัท
อย่าให้ Email หรือ เครื่องของเราติดไวรัส จาก Email เด็ดขาด เพราะอาจส่งผลต่อธุรกิจ
และองค์กรของท่าน เช่น อีเมล์บริษัทอาจจะใช้งานไม่ได้ เป็นต้น

ทำอย่างไรเพื่อป้องกันไวรัสจาก E-mail ได้ดีที่สุด


 1. อย่าเปิดไฟล์แนบที่ส่งมากับ E-mail ทันที 

เป็นขั้นตอนแรกของการป้องกันไวรัสที่ดีที่สุด ไวรัสที่แนบมากับ E-mail จะทำงานก็ต่อเมื่อผู้รับ E-mail ได้ทำการคลิ้กไฟล์แนบทำให้ได้รับไวรัส หรือเปิดการทำงานของไวรัส วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือกรณี E-mail หรือ ระบบของผู้ใช้มีโปรแกรมแสกนไวรัส โปรแกรมจะแสกนอัตโนมัติ หรือผู้ใช้ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า E-mail ที่มีไฟล์แนบมานั้น ปลอดภัยสามารถเปิดใช้งานดาวน์โหลดได้ ถ้าหากไม่แน่ใจ หรือไฟล์มีนามสกุลที่ผิดปกติ ให้ลบไฟล์นั้นทิ้งทันที เพื่อป้องกันไวรัสทำงาน ซึ่งเราสามารถสังเกตุได้ง่ายๆ จากข้อความในอีเมล์และไฟล์ว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ หากไม่มีความสอดคล้องกัน ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าคือ ไวรัส

2. การติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อป้องกันไวรัส

เข้าสู่คอมพิวเตอร์ของท่าน หรือที่เรียกกันว่า Anti-virus ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสหลายๆตัวมีคุณสมบัติมากมาย พร้อมตรวจสอบเครื่องของคุณตลอดเวลาที่เปิดเครื่อง หรือสร้างกำแพง (Firewall) ป้องกันไวรัส (Virus) อัตโนมัติ ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิด-ปิดการทำงาน ฟังก์ชั่นประโยชน์เหล่านี้ได้ แต่ไวรัสสามารถวิ่งเข้าสู่คอมพิวเตอร์ของเราได้ตลอด ดังนั้นการให้ Anti-virus ทำงานอยู่ตลอดเวลาเป็นการป้องการไวรัสที่ดีที่สุด


3. การแนบไฟล์ ในเครื่องคอมพิวเตอร์

เครื่องของผู้ใช้อาจมีไฟล์ไวรัสซ่อนอยู่ ดังนั้นการแนบไฟล์ก็พร้อมที่จะมีไวรัสติดไปด้วย นั่นหมายถึงเราไม่สามารถจำกัดไวรัสเองได้ ดังนั้นการควบคุมทั้งการรับ และการส่งไฟล์แนบ โดยมีAnti-virus จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกัน และจำกัดไวรัสที่มีผลอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน


การป้องกันไม่ให้ Email ของบริษัทติดไวรัส และ การใช้งานอีเมล์บริษัทอย่างถูกต้่อง


เทคนิคการใช้ซอฟต์แวร์ Anti-virus ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด


1. การอัพเดท ฐานข้อมูลไวรัส

ผู้สร้างไวรัสจะทำการสร้างไวรัสออกมาใหม่เรื่อยๆ ดังนั้นการอัพเดทโปรแกรม, ระบบฐานข้อมูลไวรัส หรือที่เรียกว่า ลายเซ็นไวรัส จึงมีความสำคัญมาก ทำให้ Anti-virus ในเครื่องเรารู้จัก ไวรัสสายพันธ์ใหม่ๆ ดังนั้นเราควรอัพเดทโปรแกรมเพื่อให้ทันสมัยเสมอ


2. แสกนไวรัสอย่างสม่ำเสมอ

เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ไวรัสตัวใหนทำงานอยู่บ้าง เพราะไวรัสบางตัว ผู้เขียนสามารถกำหนดไว้ได้เสมอว่า จะให้ทำงานวันใหน เวลาใหนบ้าง ดังนั้นการแสกนไว้อย่างสม่ำเสมอทุกวัน จะช่วย ในการค้นหาและกำจัดไวรัสได้

3. เลือกใช้ผู้ให้บริการ Email Hosting ที่มีมาตรฐาน

ในความเป็นจริงแล้ว โดยปกติ Email Server หรือ Email Hosting จะมีโปรแกรมตรวจจับไวรัสอยู่ หาก Email Hosting รายนั้นมีมาตรฐาน ซึ่งผู้ให้บริการจะมีการ Update ฐานข้อมูลไวรัสของตนเอง ให้ตรงกับทั่วโลกอยู่เสมอ ทำให้ End user หรือ ผู้ใช้งานจะไม่ได้รับ Email ที่มีการติดไวรัส เพราะมีการกรองจาก Email Hosting แล้ว


4. เลือกใช้ผู้ให้บริการ Email Hosting ที่ใช้ลิขสิทธ์แท้

Email Hosting ก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์ทั่วไป ดังนั้นการที่ Email Hosting ใช้ Software ที่มีลิขสิทธ์แท้ จะทำให้ความเสี่ยงในการติดไวรัสนั้นน้อยลง เพราะโปรแกรมหรือ Software ที่เป็นของแท้จะมีการ Update อยู่เสมอ ต่างจาก Email Hosting ที่ใช้ Software ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ฐานข้อมูลไวรัสในเครื่องนั้นไม่ Update และทำให้ User สุ่มเสี่ยงต่อการติดไวรัส

บทความที่เกี่ยวข้อง


วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กรณีศึกษา: การแก้ปัญหาส่ง Email ไปภายนอกไม่ได้เพราะโดน Outbound Firewall Block URL หรือ Domain ใน message email




ในช่วงเวลาที่ Domain ติด Blacklist SpamRL จะส่งผลกระทบต่อการใช้งานอีเมล์พอสมควร เนื่องจากจะทำให้การรับ-ส่งอีเมล์นั้นสำเร็จน้อยลง นับว่าเป็นปัญหาที่น่าปวดหัวสำหรับผู้ใช้เลยทีเดียว



อีเมล์ที่ถูกปฏิเสธการส่งออก จะเข้าสู่ระบบแจ้งเตือน


จากภาพ Old Flow (ที่มีปัญหาการส่งออก)

      อีเมล์ถูกส่งออกมา เพื่อเตรียมพร้อมที่จะส่งออก แต่โดนตรวจเช็คและพบว่าเนื้อหาในอีเมล์นั้น มีรายชื่อที่ติด SpamRL อยู่ Outbound Spam Check จึงไม่ยอมให้อีเมล์ฉบับนั้นส่งออกได้ อีเมล์ฉบับดังกล่าวจึงเข้าระบบแจ้งเตือน เมื่อตรวจสอบพบปัญหาแล้วจึงทำการแก้ไข เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานของ User ดังนี้



เพิ่ม server ที่ใช้เพื่อการส่งออก โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ เพื่อให้อีเมล์ส่งออกได้


จากภาพ New Flow (แก้ไขปัญหาการส่งออก)

       ทำการแก้ปัญหาโดย นำ server ตัวใหม่เข้ามาเพื่อใช้ในการดีดอีเมล์ออก โดยไม่ผ่านระบบการตรวจสอบใดใด ทำให้อีเมล์สามารถส่งออกได้ตามปกติ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความโดย

TL - LAB -  ผู้เชี่ยวชาญด้าน Email Hosting อันดับ 1

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การกรอง Spam ด้วยการ Whitelist และ Blacklist ทำงานอย่างไร

การกรอง Spam ด้วยการกำหนด Whitelist และ Blacklist นั้น ถือเป็นระบบการกรองในขั้นต้นของระบบกรอง Spam โดยบางท่านอาจสงสัยว่าอะไรคือ Whitelist และ Blacklist ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการตัดสิน ว่าอีเมลใดสมควรเป็น Sender Blacklist

โดยส่วนใหญ่มาจากการที่มีการส่งเมลที่เป็น Spam จากไอพีไป ยัง Server อื่น ทำให้ผู้ดูแลทางฝังที่ได้รับเมล ทำการแจ้งไปว่า IP Hosting Email ที่ทำการส่งเมล์มาเป็นภัยคุกคาม จึงทำให้ติดอยู่ใน Spam quarantine ส่วน Whitelist นั้นถือเป็นอีเมลที่ปลอดภัยสามารถทำการรับ-ส่งเมลได้ปกติ หรือสามารถกำหนดในระบบ Admin ได้ว่าให้ Domainใดเป็น Blacklist หรือ Whitelist ได้เช่นกัน



หลักการทำงานทั่วไป คือ ระบบจะทำการกรองข้อความ Mail Server โดยตั้งค่ากำกับไว้ว่าถ้าเป็นเมล จาก IP ที่ติด Global Blacklist ก็จะตีกลับไม่สามารถเข้ามาได้

ระบบกรองสแปมที่มีประสิทธิภาพ จะสามารถตั้งค่าให้ blacklist หรือ whitelist ผู้ส่งได้เอง โดยที่ไม่ต้องดูจาก Global blacklist ก็ได้ เพื่อใช้ในกรณีที่โดเมนผู้ส่งติด Global blacklisted แล้วมีความจำเป็นที่จะต้องส่งข้อความมายังปลายทางแบบด่วนจริง ๆ ก็สามารถตั้งให้โดเมนต้นทางเป็น Sender whitelist เพื่อที่จะรับข้อความจากต้นทางได้ทันที

บริษัท เทคโนโลยี แลนด์ จำกัด

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการอีเมลโฮสติ้งที่ดีที่สุดของไทย

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Error : blocked using Trend Micro Network Anti-Spam Service คืออะไร



การส่งอีเมล์ในบางครั้ง เราอาจจะได้รับอีเมล์ตีกลับ โดยอีเมล์ที่ตีกลับมาจะมี Error บอกรายละเอียด ว่าทำไมถึงไม่สามารถส่งอีเมล์ไปถึงยังปลายทางได้ เราสามารถตรวจสอบ Error ต่างๆ และหาสาเหตุเบื้องต้นได้เอง โดยดูข้อความจาก Error (ข้อความในอีเมล์ตีกลับ จะมีรายละเอียดจำนวนมาก ให้สังเกตที่ Keyword)


*************************
ตัวอย่าง

blocked using Trend Micro Network Anti-Spam Service

แปลว่า :  IP นั้นไม่ได้รับความน่าเชื่อถือจาก Trend Micro

*************************

สาเหตุ

อาจเกิดจาก IP ของอีเมล์ลูกค้าที่ใช้ส่งออกนั้นติด Blacklist ซึ่งสามารถตรวจสอบการติด Blacklist 
ได้ที่นี่ http://mxtoolbox.com/blacklists.aspx

วิธีการแก้ไข

1. แจ้งปลายทางให้ตรวจสอบ Server หากมีการบล็อกจากระบบ ให้ดำเนินการปลดบล็อก หรือ Whitelist
2. แจ้งผู้ให้บริการอีเมล์ของท่านตรวจสอบ IP Server (ปัญหาดังกล่าวอาจเป็นไปได้ว่า Server E-mail ที่ท่านใช้บริการอยู่ถูก Blacklist)

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บริษัทดูแลระบบอีเมล์ วิธีเลือก และ บทวิเคราะห์ "ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน"

จะเลือก "บริษัทดูแลระบบอีเมล์" ที่ไหนดี

เราอยู่ในยุคที่ "ทุกบริษัท ต้องมีอีเมล์" 

หากคุณทำงานในบริษัทใดๆ ก็ตาม, คุณจะพบว่าการสื่อสารในธุรกิจปัจจุบันนั้นใช้งาน "อีเมล์" ในการติดต่อเป็นหลัก แทนการติดต่ออื่นๆ เช่น โทรศัพท์ หรือ แทบจะมีลำดับความสำคัญอันดับต้นๆ ของบริษัทคุณเลยทีเดียว ดังนั้น การเลือก "บริษัทดูแลระบบอีเมล์" นั้นมีความสำคัญมาก, เพราะหากคุณเลือกผิดคุณก็จะพบกับปัญหาการใช้งานมากมาย

จะเลือก "บริษัทดูแลระบบอีเมล์" อย่างไร


วิธีเลือก บริษัทดูแลระบบอีเมล์ สำหรับ บริษัทของคุณ

  1. ต้องเลือกบริษัท ที่มีความน่าเชื่อถือ และ เปิดบริการมานาน เนื่องจากบริษัทเหล่านี้จะมีความมั่นคง และ เมื่อคุณใช้งานไป บริษัทเหล่านี้คงไม่ปิดหนีหายคุณไปแน่ๆ

  2. มีการ Support หรือ การบริการหลังการขายที่ดี, เพราะระบบทุกระบบย่อมมีปัญหา, ปัญหาที่อาจจะเกิดจากตัวคุณไม่เข้าใจในเทคโนโลยี หรือ ปัญหาที่เกิดจากระบบของผู้ให้บริการเอง ดังนั้น เมื่อมีปัญหาคุณควรได้รับบริการที่ดี จากผู้ให้บริการ Mail Server อยู่เสมอ

  3. ผู้ให้บริการ ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยต่อข้อมูลลูกค้า, ผู้ให้บริการ mail server ควรมีใบรับรองความปลอดภัยที่ถูกออกโดยหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อเป็นการยืนยันว่า ข้อมูลของลูกค้านั้นมีความปลอดภัย

  4. Spam Mail คุณรู้หรือไม่ ว่ามีบริษัทจำนวนมากพบกับปัญหา Spam Mail อย่างมหาศาล เนื่องจาก เลือกผู้ให้บริการที่ผิดพลาด, เนื่องจากหากเป็นระบบ Mail Server ทั่วไป จะมีการกรองที่มีคุณภาพต่ำ, แต่หากเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานระบบการกรอง Spam หรือ Junk Mail จะแทบเป็นศูนย์

  5. IP ติด Blacklist, หากคุณเลือกผู้ให้บริการที่ไม่ได้ให้บริการ Mail Server โดยเฉพาะ, คุณต้องพบกับปัญหา อีเมล์บริษัทของคุณไม่สามารถส่งเข้าไปยัง Hotmail, Gmail, Yahoo หรือ ปลายทางบางที่ได้, และปัญหานี้จะเป็นไปเรื่อยๆ เพราะ Mail Server ของคุณติด Blacklist

ปัญหาเหล่านี้มิใช่ผู้ให้บริการไม่ทราบ, และ เค้าก็ไม่ผิดที่จะไม่บอกคุณ, เพราะถ้าบอกคุณก็คงไม่ซื้อบริการ Mail Server จากเค้า


บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
"บริษัทดูแลระบบอีเมล์" มาตรฐานระดับสากลที่ดีที่สุด