Mail Server ที่ได้รับการยอมรับ
แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา hack จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด
แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา hack จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตัวอย่าง Facebook ปลอม พร้อม Hack แบบ Phishing URL

ตัวอย่าง Website: Facebook ปลอม

ก่อนกรอก Username และ Password ?

คุณรู้หรือไม่ว่า การกรอก Username และ Password เพื่อเข้าระบบใดระบบหนึ่งมีความเสี่ยงเสมอ และ นี่ก็ คือ ภัยร้ายล่าสุดเนียน ที่ Hacker ทำ Website Facebook ปลอมขึ้นมา หากคุณไปกรอก Username และ Password เมื่อไหร่, Hacker ก็รู้ Account Facebook คุณทันที


ดารา นักธุรกิจ ก็โดน Hack ด้วยวิธีง่ายๆ แบบนี้

การทำงานของ Hacker ที่จ้องจะ Hack Facebook คุณจะมีกระบวนการทำงานดังนี้

  1. Hacker จะส่ง Facebook ที่เป็น Website ปลอม ไปยัง Email หรือ SMS ของคุณ และ ทำเป็นแจ้งเตือนว่าคุณต้องทำการเปลี่ยน Password และมี Link ให้คุณกดเข้าไปยัง Web ปลอม
  2. เมื่อคุณคลิกไปที่ Link หน้าเว็บไซต์ จะมีหน้าตาคล้ายกับเว็บ Facebook จริงมาก จนคุณแยกไปออก ซึ่ง ส่งผลให้คุณกรอก Username และ Password ของ Facebook ลงไปในที่สุด
  3. Hacker ก็จะนำ Username และ Password ไป Login ในเว็บ Facebook จริง เพื่อหาข้อมูล หรือ เอารูปภาพส่วนตัวที่คุณไม่อยากเผยแผ่ให้ใครเห็น "นำมาแบล็คเมล์" หรือ "เรียกค่าไถ่เป็นเงินจากคุณ" หรือ เอาไฟเผยแผ่จนทำให้คุณเกิดความเสียหายในที่สุด
  4. บางครั้ง Hacker ก็ไม่ได้ต้องการ Hack Facebook ของคุณ แต่ ต้องการทราบ Password ของ Facebook ของคุณเพื่อใช้ Password ที่คุณกรอก ลองนำมา Hack Email หรือ Account อื่นๆ ของคุณต่อไป

บทความโดย
TL-LAB บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด, ผู้ให้บริการ ระบบ Email Hosting สำหรับธุรกิจ

วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

5 วิธี ป้องกันการโดน Hack "บัตรเครดิต"


คุณมั่นใจได้อย่างไร ?

ยุคนี้เป็นยุคของการใช้บัตรเครดิตซื้อของ Online ผ่านเว็บไซต์ เช่น ตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก โรงแรม, ค่าบริการต่างๆในและต่างประเทศ พอถึงปลายเดือนหรือรอบบิลของบัตรเครดิตก็จะมีใบแจ้งหนี้ ติดแสตมป์อย่างดีส่งตรงถึงหน้าบ้านเพื่อให้คุณเอาเงินไปจ่าย แล้ว คุณรู้ได้อย่างไรว่ามันปลอดภัยจริงๆ


5 เคล็ดลับ ก่อน ที่จะตกเป็นเหยื่อ !

  1. อย่าพิมพ์ข้อมูลบัตรเครดิต แล้ว Save เป็น File ลงเครื่องเด็ดขาด, มีคนจำนวนมากถึงมากที่สุด มักพิมพ์ข้อมูลของบัตรเครดิตลงโปรแกรม Word, Notepad แล้ว Save File นั้นลงเครื่อง เพื่อกันลืม วิธีนี้เป็นวิธีที่ Hacker สามารถ Hack ข้อมูลได้ง่ายสุด อย่าว่าแต่ Hacker เลย แค่ลูกมาแอบเห็นเอาไปซื้อของบนเว็บได้แล้ว

  2. อย่าใช้งานบัตรเครดิตในร้าน Internet Cafe, คอมพิวเตอร์สาธารณะจำนวนมากมี ไวรัสสอดแนม (Spyware) ฝังอยู่ และคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าข้อมูลบัตรเครดิตที่คุณพิมพ์เข้าไปนั้นจะถูก เจ้าของร้านหรือ Hacker เอาไปใช้งานอีกหรือเปล่า

  3. ใช้ผ่านเว็บ https เท่านั้น, การจ่ายเงินอะไรบนเว็บ เว็บเหล่านั้นต้องมี https เท่านั้น หากไม่มีคุณต้องยอมรับความเสี่ยงทันที  70% ว่าข้อมูลของบัตรเครดิตนั้นอาจจะโดน Hack

  4. ซื้อของกับเว็บที่มีความน่าเชื่อถือ,  เว็บไซต์ของบริษัทที่มีชื่อเสียงต่างๆ มักจะมีการเข้ารหัส เพื่อป้องกันการโดน Hack ไว้อย่างละเอียด และ ไม่แอบเก็บข้อมูลบัตรเครดิตของคุณเอาไว้, แต่หากเป็นเว็บที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าเค้าอาจจะเอาข้อมูลบัตรเครดิตคุณไปใช้อีก

  5. มันไม่ฮา,  มีคนจำนวนหนึ่งรู้ว่าไม่มีอะไรปลอดภัยเมื่อใช้งานบัตรเครดิตผ่านเว็บไซต์ จึงตั้งวงเงินของบัตรไว้ต่ำๆ เพราะอย่างมากก็โดน Hack เงินไปไม่เกินวงเงินที่ใช้เท่านั้น แต่คุณทราบหรือไม่ว่า Hacker จำนวนมาก เอาข้อมูลบัตรเครดิตไปของคุณไปซื้อสินค้าและทำเรื่องที่ผิดกฏหมาย และ เมื่อเกิดเรื่องตำรวจก็จะเรียกคุณไปสอบสวนในฐานะผู้ต้องสงสัยคนแรกๆ เลยด้วยซ้ำ


บทความโดย
ศูนย์ความปลอดภัยของข้อมูล - บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Hacker เรื่องใกล้ตัว ด้วยการ Hack ผ่าน USB Flash Drive




ไม่ใช่มีอยู่แค่ในหนัง แต่เป็นเรื่องจริง !

หลายๆคนคงเคยเห็นภาพยนต์ของต่างประเทศ หรือ แม้แต่ของคนไทยด้วยกัน จะมีฉาก โดยการส่งคนและนำอุปกรณ์ประเภท Flash Drive ไปเสียบยังเครื่องเป้าหมายและ Hack ข้อมูลของเครื่องเป้าหมายออกมา ซึ่งวิธีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องทีซับซ้อนหรือดูเว่อร์อะไรเลย

ยุคนี้ใครๆ ก็เป็น Hacker ได้ 

คุณรู้หรือไม่ว่าคนธรรมดาที่พอรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ก็สามารถไป Download โปรแกรม Hack เหล่านี้ได้จากเว็บไซต์ต่างประเทศ

มันทำงานอย่างไร

  • Hacker (โดยเฉพาะคนที่เป็นโจทย์ของคุณ) จะนำอุปกรณ์ Flash Drive ที่ฝังโปรแกรม Hack มาเรียบร้อย มาเสียบยัง Notebook, หรือ คอมพิวเตอร์ ในช่อง USB
  • หลังจากนั้น Virus จะวิ่งไปหา File ที่เป็น Username และ Password ทั้งหมดที่คุณเคยกรอกผ่าน web browser ซึ่งไฟล์เหล่านั้นในภาษาทางเทคนิคเรียกว่า "cookie"
  • มันอันตรายมากเนื่องจาก Virus ประเภทนี้จะผ่านการตรวจจับจากโปรแกรม Antivirus หรือ พูดง่ายๆ คือ โปรแกรม Antivirus มันไม่เตือนหรือรู้เรื่องอะไรเลย
  • หลังจากนั้นเพียง 2-3 วินาที Virus จะดูดข้อมูล Username และ Password ลง Flash Drive และ Hacker ก็เพียงแค่ดึง Flash Drive ของคุณ 
  • Hacker จะนำ Username และ Password เช่น Facebook หรือ Username และ Password ของ Email คุณไปทำการ Login และ เค้าก็จะได้ข้อมูลทุกอย่างไปโดยทันที


เพื่อนอายุ 23 ปี เคยทำโชว์ให้ดู

เพื่อนของผู้เขียนซึ่งเป็นคนไทยและเรียนอยู่ในระดับยังไม่จบ ป.ตรี เลยด้วยซ้ำ เคยโชว์วิธีการนี้ต่อหน้าต่อตาว่ามันเป็นเรื่องจริง และ มีข้อมูลสนับสนุนของต่างประเทศมากมายเกี่ยวกับความเสี่ยงของช่องโหว่นี้ ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากเป็นเหยื่อของการ Hack ข้อมูล

VDO ที่เกี่ยวข้อง





บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2557

(ปัญหา) ไม่สามารถรับ หรือ ส่งอีเมล์ ไปยัง เพียงคนๆ เดียวได้

ปัญหาไม่สามารถทำการ "รับ" หรือ "ส่ง" ไปยัง อีเมล์ เพียงบุคคลเดียวได้, ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เคยรับส่งได้ปกติ

อาการ
  1. อยู่ดีๆ ผู้ใช้งานก็ไม่สามารถ "รับอีเมล์" จาก Reciever เพียงคนคนเดียวไม่ได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เคยได้มาก่อน โดยเฉพาะการสื่อสารด้วย "ภาษาอังกฤษ"
  2. อยู่ดีๆ ผู้ใช้งานก็ไม่สามารถ "ส่งอีเมล์" ไปยังบุคคลเพียงคนเดียวไม่ได้ โดยเฉพาะ คู่ค้าที่สื่อสารด้วย "ภาษาอังกฤษ" ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้สามารถติดต่อกันได้ปกติ
  3. อาจจะมีอาการทั้ง 2 ข้อ คือ ไม่สามารถรับและส่งอีเมล์ หรือ "ไม่สามารถติดต่อกันได้" จากบุคคลติดต่อเพียงคนเดียวได้ โดยเฉพาะการสื่อสารด้วย "ภาษาอังกฤษ"
  4. หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับ  Email ของ พนักงาน ที่เป็นฝ่ายจัดซื้อ หรือ ฝ่ายประสานงานระหว่างประเทศ "ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเครื่องของผู้ใช้งานอาจจะ โดน Hack"

การแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเฉพาะหน้า

  1. ให้รีบ Login ผ่านหน้า Webmail โดย Account ของ User ที่เกิดปัญหา และ ไปเช็คในส่วนของ Filter ว่ามีการสร้าง Filter ที่ผิดสังเกตุหรือไม่ ซึ่งอาจจะถูกตั้งเป็นตัวอักษร "จุดเล็กๆ"
  2. Login ผ่านหน้า Webmail และให้สังเกตุว่าอีเมล์ที่อยู่ใน Inbox มีการถูกลบไปบางฉบับอย่างผิดสังเกตุหรือไม่
  3. ให้ผู้ใช้งานสังเกตุการปลอมแปลงอีเมล์ของคู่ค้าที่สื่อสาร ว่ามีการผิดเพลี้ยนไปหรือไม่ เช่น @ubc.com อาจจะเปลี่ยนเป็น @obc.com
  4. หากตรวจสอบจนมั่นใจว่า เครื่องผู้ใช้งานโดยไวรัสประเภท Malware โจมตี ต้องรีบแจ้งให้ผู้ใช้งาน ชะรอการทำธุรกรรมระหว่างประเทศโดยทันที และ ให้รีบดำเนินการดังนี้เป็นการด่วน, วิธีปฎิบัติเมื่อมีคอมพิวเตอร์ติดไวรัส >> 


สาเหตุและการแก้ไขปัญหา


  1. เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานติดไวรัสประเภท Malware 

    การแก้ไขปัญหา: 
    1. 1   ไวรัสประเภทนี้จะไม่สามารถตรวจจับด้วยโปรแกรม Antivirus ทั่วไป ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวลิขสิทธ์แท้ที่มีชื่อเสียง หรือ Update และทำ Scan อย่างละเอียดแล้วก็ตาม, ต้องใช้ Software ที่ทำการ Scan Malware โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถแนะนำให้ผู้ใช้งาน Download ได้ฟรีที่ https://www.malwarebytes.org/downloads/ , ซึ่งจะพบว่ามี Folder ที่เก็บ Password ของอีเมล์ และ Folder inbox จะถูก Bot หรือ Malware ฝังไว้อยู่

    1. 2   "การ Reset Password" "ไม่ได้มีส่วนช่วยลดความเสียหายใดๆ" หากเครื่องผู้ใช้งานยังมี Malware ฝังอยู่
  2. Hacker ได้ Password แล้วไปทำการ POP ลง Outlook ในเครื่อง Hacker

    การแก้ไขปัญหา: 
    2. 1  หลังจาก Hacker ได้ทำการ Hack Password จากเครื่องผู้ใช้งานได้แล้ว, Hacker จะนำ Username (Email) และ Password ไปตั้งอีเมล์แบบ IMAP หรือ POP ผ่านโปรแกรม Email Client เช่น Outlook หรือ gmail ที่มี Function ดังกล่าวอยู่ในเครื่อง Hacker, ซึ่งจะทำให้ Hacker ทราบความเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน และ "คอยดักลบอีเมล์ ที่ถูกส่งจากผู้ส่งตัวจริงทันที" , เพื่อไม่ให้เกิดพิรุธ
  3. ต้องทำความเข้าใจกับลูกค้า ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจาก Malware ที่อยู่ในเครื่องลูกค้า, มิใช่ Server เรา โดน Hack

    การแก้ไขปัญหา: 
    3. 1  ลูกค้าหลายรายมักติดต่อมายัง บริษัทฯ ทันที และ Compain ว่า Email โดน Hack, เจ้าหน้าที่ของบริษัทควรทำความเข้าใจ และ ให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์และเครือข่าย, รวมถึงแนะนำวิธืปฏิบัติ ในการแก้ไข และ แผนการป้องกัน >>




วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

5 วิธี ง่ายๆ ในการปกป้องอีเมล์ Email ของคุณให้ปลอดภัย

วิธีป้องกัน Email ของคุณ ไม่ให้ โดน Hack

วิธีป้องกันอีเมล์ไม่ให้โดน Hack และปลอดภัย

ผู้ที่ใช้งาน Email ในกระบวนการทางธุรกิจ จำนวนมาก,  ไม่รู้เท่าทันของการโจรกรรมข้อมูลจาก Hacker ที่คุณประมาท และ อาจจะตกเป็นเหยื่อ ซึ่ง สามารถสร้างความเสียหายให้เป็นมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะธุรกิจ Logistic, นำเข้า, ส่งออก และ ธุรกิจทุกชนิด ที่ต้องใช้ email ในการสื่อสารกับต่างประเทศ หรือ มีการโอน และ รับโอน จากต่างประเทศ

แค่คลิก  ก็โดน สอย, เชือดนิ่มๆ 

รูปแบบไฟล์ที่ Hacker ชอบส่งให้คุณที่เป็น File Zip ซึ่งเป็น "ไวรัส"


จริงๆแล้วการป้องกันตัวเองจาก Hacker นั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก และ ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย ซึ่ง เหยื่อที่โดน Hack ส่วนใหญ่ เค้าจะดันคลิกไวรัสที่ Hacker ส่งมาเอง (จริงๆแล้วโทษใครไม่ได้เลย นอกจากตัวคุณเอง),  คุณสามารถป้องกันตัวเอง และ ไม่ประมาทได้ด้วย 5 วิธีง่ายๆ ดังนี้ 

  1. การที่ Hacker จะ Hack ข้อมูล หรือ Email ใดในองค์กรคุณนั้น, Hacker มักจะส่ง Email ที่มีหัวข้อว่า  "New PO" ซึ่งก็จะมีข้อความส่วนมาก "เป็นภาษาอังกฤษ" ให้คุณอยากเปิดไฟล์แนบ เป็นอย่างมาก
  2. เมื่อคุณคลิกไปที่ File นั้น, จากเมื่อก่อน Hacker จะส่งไวรัสมาตรงๆ เป็นนามสกุล .exe หรือพูดง่ายๆ มันก็คือไวรัสที่พร้อมฝังตัวในเครื่องคุณ ถ้าคุณดันไปคลิก ไฟล์ .exe นั้นขึ้นมา
    (นี่คือเหตุผลว่า คุณเป็นคนอัญเชิญ Hacker เข้ามาในเครื่องแล้ว ด้วยตัวคุณเอง)
  3. ไฟล์ .exe นี้ที่ Hacker ส่วนใหญ่ จะเป็นไวรัสประเภท Marware หรือ Spyware ซึ่งมันมักจะไปฝังตัวใน Folder ที่เป็นข้อมูลยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะ Folder ที่เก็บข้อมูลอีเมล์ของคุณ, หากมันฝังเข้าไปแล้ว เท่ากับว่า Hacker สามารถเรียกดูไฟล์ หรือ อีเมล์ไหนก็ได้ ตราบที่เค้าต้องการ
  4. ในช่วงเวลาหลังๆ Email Server จะมีการ Block email ที่มีการแนบไฟล์ .exe มา, เพราะผู้ให้บริการ email server รู้ว่ามัน คือ ไวรัสตัวแสบ
  5. Hacker ก็ไม่ได้ใช้วิธีซับซ้อนอะไร ก็แค่เอา File .exe นั้นไปบีบอัดอยู่ใน File .zip, หรือ .rar อีกทีนึง, ซึ่งมันจะทำให้ Virus ของเค้า สามารถผ่านเข้ามาใน Email Server, และถ้าคุณเปิดไฟล์ และ Run File นั่นแปลว่า คุณโดนเชือด แบบ นิ่มๆ เลยทีเดียว


เมื่อคุณรู้วิธีการทำงานของ Hacker แล้ว,​ คุณจะรู้ทันทีว่า ไม่มีใครสามารถช่วยคุณได้, หากคุณประมาท และ ดันไปเปิดไฟล์แปลกๆ จาก Email ที่คุณไม่รู้จัก, ซึ่งหากคุณระมัดระวังตัวในการใช้งาน Email, คุณก็แทบไม่ต้องไปกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลเลย แม้แต่นิดเดียว


บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Server อันดับ 1  ของประเทศไทย

วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557

ระวัง Spyware สอดแนมในคอม โดยที่คุณไม่รู้ตัว


ในการส่งอีเมล์ผ่าน Mail Server หรือการส่งอีเมล์ทั่วไปก็จะพบ Spyware หรือ Virus, Bot, Trojan  หรือ แล้วแต่คนจะเรียกมัน, สิ่งพวกนี้สามารถสร้างความเสียหายต่อธุรกิจของคุณได้อย่างมหาศาลโดยที่หลายๆ คนไม่ทราบ และ มองข้ามมันไป 


ปัญหาดังกล่าวเกิดจาก Hacker  ได้มีการฝังโปรแกรมสอดแนม เข้าไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งในองค์กรของท่าน โดยที่ไม่รู้ตัว (โดย Hacker สามารถเรียกดูไฟล์ หรือ Password ของโปรแกรมต่างๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆ ได้ โดยเฉพาะ Outlook เป็นต้นซึ่งไวรัสประเภทนี้ถ้าติดในคอมพิวเตอร์ใดเพียงเครื่องหนึ่ง ที่อยู่ภายในวง Lan  มักจะสามารถกระจายตัวไปยังเครื่องอื่นๆในองค์กรอย่างอัตโนมัติ

การแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน และ ต้องดำเนินการทันที
  1. แจ้งลูกค้าทั้งหมด ว่าบริษัท ของคุณมิได้ มีการเปลี่ยนเลขที่บัญชีใดๆ ทาง Fax หรือ โทรศัพท์
  2. ตรวจสอบเลขที่ บัญชี ของคู่ค้า อย่างละเอียด ว่ามีการเปลี่ยนแปลง เลขที่ไปจากเดิมหรือมีความผิดปกติใดๆ หรือ ไม่ ก่อนที่จะทำการโอนเงิน โดยเฉพาะ การโอนเงินระหว่างประเทศ
  3. เปลี่ยน Password Account ทุกประเภท ตั้งแต่ Email, Facebook, Internet Blanking จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีไวรัสอย่างเร่งด่วน, โดย Password ควรมีความซับซ้อน ไม่ใช่ 1234 เป็นต้น และ อายัดบัตรเครดิตทุกใบ ที่เคยทำธุรกรรมผ่านคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัส





ถ้าคุณติดไวรัส, จะทำให้บริษัทคุณเสียหายอย่างไร ?

  1. โดนสอดแนมข้อมูล,คุณรู้หรือไม่ว่าหากคุณติดไวรัสเหล่านี้ Hacker จะสามารถดูไฟล์ต่างๆ ของคุณเท่าที่ Hacker อยากทำ
  2. โดนขโมย Password, Hacker สามารถทราบถึง Password ทุกอย่าง เช่น Email โดยเฉพาะการใช้งานผ่าน Outlook, Facebook, Website, Internet Blanking ต่างๆ และ อาจจะไป Login Email ของคุณ เพื่อสอดแนมอีเมล์คุณต่อไป หรือ ไปยัง Account อื่นๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการ "โอนเงินระหว่างประเทศ"
  3. เมื่อ Hacker รู้ข้อมูลภายในองค์กรของคุณ, เท่ากับว่า Hacker เหล่านั้นสามารถ ปลอมแปลง เอกสาร โดยเฉพาะ เลขที่บัญชี ของบริษัทคุณ และ ส่งเอกสารเหล่านี้ไปให้ Email ที่อยู่ใน Address Book  และหลอกให้เค้าโอนเงินเข้าบัญชี Hacker แทน โดยที่หัวเอกสารก็ยังเป็นชื่อบริษัทคุณ
  4. ในทางกลับกัน, เมื่อ Hacker รู้ความเคลื่อนไหวภายใน Hacker ก็สามารถปลอมแปลงเอกสาร ของคู่ค้าคุณ, โดยการปรับเปลี่ยนเลขที่บัญชี ของคู่ค้า และ แกล้งส่งมาให้คุณ โดยที่หัวกระดาษก็ยังเป็นหัวกระดาษของคู่ค้าคุณ ที่ดูน่าเชื่อถือ และ คุณอาจจะโอนไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว หากคุณไม่ตรวจสอบว่า เลขที่บัญชีมีการเปลี่ยนไป รวมถึง ชื่อบัญชีก็มีชื่อคล้ายกับชื่อบริษัทคู่ค้าเป็นอย่างมาก
  5. หากคุณไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ, คุณก็จะเจอปัญหาเหล่านี้ไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ
ไวรัสเหล่านี้มาจากไหน
  1. ไฟล์แนบโดยเฉพาะใน "อีเมล์", Hacker หลายคนมักจะใช้ส่งอีเมล์มาหาคุณ โดยมีเนื้อหาชวนให้ใครๆก็อยากเปิด เช่น ใบสั่งซื้อ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เช่น New PO เพื่อเป็นการกระตุ้นให้คุณเปิดเข้าไปอ่าน และ เปิดไฟล์แนบที่ "Hacker" แอบฝัง Spyware ไว้ โดยเฉพา ไฟล์ .zip เป็นต้น
  2. เว็บไซต์ที่ถูกส่งเข้ามาใน "อีเมล์" คุณเคยเจออีเมล์ที่มักเขียนว่า อ่านข้อมูลเพิ่มเติม โดยคลิกตาม Link ด้านล่าง เช่น www.company.com/information เป็นต้น, หากคุณคลิกเข้าไป ไวรัสเหล่านั้นก็จะเข้ามาทันที
  3. USB Drive, CD และ อุปกรณ์ที่เก็บข้อมูล ที่สามารถโอนถ่ายข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ได้
  4. ติดมาจากเครื่องอื่น ที่อยู่ภายในองค์กรมาอีกที, เพราะไวรัสประเภทนี้ เมื่อติด แค่เครื่องใดเครื่องหนึ่งในบริษัท, มักจะส่งไปหาเครื่องอื่นด้วย โดยที่คุณไม่รู้ตัว, เท่ากับว่า ข้อมูลทุกอย่างในองค์กรของคุณอยู่ภายใต้ Hacker

การป้องกัน
  1. หากใช้งานภายในองค์กร, ควรมีผู้ดูแล IT ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Network และ ติดตั้งอุปกรณ์ที่เรียกว่า Firewall และตั้งค่าให้เกิดช่องโหว่น้อยที่สุด
  2. ตั้ง Password คอมพิวเตอร์เครื่องตนเอง และ ต้องมีความซับซ้อน ไม่ใช่ 1234 เป็นต้น
  3. ใช้งานโปรแกรม Antivirus ที่มีการ Update ฐานข้อมูลไวรัสให่้เป็นล่าสุด, และทำการ Scan อยู่เสมอๆ
  4. ต้องเปลี่ยน Password ของ Email อยู่เสมอๆให้มีความซับซ้อน (อย่างน้อย 8 ตัว), และ ห้ามใช้ Password เดียวกันทั้งองค์กรเด็ดขาด
  5. อย่าเปิดไฟล์ใดๆ ที่ไม่มีความสมเหตุสมผล หรือ ไม่มั่นใจ ของแหล่งที่มา
  6. หากคุณดำเนินการทั้งหมดแล้ว, ยังเกิดปัญหาอยู่ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Infra Network Stucture เข้ามาตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย อย่างละเอียด
หลายๆ คนเข้าใจผิด คิดว่า Email โดน Hack
  1. หลายท่านที่ไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่อง IT, มักจะคิดว่า Email โดนแฮก, แต่ในความเป็นจริงแล้วคือ Hacker เข้าไปขโมย Password ในเครื่องคุณ, และนำมา Login เอง
  2. หลายๆคน พยายามเปลี่ยน Password เป็นสิบๆ รอบ และใช้ Password ที่ซับซ้อนแล้ว, Hacker ก็ยัง Hack เข้ามาในอีเมล์ได้อีก เพราะว่า ไวรัสของคุณยังไม่ได้ถูกกำจัด,  เวลาคุณพิมพ์ Password ใหม่เข้าไปใน Outlook หรือ ในเว็บไซต์, Hacker  ก็จะรู้ Password ใหม่ไปเรื่อยๆ และ นำไป Login อีก
  3. ผู้ให้บริการ Email ชั้นนำของโลก หรือ ผู้ให้บริการ Email, ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะไม่ปกป้อง Password ของลูกค้า หรือ ให้โดน Hack ได้อย่างง่ายๆ จาก Server, เพราะมี User Active เป็นล้านๆ, และ การเก็บ Password นั้นใช้การเข้ารหัสและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่ง Hack ได้ยากมาก และ มีผลต่อคนทั่วโลก ซึ่งแม้แต่ คนพัฒนาก็ไม่สามารถทราบถึง Password นั้นเช่นกัน, หาก User ไม่ได้บอก

และโปรดติดตามข่าวประกาศของเราเสมอโดยการกด Like  Facebook
อย่างเป็นทางการของบริษัทตาม Link ด้านล่าง



บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Server ชั้นนำของประเทศไทย

วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557

" Hotmail ปลอม! " ห้าม Login เด็ดขาด




สังเกตุ URL ให้ดีก่อนทุกครั้ง

  1. ก่อนที่จะ Login ให้ทำการตรวจเช็คในช่อง URL ก่อนว่าเป็นเว็บของ Hotmail จริงๆ หรือไม่ โดยเว็บ Hotmail ของจริงต้องไม่มีชื่ออื่นแอบแฝง เช่น "hotmail.bsx.com" เพราะเว็บเหล่านี้เป็นเว็บปลอมทั้งหมด
  2. เว็บ Hotmail ของแท้มีเพียงชื่อเดียวเท่านั้นคือ "www.hotmail.com" โดยทุกตัวอักษรต้องเรียงตามนี้เท่านั้น

ถ้า Login ผิดเว็บ = โดน Hack ทันที

  • หากคุณนำ Username และ Password ไปกรอกในเว็บ Hotmail ปลอม, Hacker ก็จะนำ Username และ Password ที่คุณกรอก ไป Login ในเว็บ hotmail ของจริง หลังจากนั้นเค้าก็จะ Hack Email คุณได้
  • บางที Hacker ก็จะนำ Username, Password ชุดนี้ ลองไป Login ในเว็บอื่นๆ เช่น Facebook, Email อื่นๆ ด้วย ซึ่งการ Hack ในลักษณะนี้เรียกว่า "phinging mail"

อย่าหลงเชื่อว่า Hotmail ให้เปลี่ยน Password

  • ในช่วงหลังๆ Hacker มักจะส่ง Email โดยหัวและเนื้อความในเมล์แจ้งว่าให้รีบทำการเปลี่ยน Password โดยเร่งด่วน และ มี Link ให้คลิก, คุณอย่างหลงเชื่อ และ ต้องตรวจสอบ URL ก่อนว่าเป็น Hotmail จริงหรือไม่ ด้วยวิธีตรวจสอบข้างต้น


บทความโดย
ผู้ให้บริการระบบ Email Hosting สำหรับธุรกิจ

วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Hacker ไม่มีอะไรมาก ก็แค่อยากได้ "เงิน" ของคุณ




ทุกคนต้อง ใช้เงินกินข้าว ?

ตราบใดก็ตามที่ทุกๆคนบนโลกใบนี้ต้องใช้เงินในการซื้อปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต จึงเป็นเรื่องไม่แปลกที่ทุกคนก็ต้องการมีเงินมากขึ้นเรื่อยๆ  แต่จะอันตรายแค่ไหนหากบุคคลนั้นใช้ความสามารถระดับสูงในทางที่ผิด บนความเดือดร้อนของคนทั่วโลก อย่างเช่นอาชีพ Hacker เป็นต้น

ไม่ใช่เรื่อง "ไกลตัว"

ทุกๆคน ตั้งแต่ พนักงานกินเงินเดือน ไปจนถึงคนที่ทำธุรกิจ ต่างก็มีข้อมูลที่เป็นความลับหมุนเวียนอยู่ในคอมพิวเตอร์, email ซึ่งหลายๆคน ก็ไม่รู้ว่าข้อมูลที่เราเก็บอยู่มันปลอดภัยแค่ไหน

Hacker ชอบข้อมูลที่มีความลับ เพราะ มันคือ "เงิน"

Hacker ส่วนใหญ่มักมีทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์ และ ระบบเครือข่าย ในระดับสูง และ สูงมาก จนคนปกติแทบไม่รู้เลยว่ามีใคร Hack ข้อมูลเราอยู่ โดย Hacker มักจะมุ่นเน้นไปยังข้อมูลที่มีผลประโยชน์ของคุณ และ นำข้อมูลที่ Hack ได้ ไปขาย หรือ นำไปปลอมแปลงเลขที่บัญชีปลอม ของบริษัทคุณ เพื่อหลอกให้ลูกค้าโอนเงินให้ Hacker แทน เป็นต้น  


คุณสามารถเริ่มต้นใส่ใจต่อข้อมูลของคุณได้โดยวิธีดังนี้

  1. ตั้ง Password คอมพิวเตอร์ของคุณ 
  2. ติดตั้งโปรแกรม Antivirus และทำการ Scan เสมอ
  3. ไม่เปิดอ่าน Email ที่ไม่มั่นใจในแหล่งที่มา 
  4. หากเป็นองค์กรขนาดใหญ่ควรมี Firewall กันอีกชั้นหนึ่ง
  5. ไม่ใช้งานระบบที่มีความสำคัญ เช่น Internet Blanking, Credit card, Email ในคอมพิวเตอร์สาธารณะ เช่น ร้านเกมส์ เป็นต้น

บทความโดย
TL-Lab บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด, ผู้นำระบบ Email Hosting

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อีเมล์ (Email) ที่มีไวรัส (Virus) เป็นอย่างไร พร้อมตัวอย่าง

Junk Mail หรือ อีเมล์ไวรัส (Virus Email)  คือ อะไร

อีเมล์ที่มีไวรัส คือ อะไร

อีเมล์ไวรัส (Virus) คือ อีเมล์ที่ถูกส่งเข้ามาด้วยความจงใจ  หรือ ไม่เจาะจง โดยมีความประสงค์ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณมีไวรัส เมื่อทำการเปิดคลิกไฟล์แนบ ที่ผู้ส่งนั้นส่งมา, ในบางกรณีเรายังพบว่า Hacker ได้ทำการสร้าง Email ที่มี  Virus และทำการแนบไฟล์ โดยเฉพาะ ".exe" และ ทำการ ".Zip" ไฟล์เพื่อหลบหลีกการตรวจสอบของ Email Hosting 

บางกรณี Hacker อาจจะทำการส่งอีเมล์โดยมีการแนบ URL หรือ Website  (เพราะต้องการหลบหลีกการตรวจสอบของ Firewall Email Hosting) เพื่อหลอกให้คุณกดเข้าไป Download ไวรัส ลงเครื่อง 

โดย Virus ที่ Hacker จงใจส่งเข้ามาผ่านทาง Email นั้นจะมีจุดประสงค์หลัก คือ โจรกรรมข้อมูล (Hack) เพื่อเอาข้อมูลที่เป็นความลับ หรือ สำคัญของธุรกิจคุณไปใช้ในเชิงมิชอบ เช่น Username, Password ของ Email ไปปลอมแปลงและสร้างเอกสารเลขที่บัญชีปลอมขึ้นมา (พบได้บ่อย), ข้อมูลบัตรเครดิต, ข้อมูล Internet Blanking ซึ่งสร้างความเสียหากต่อธุรกิจจำนวนมหาศาล 

ตัวอย่างอีเมล์ที่มีไวรัสแอบแฝงเข้ามา

จะป้องกันไวรัสที่มากับ Email ได้อย่างไร

  • เลือกใช้บริการ Email Hosting ที่มีความปลอดภัย หรือ สามารถ Scan หาไวรัส ในอีเมล์ เพื่อ ลดความเสี่ยงก่อนที่ อีเมล์ที่มีไวรัสจะถูกส่งถึงคุณ
  • อย่าคลิกเปิดไฟล์แนบใดๆ ที่ถูกส่งมาจาก Sender Email ที่ไม่แน่ชัด หรือ ไม่รู้จัก
  • อย่าคลิกเปิดเว็บไซต์ใดๆ ที่ถูกส่งเข้ามาจาก Sender Email ที่ไม่แน่ชัด หรือ ไม่รู้จัก
  • Scan หา Virus ประเภท Malware และ Bot ซึ่งโดยส่วนมากโปรแกรม Antivirus ทั่วไปมักหาไม่พบ
  • คลิกเพื่ออ่านวิธีป้องกันอีเมล์ที่มีไวรัสทั้งหมด >>

ข้อมูลโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิธีโหลดโปรแกรม Malwarebytes เพื่อแก้ปัญหาโดน Hack Mail

ในปัจจุบันมีไวรัสมากมายหลายประเภท 1 ในนั้นไวรัสที่อันตรายคือ Malware ซึ่งไวรัสตัวนี้จะเข้าไป ฝังตัวอยู่ใน Folder ที่เก็บ password ของอีเมล์ ซึ่งจะทำให้ Hacker ทำการ Hack password  จากเครื่องที่มี Malware ฝังอยู่ได้ ผู้เขียนจึงมาแนะนำวิธีการดาวน์โหลดโปแกรม Malwarebytes เพื่อป้องกันไวรัส Malware




เปิด browser ขึ้นมาพิมพ์ https://www.malwarebytes.org/downloads/  กด Enter ดังรูป




จะเข้าสู่หน้าเว็ป Malwarebytes คลิก Free Download ดังรูป




 จะเข้ามาอีกหน้าต่าง คลิก DOWNLOAD NOW ดังรูป



รอการของโหลดโปรแกรม Malwarebytes เสร็จสิ้นดังรูป


บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Hosting Service Provider




วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

[Direct Admin] การบริหารจัดการ Users หรือ Email Accounts


ใส่ Username และ Password ที่ได้รับ, โปรดตั้ง Password ให้มีความซับซ้อน และรักษา Password ไว้ในที่ปลอดภัย
หากโดน Hack อาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้งานทั้งหมด


เลือกไปยัง E-mail Accounts, ผู้ใช้ไม่ควรไปตั้งค่าในส่วนอื่นๆ เช่น Spam เนื่องจาก Email ขาเข้าของเรานั้น
ใช้ Firewall อีก Server หนึ่ง ดังนั้นการตั้งค่าด้าน Spam ใดๆ ใน Server นี้ จะไม่มีผลใดๆ ในการ Block Spam

คลิกไปยัง Create mail account เพื่อเพิ่ม Email Account ที่ต้องการ


ใส่ Email ที่ต้องการที่ช่อง Username
ระบุ Password ขนาดของ Mail box ที่ช่อง Email Quota
Note: การตั้ง Password ควรให้มีความซับซ้อนในระดับหนึ่ง
เพื่อป้องกันการ Hack จาก Hacker

Technology Land Co., Ltd.
The Best Email Hosting/Server Service Provider

วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

Mail Server องค์กร คือ อะไรและจะซื้อที่ไหนดี

Mail Server องค์กร

Mail Server มีหน้าที่ทำงานเก็บข้อมูลอีเมล์ไว้ใน Harddisk ของ Server ตนเอง นอกจากนั้นมันยังมีหน้าที่ในการรับและส่งอีเมล์ แต่สำหรับการใช้ Mail Server องค์กรนั้นมันคงต้องมีความฉลาดและมีความสามารถที่มากกว่า Mail Server ทั่วไปอย่างแน่นอน เพื่อทำให้องค์กรของคุณนั้นสามารถใช้อีเมล์ในการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการใช้ Mail Server นั้นก็แบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
  1. ติดตั้ง Mail Server ที่องค์กรตนเอง วิธีนี้จะเหมาะสำหรับบริษัทที่มีขนาดใหญ่ หรือ มีพนักงานในบริษัทที่ต้องการใช้ Email มากกว่า 1,000 Account ขึ้นไป
  2. เช่า Mail Server จากผู้ให้บริการ หากคุณเลือกใช้บริการเช่า Mail Server จากบริษัทที่ให้บริการ จะทำให้คุณลดต้นทุนในการซื้อเครื่อง Server และค่าบำรุงรักษาได้เป็นอย่างมาก ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะสำหรับธุรกิจ SME ไปจนถึงธุรกิจขนาดกลาง 

การใช้ Mail Server องค์กร ต่างกับการใช้ฟรีอีเมล์อย่างไร ?

จุดเด่นและเป็นรูปธรรมมากที่สุดสำหรับการใช้งาน Mail Server องค์กรนั้น คือ ทำให้คุณมีอีเมล์ @ชื่อบริษัท ของคุณเอง ซึ่งเป็นความแตกต่างอย่างชัดเจนที่ ฟรีอีเมล์ต่างๆให้คุณไม่ได้ เช่น หากคุณใช้ฟรีอีเมล์ คุณก็จะได้เป็น @gmail, @yahoo.com, @hotmail.com, และ ไม่เหมาะสำหรับในการติดต่อธุรกิจที่ต้องใช้ความเป็นทางการหรือความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง

Mail Server จะทำให้องค์กรคุณได้อะไรบ้าง

เป็นคำถามสุดจะคลาสสิกสำหรับผู้บริหาร หรือ เจ้าของธุรกิจต่างๆ เมื่อ จะเช่าหรือจะซื้ออะไราสักอย่าง คงไม่แปลกที่คุณจะมีคำถามในใจว่าฉันจะได้อะไรจากมัน การที่คุณใช้ Mail Server  องค์กรจะทำให้คุณได้ประโยชน์ดังนี้
  1. มีอีเมล์เป็น @ชื่อบริษัท ของตนเอง, ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างมีความสำคัญมาก สำหรับความน่าเชื่อถือในการติดต่อธุรกิจ
  2. ถ้ามีปัญหาคุณก็สามารถปรึกษาผู้ให้บริการ Mail Server ได้ทันที เพราะคุณเสียเงิน
  3. ทำให้คุณสามารถควบคุมข้อมูลภายในองค์กร ให้เป็นในสิ่งที่ควรเป็นได้ เพราะคุณสามารถสั่งระงับการใช้งาน Email ของพนักงานได้ทันที หากพนักงานคนนั้นลาออก และข้อมูลก็ไม่ได้ถูกแอบขโมยไป

วิธีเลือกซื้อ Mail Server องค์กร

  1. ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เป็น Mail Server องค์กร ดังนั้นคุณควรเลือกซื้อกับบริษัท ที่มีความน่าเชื่อถือ เพราะการใช้อีเมล์นั้น เป็นการสื่อสารหลักของทุกธุรกิจ ซึ่งคุณอาจจะต้องจ่ายเงินแพงกว่า แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น
  2. ต้องสามารถติดต่อผู้ให้บริการ Mail Server ได้ตลอดเวลา การใช้ระบบอีเมล์สำหรับองค์กรนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ระบบ Mail Server ต้องมีความเสถียร หรือมีปัญหาน้อยที่สุด แต่หากมีปัญหาจริงๆ คุณควรติดต่อผู้ให้บริการได้
  3. ผู้ให้บริการต้องไม่เอาข้อมูลคุณไปขาย คุณมักจะได้ยินเรื่องการ Hack หรือนำข้อมูลที่เป็นความลับของหน่วยงานสำคัญๆ ของโลกมาแฉ สิ่งเหล่านี้เรียกว่าความปลอดภัย ดังนั้นผู้ให้บริการ Mail Server ของคุณต้องมีการป้องกันข้อมูลไม่ให้โดน Hack และที่สำคัญ ไม่นำข้อมูลของคุณไปขาย
บทความโดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Mail Server องค์กร อันดับ 1 ของประเทศไทย

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ทำไมการทำ Email Server เองถึงมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

ทำไมคนถึงมีแนวคิดที่จะทำ Email Server ไว้ในองค์กร


เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมดูข่าวทางโทรทัศน์ช่องหนึ่ง รายงานว่าประธานาธิบดี บารัก โอบาม่า ของอเมริกาติด Blackberry แล้วก็ iPhone ถ้าพูดกันจริงๆ คือ เค้าก็คือ คนธรรมดาคนนึงที่ต้องการติดต่อสื่อสารกับครอบครัวหรือเพื่อนเหมือนคนทั่วไป แต่ด้วยหน้าที่ตำแหน่งทำให้ทุกอย่างดูยิ่งใหญ่และมันต้องลับสุดๆ ถึงขั้นเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวต้องเรียกผู้ผลิต Blackberry มาติดตั้ง Server ในทำเนียบขาวเป็นการส่วนตัวเลยทีเดียว

เหตุผลเหล่านี้และข้อมูลที่สื่อสารออกมาจากสื่อต่างๆ ในแวดวงอินเตอร์เน็ตซึ่งมักมีภาพใน เชิงลบ เช่น การหลอกลวง, Hacker,  ล้วนผลักดันให้ผู้บริหาร หรือนักธุรกิจ เข้าใจไปในทำนองเดียวกันว่า การตั้ง Email Server ไว้ในองค์กร นั้นปลอดภัยที่สุด โดยมีเหตุผลง่ายๆดังนี้
  1. วาง Server ในบริษัท ตัวเครื่อง Server เป็นของเรา แล้ว จะมีคนมาขโมยไปไม่ได้
  2. คนของเราดูแลเอง มันยิ่งปลอดภัยกันไปใหญ่
  3. คนของเราควบคุมเอง เวลามีปัญหาอะไร แก้ไขได้เอง​ โดยไม่ต้องไปตามง้อบริษัทให้มาแก้
  4. บริษัทเรา รายได้มหาศาล แค่จะสร้าง Datacenter ห้องนึง กับเครื่อง Server ไม่เป็นไรหรอกใช้เงินจิ๊บๆ

แล้วทำหรือตั้ง Mail Server เองปลอดภัยจริงหรือ ?

  1. ผมมั่นใจว่าเครื่อง Server ของคุณจะไม่มีใครบังอาจบุกรุกเข้ามาปล้นไปทั้งเครื่องได้แน่ๆ หรือ มองในด้านกายภาพ ใครมันจะบ้าเข้ามาปล้นเครื่อง Server 
  2. แต่คุณมั่นใจหรอว่าคนของคุณไม่เอาข้อมูลที่เป็นความลับ ไปใช้ในทางที่ผิด หรือแอบเอาไปขายให้บริษัทคู่แข่ง
  3. แต่ คุณมั่นใจหรอ ว่าทีม IT ของคุณจะสามารถควบคุม หรือแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ได้ เพราะในมหาลัย ไม่มีหลักสูตร Email Server
  4. แต่คุณมั่นใจหรอว่า Datacenter ที่คุณสร้างจะไฟไม่ดับตลอดกาล

ถ้าไม่มั่นใจอย่าทำ Email Server ในองค์กร ใช้เองเด็ดขาด


เนื่องจาก Server มีการเสียบสาย Lan หรือสายอินเตอร์เน็ต คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามี Hacker คนไหนพยายาม Hack ข้อมูลคุณอยู่หรือเปล่า เพราะ มันเป็นลักษณะนามธรรม คือ คุณไม่มีทางรู้หรอกถ้าคุณไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้

ถูกไวรัสโจมตีเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ Email Server มันก็เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์เครื่องนึงที่เราใช้ๆกัน คุณจะมีทางรู้มั้ยว่าไวรัสมันจะโจมตีเมื่อไหร่ แล้วถ้าถูกโจมตีจริงๆ ข้อมูลคุณอาจจะหายเลียบไปเลย

หากบริษัทคุณไม่ได้ใหญ่พอขนาดสามารถจ้าง โปรแกรมเมอร์ หรือวิศวกร มานั่ง Monitor ไอเจ้่า Email Server ตัวนี้ หรือถึงแม้ว่ามีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Email Server จริงๆ มีค่อนข้างน้อย เพราะ ในมหาลัยเค้าลืมบรรจุหลักสูตรนี้เข้าไป ซึ่งเวลาเกิดปัญหาขึ้นคุณต้องให้ผู้เชี่ยวชาญแก้ไข

หากบริษัทคุณมีรายได้มหาศาล ผมมั่นใจว่าคุณสามารถเจียดเงิน เล็กๆ น้อยๆ มาทำห้อง Data Center และซื้อเครื่อง Email Server เพราะ Software ที่ดีที่สุด แต่คุณไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิ, ความชื้น, การดับไฟ ได้เทียบเท่า Data Center  ที่เป็นมาตรฐานสากลอย่างแน่นอน

ข้อมูลเหล่านี้เป็นประสบการณ์ตรงของผม เมื่อผมได้พูดคุยกับเจ้าของธุรกิจ รวมถึงผู้บริหาร และผมมักจะนั่งอธิบายสิ่งเหล่านี้ให้เค้าฟังอยู่เสมอ เมื่อเค้าได้คิดอย่างเป็นรูปธรรม เค้าจะรีบบอกทันทีเลยว่า "ไม่น่ามาเสียเวลาทำ Email Server เองเลย" แล้วข้อมูลที่ผ่านมาโดน Hack ไปบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ เป็นต้น
จึงอยากให้บทความนี้ให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจเพื่อใช้ในการไตร่ตรองอีกครั้ง

บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด
ผู้ให้บริการ Email Server สำหรับคนไทย มาตรฐานโลก



วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ทำไม บริษัทผู้ให้บริการ Email Hosting ถึงต้องมี SSL Certificate หรือ ความปลอดภัยสูงสุด

SSL Certificate คือ อะไร และ ทำให้คุณมีความปลอดภัยในการสื่อสารข้อมูลได้อย่างไร


ทำให้อีเมล์และข้อมูลมีความปลอดภัย
SSL สำคัญต่อ เว็บไซต์ และทำให้ข้อมูลของคุณปลอดภัยได้มากขึ้นอย่างไร

     SSL Certificates หรือ SSL ซึ่งย่อมาจากคำว่า Secure Xocket Layer คือ การรับรองความปลอดภัยของข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องหมายนี้ จะเป็นการรับรองความปลอดภัยและยืนยันว่าเจ้าของเว็บไซต์นี้มีตัวตนจริง สามารถไว้ใจการให้ข้อมูลผ่านอิเล็คทรอนิคส์ได้ เพราะทุกการสื่อสาร การติดต่อ เป็นการเข้าและถอดรหัสข้อมูลด้วยระบบ SSL โดยผ่านการเรียกโปรโูตคอล https://
     ดังนั้นจะทำให้ผู้ใช้เกิดความมั่นใจมากขึ้นว่า ไม่ได้ตกอยู่ในการโดนหลอก หรือการขอข้อมูลเพื่อหวังผลประโยชน์ในทางที่ผิด เช่นการให้ข้อมูลส่วนตัว, รหัสผ่านต่างๆ หรือเลขบัตรเครติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซต์ที่ทำการค้าขาย Ecommerce Online ที่มีการโต้ตอบแบบ Real Time โดยมีการสอบถามข้อมูลส่วนตัว หรือการตอบธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ

จะทำให้ข้อมูลที่คุณสื่อสารนั้นถูกเข้ารหัสและมีความปลอดภัยมาก
SSL ช่วยปกป้องข้อมูลที่เป็นความลับของคุณ ในระหว่างที่คุณ สื่อสารข้อมูลที่เป็นความลับ
กับบริษัทปลายทางผ่านทางหน้าเว็บไซต์ และ ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า
ในระหว่างทางจะไม่มีใคร เข้าถึงหรือทราบข้อมูลของคุณได้


     SSL เป็นเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่อนุมัติโดย CA(Certificate Authority) ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ให้บริการการออกใบรับรอง SSL อยู่หลายแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและสามารถไว้ใจด้านความปลอดภัยได้แน่นอน เช่น VeriSign, Thawte, Comodo และGeotrust เป็นต้น ซึ่่งผู้ให้บริการเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้ชำนาญด้านการถอดรหัสข้อมูล และการเข้าถึงข้อมูล ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถมั่นใจได้ว่า ข้อมูลของท่าน จะไม่มีการถูกหลอก หรือโดนฉ้อโกงแต่อย่างใด

     สำหรับเว็บไซต์ที่ ใช้ความปลอดภัยระบบ SSL ผ่าน URL บน Browser ต่างๆ จะปรากฏ https:// และมีรูปกุญแจซึ่งจะแสดงถึงความปลอดภัย ในส่วนของ Address Bar แบรนด์ของเรา Technologyland ก็ได้รับการตรวจรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผ่านระบบ SSL เช่นกัน

การติดต่อกับบริษัทผู้ให้บริการ Email Hosting ผ่านหน้าเว็บ ทำไมถึงต้องมีความปลอดภัยสูง


ที่ได้รับการรองรับความปลอดภัยสูงสุดจากองค์กรชั้นนำของโลก
ตัวอย่างเว็บไซต์ของ บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด ที่ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยของข้อมูล
สูงสุดจาก Geotrust ประเทศสหรัฐอเมริกา แบบ 256 Bit ซึ่งเทียบเท่ากับความปลอดภัย
ระดับเดียวกับระบบธนาคารชั้นนำ



เพราะคุณอาจจะมีการส่ง Password มายังระบบ live chat ซึ่ง Password email นั้นถือเป็นความลับสูงมาก ดังนั้นหากเว็บที่มี SSL Certificate ย่อมทำให้ลูกค้ามั่นใจว่า ข้อมูลที่ติดต่อผ่านหน้าเว็บจะ ไม่โดน Hack แน่นอน

การโต้ตอบทุก ๆ ขั้นตอน สามารถถูกโจรกรรมได้ตลอดเวลา หากการป้องกันความปลอดภัยไม่แข็งแรงพอ ซึ่งแน่นอนว่า การเข้าระบบของเรา แต่ละทุกตัวอักษรต้องถูกแปลงเป็นระบบแบบ 256 Bit ทำให้การเข้าถึงข้อมูลนั้นยาก และแทบจะไม่มีการเป็นไปได้เลยว่า ข้อมูลของท่านจะถูก Hack ยิ่งในช่วงระหว่าง ที่ท่านกำลังจะใส่ Username Password นั้น เป็นช่วงที่อันตรายมาก เพราะ Hacker ส่วนมาก จะคอยดักข้อมูลของท่านอยู่ตลอด ทำให้ความปลอดภัยของ SSL นั้นทำงานแบบเต็มกำลัง
และจะสังเกตได้ว่า องค์กรที่ได้รับ SSL Certifacate นั้น ล้วนแต่เป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ มีการทำธุรกรรมการเงินตลอดเวลา จึงทำให้ผู้ใช้บริการเชื่อมั่นและเชื่อถือได้ว่าระบบ SSL เป็นระบบรับรองความปลอดภัยของข้อมูลที่ดีที่สุด

ตัวอย่างบริษัทผู้ให้บริการ Email Hosting ที่ได้รับ SSL Certificate แบบ 256 Bit

- Link ไปยัง เว็บไซต์ บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด (ได้รับการรับรองความปลอดภัยแบบ 256 Bit จาก 
Geotrust) โดยสังเกตได้จาก Green Bar (ในส่วนชื่อเว็บไซต์)


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

บริการ email hosting ที่ไหนดี บทวิเคราะห์ขั้นเทพ ที่คุณไม่เคยรู้ !

บริการ Email Hosting


บริการ Email Hosting ที่ละเอียดที่สุด
บทวิเคราะห์ อย่างละเอียด ในการเลือก ซื้อ บริการ Email Hosting

บริการ Email Hosting คือ การให้เช่าพื้นที่ Server สำหรับการเก็บข้อมูล Email ขององค์กรคุณ (เลยเป็นที่มาของคำว่า บริการ Email Hosting), ซึ่ง Server ตัวนี้ มันไม่ได้มีหน้าที่แค่การเก็บข้อมูล แต่มันต้องทำหน้าที่เป็นผู้รับ (Incomming Email Server) และ ส่งอีเมล์ออก (Outgoing Email Server ด้วยวิธีแบบ SMTP) ในเมื่อมันต้องทำงานเยอะขนาดนี้แล้ว เราจะเลือก ผู้ให้ บริการ Email Hosting ที่ดีได้อย่างไร

จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่อยู่ในแวดวง Email Hosting มา มากกว่า 10 ปี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะช่วยให้ท่านในฐานะ User สามารถเลือกผู้ให้ บริการ Email Hosting ที่มีคุณภาพที่ดี และ ราคาที่สมเหตุสมผล โดยมีบทวิเคราะห์ดังนี้

เลือก บริษัท ผู้ให้บริการ Email Hosting ที่มีความมั่นคง


จากบริษัทที่มีความมั่นคง และ เปิดมาหลายปี
บริษัทที่มีความมั่นคง ย่อม ให้บริการด้วยความเป็นมืออาชีพ และมีปัญหาการใช้งานน้อย
บริษัทขนาดใหญ่ ที่เปิดมาหลายปี ที่ให้ บริการ Email Hosting ในประเทศไทยนั้นมีเพียงไม่กี่เจ้าจริงๆ, แต่ ท่านก็ควรเลือกกับผู้ให้บริการเหล่านั้น, เพราะ บริษัทที่ให้ บริการ Email Hosting เปิดมานาน ย่อมมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา รวมถึง ไม่ปล่อยให้การใช้งานของคุณนั้นมีปัญหา, เพราะมันจะทำให้องค์กรของเค้านั้นเสียชื่อไปด้วย และ หากเค้าให้บริการได้ไม่ดี ลูกค้าที่อยู่ในมือเค้าก็เดือดร้อน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อบริษัทผู้ให้บริการเอง ดังนั้น เค้าคงไม่ยอมให้ระบบของคุณมีปัญหาง่ายๆ แน่นอน

ข้อมูลใน Email องค์กรของคุณเป็นความลับสูง
แต่ เอาเข้าจริง ผู้ให้บริการก็เปิดอ่านได้ 

ของลูกค้าอย่างเข้มงวด
ผู้ให้บริการต้องรักษาความลับข้อมูลในอีเมล์ของคุณ ไม่ใช่เอาข้อมูลเหล่านั้นไปขาย หรือ ปล่อยให้โดน Hack ไปง่ายๆ
แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่า การละเมิดสิทธ์ โดยการไปเปิดอ่านอีเมล์ของบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นของตนเอง โดยไม่ได้รับอนุญาติ ถือ ว่าเป็นความผิด ด้าน พรบ คอมพิวเตอร์ และ กฏหมายสากล แต่ในเชิงเทคนิค จริงๆแล้วผู้ให้บริการ Email Hosting ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ ผู้ให้บริการ ต้อง มีนโยบายด้านการรักษาความลับของข้อมูลที่เข้มงวด ซึ่งก็สัมพันธ์ กับ ข้อแรก หาก บริษัทผู้ให้บริการ Email Hosting เป็นบริษัทที่มีความมั่นคง คงไม่เอาข้อมูลของคุณไปขาย หรือ ปล่อยให้โดน Hack ง่ายๆ เพราะ บริษัทผู้ให้บริการจะเสียชื่อ และ มันคงไม่คุ้มที่ ผู้ให้บริการจะทำมัน


ระบบอีเมล์นะ ไม่ใช่ การซื้อกาแฟ ที่ทั้งบริษัทจะมีคนขายแค่คนเดียว

ไม่ใช่ทั้งบริษัท มีแค่คนเดียว
ไม่ใช่ทั้งบริษัท มีคนให้บริการคุณแค่คนเดียว แล้วคุณจะฝากความหวังของธุรกิจคุณ ไว้กับคนคนเดียวหรอ
มีหลายบริษัทฯ มาก หรือหลายเว็บไซต์ ที่ขายบริการ Email Hosting โดยทำตัวคนเดียว หากเป็นอย่างนั้นจริง เท่ากับว่า คุณกำลังเอาธุรกิจของคุณทั้งหมด ไปฝากไว้กับคนแค่คนเดียว แล้ว ถ้า คนนั้นป่วย, หรือ หายไปดื้อๆ คุณจะทำอย่างไร จะไปฟ้องเค้า หรือจะไปหาเค้าที่ไหน 
ดังนั้น ผู้ให้บริการ Email Hosting ควรมีทีมงานที่ให้บริการอย่างชัดเจน โดยแบ่งออกเป็นทีม เช่น ทีมวิศวกร, ทีม Support เป็นต้น ซึ่งแบบนี้ถึงเรียกว่าการทำงานแบบองค์กร ไม่ใช่ตัวคนเดียว


ราคาที่ขาย ก็ต้องสมเหตุสมผล ไม่ใช่ถูก หรือ แพง เว่อร์เกินไป


ต้องไม่ถูกหรือแพงมากเกินไป
ของถูก และ ดี ไม่มีในโลก เป็นสัจธรรม ที่เที่ยงตรงที่สุด ในการซื้อทุกๆอย่าง
แน่นอนว่า บริษัททุกบริษัทต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ไม่ใช่ประหยัดจนไปซื้อเจ้าที่ถูกที่สุด โดยคิดถึงแต่เรื่องราคาเป็นตัวแปรหลัก หากคุณคิดแบบนี้ กับการเลือกซื้อ Email Hosting ผมบอกได้คำเดียวว่า มีงานเข้าแน่นอน เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ระบบที่ทำงานได้ดีนั้นจะถูกขายในราคา ไม่กี่ร้อย-พัน บาท มันฟังแล้วดูเหมือนถูกเว่อร์เกินไป เพราะนี่มันคือ การซื้อบริการ Email Hosting นะครับ ไม่ใช่การซื้อของตามร้านค้า ซึ่งราคาที่คุณซื้อควรจะสมเหตุสมผล

ไม่ว่าระบบจะดีแค่ไหน มันก็มีปัญหา ไม่มากก็น้อย


ของระบบตนเอง แต่เค้าไม่มีทางบอกคุณแน่นอน
ถ้ามันไม่มีปัญหา ก็ไม่ต้องมีฝ่าย Support แต่มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่ระบบจะไม่มีปัญหาการใช้งาน
คุณคงรู้ดีว่า ไม่ว่าจะเป็น ระบบ อะไรก็ตามที่บอกว่าดีที่สุดในโลก หรือในสามโลก ก็แล้วแต่ไม่มีทางเลยที่ระบบนั้นจะทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ และปราศจากปัญหา หรือการล่ม เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น บริษัทผู้ให้บริการควรมีฝ่าย Support ที่คอยให้คำปรึกษาคุณเมื่อเกิดปัญหา อย่างรวดเร็วที่สุด

ผู้ให้บริการ Email Hosting ต้องมีระบบสำรองให้ใช้งาน


ต้องมีแผนสำรองที่ชัดเจน เพราะ Email ถือว่าเป็นระบบการสื่อสารหลักในปัจจุบัน
บริษัทผู้ให้บริการ Email Hosting ต้องมีแผนสำรองให้คุณใช้งาน เมื่อ ระบบหลักมีปัญหา

ดังที่กล่าวข้างต้นว่า ไม่ว่าระบบที่ดีที่สุดในโลก มันก็ต้องมีปัญหา แต่ เมื่อมันเกิดปัญหา ผู้ให้บริการ ต้องมีระบบสำรองพร้อมทำงานทันที เพื่อไม่ให้ธุรกิจของคุณสะดุด เพราะ Email ถือเป็น ปัจจัยหลักในการสื่อสารในยุคปัจจุบัน

เมื่อได้บริการ Email hosting ที่ดีเเละเหมาะสมกับบริษัทของคุณแล้ว ยังมีบริการที่คล้ายๆกันอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Web hosting ซึ่งก็มีความสำคัญไม่แพ้กันกับ Email hosting  คุณสามารถคลิ้กอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง
Email Hosting ที่ไหนดี (อีเมล์โฮสติ้ง ที่ไหนดี) ?
ระบบอีเมล์สำหรับองค์กร และอีเมล์ใช้ภายในองค์กร (corporate email)
วิธีเลือกซื้อ Email (อีเมล์) สำหรับชื่อ @โดเมนตัวเอง/องค์กร/บริษัท แบบประหยัด(ถูก) และดี
จะเลือก Email Server ที่ไหนดีที่สุด เพื่อสร้าง Email (อีเมล์) ภายใต้ชื่อ Domain (โดเมน) ตัวเอง บริษัท องค์กร
รู้หรือไม่ว่าทำไมการใช้ Email ผ่าน Web Hosting/Server นั้น กว่าจะส่งถึงคุณ มันถึงช้า หรือ Delay



บทวิเคราะห์โดย
บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด,
ผู้ให้ บริการ Email Hosting อันดับ 1
ของประเทศไทยคลิกเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม >>

วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

IMAP, POP (SSL/TLS) Encryption Port

IMAP, POP Port กับ Security Type

 POP / IMAP
การใช้งานบัญชีอีเมลประเภทใดนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล สำหรับคนที่ใช้งานหนัก ๆ รับเมลทุกวัน วันละหลายฉบับ ก็คงต้องใช้ประเภทบัญชีแบบ POP ซึ่งจะมีข้อดีคือให้ลบบัญชีอีเมลออกจาก Mail server ตามจำนวนวันที่กำหนดได้ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่อง Mailbox เต็ม

สำหรับคนที่ใช้งานบัญชีอีเมลกับหลาย ๆ อุปกรณ์ แล้วต้องการให้ Sent item แสดงข้อมูลการส่งเหมือน ๆ กันทุกอุปกรณ์ ควรจะใช้งานแบบ IMAP ก็จะตอบโจทย์การใช้งานให้กับ Users เป็นอย่างดี

แล้ว Port ต้องใช้ Port หมายเลขอะไร

พอร์ตนี้ ให้เรามองภาพว่ามันเป็นเหมือนกับประตูบ้าน บ้านหลังหนึ่งอาจจะมีทางเข้ามากกว่า 1 ประตู เช่น ประตูหน้าบ้าน, ประตูหลังบ้าน, ประตูชั้นใต้ดิน ดังนั้นถ้าเจ้าของบ้านไม่ได้ Lock ประตูหน้าบ้านไว้ แต่ทางเข้าอื่นห้ามเข้า แสดงว่าเราก็เข้าบ้านหลังนั้นได้จาก ประตูหน้าบ้านทางเดียว นั่นแหละที่เรียกว่า PORT

ดังนั้นการกำหนด Port ของ Mail Server ขารับ และขาออก เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการ Email hosting ซึ่ง Port ขารับ Email ที่ทั่วโลกใช้กัน ได้แก่ 110 (POP3), 143 (IMAP) และกรณีที่เป็น Security Type แบบ SSL ก็จะใช้ Port: 995 (POP3), 993 (IMAP)

Port ขาออก Email ที่ทั่วโลกใช้กัน ได้แก่ 25, 587 (IMAP/POP) และแบบ Security type: SSL จะใช้ 465 ทั้งสองโปรโตคอล คือ IMAP, และ POP

Port Encryption

พอร์ตที่เรียกว่ามีการเข้ารหัส ก็จะเป็น Port ที่มี SSL/TLS ได้แก่ 993, 995, 465
แทนที่ผู้รับจะส่งข้อความออกจาก mail server ตรง ๆ ซึ่งกว่าข้อความจะเดินทางไปถึง mail server ปลายทางก็อาจจะถูก Hack ระหว่างทางได้ เทคโนโลยีการเข้ารหัส จึงช่วยป้องกันปัญหาถูกดักฟังข้อมูล (Eavesdrop) นี้ได้มาก โดยจะมีการแปลงเป็นตัวเลข (Ciphers) 128 bits, 256 bits แล้วแต่ Server ถ้าจะให้ดีและปลอดภัยก็ควรเข้ารหัส 256bit encryption key

บริษัท เทคโนโลยี แลนด์ จำกัด

ผู้ให้บริการ Email Hosting สำหรับองค์กร ที่รองรับการใช้งาน SSL/TLS

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

DMARC DNS คืออะไร

DMARC DNS คืออะไร

Domain-based Message Authentication, Reporting and Conformance (DMARC) เป็นค่า Record ตัวหนึ่งใน DNS ที่สร้างความปลอดภัยให้กับผู้ส่ง โดยที่โดเมนที่มี DMARC นั้น ต่อยอดมาจาก SPF และ DKIM ซึ่งป้องกันการสวมรอยด้วยบัญชีผู้ส่ง เพื่อล่อลวงให้ผู้รับติดต่อสื่อสารกับผู้ส่งผิดคน อาจจะเป็นกลลวงของมิจฉาชีพที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ เกี่ยวกับการ Hack มาก่อน

โดยค่า DMARC จะเป็นการเพิ่มการรายงานการส่งเมลลวงให้กับเรา ว่ามีการส่งอีเมลที่มาจาก Sender  ปลอมจากไหน อย่างไร

ตัวอย่าง DMARC Record

v=DMARC1; p=none; rua=mailto:postmaster@mycompany.com


บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

ผู้ให้บริการระบบอีเมล @ชื่อบริษัท ความปลอดภัยสูง

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

URL คืออะไร

URL คือ Internet address ย่อมาจากคำว่า Uniform Resource Locator คือ ที่อยู่ (Address) ของข้อมูลต่างๆใน Internet เช่น ที่อยู่ของไฟล์หรือเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต

ดังรูป

จากลูกศรทั้งช่อง จะเรียกว่า URL

URL นั้นเปรียบเสมือนที่อยู่ หรือ บ้านเลขที่ของข้อมูลต่างๆที่อยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ดังนั้นการระบุ URL ควรระบุให้ถูกต้องครบถ้วน มิฉะนั้นผู้ได้รับ URL นั้นจะไม่สามารถไปถึงข้อมูลปลายทางที่เราอ้างถึงได้



บทความที่เกี่ยวข้อง

บริษัท เทคโนโลยี แลนด์ จำกัด

บริการเช่าอีเมล์โฮสติ้ง สำหรับองค์กร คุณภาพสูง




วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

การก่ออาชญากรรมผ่านช่องทาง Email มีอะไรที่ต้องระวัง




    ในสมัยนี้ Internet ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการโทร พิมพ์ การส่งเอกสารเป็นต้น มีเครือข่ายผู้ใช้งานทั่วโลก มีการติดต่อสื่อสารกันตลอดเวลา สามารถติดต่อหากันได้แม้อยู่คนละมุมโลก จึงมีการเกิดมิจฉาชีพในโลกออนไลน์ สารพัดวิธีการหลอกหาเงิน มีการ Hack Email เพื่อทำการหลอกลวง การติดต่อการโอนเงิน ทำให้บางทีเราเผลอเลอในการตรวจสอบ อาจสูญเสียทรัพย์สินให้แก่มิจฉาชีพเหล่านี้ได้ ผู้ที่เข้ามาใช้งาน Internet เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารมีทั้งจริงและไม่จริง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์มีวิธีหลากหลายที่มิจฉาชีพใช้ในการล่อลวง

การก่ออาชญากรรมผ่านช่องทาง Email มีอะไรที่ต้องระวังบ้าง 

    เราสามารถป้องกันอาชญากรรมทางอีเมล์ได้หากมีการตรวจสอบ รอบครอบ มีความรู้ศึกษาหาวิธี ทันต่อมิจฉาชีพ มีบทความมากมายถูกเขียนขึ้นมาเกี่ยวกับ อาชญากรรมทาง E-mail การป้องกันวิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ เราควรมีการป้องกันอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เสียประโยชน์ต่อตัวเรา ปัญหาหรือการก่ออาชญากรรมผ่านช่องทาง Email ที่เกิดขึ้นเราสามารถป้องกันได้ ถ้ามีการใช้งาน E-mail อย่างถูกวิธี

การก่ออาชญากรรมที่เป็นที่นิยมของมิชฉาชีพ

  • การส่ง E-mail เพื่อชักชวนการทำงานทาง Internet เป็นการนำเสนองานในรูปแบบบริษัท ชวนน่าเชื่อถือ ทำงานง่าย ได้เงินง่าย หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ทำให้ผู้ใช้งานหลายราย หลงเชื่อและทำตามขั้นตอนต่างๆ โดยหารู้ไม่ว่า กำลังจะตกเป็นเหยื่อของมิชฉาชีพโดยไม่รู้ตัว

  • จดหมายลูกโซ่ การส่งต่อเพื่อช่วยเหลือ การบริจาคเงินให้แก่มูลนิธิต่างๆ บางทีคุณอาจเป็นผู้ใจบุญเกินไป ทำตามข้อเสนอแนะ ร่วมทำบุญกับ E-mail ผ่านทางบัญชีที่ถูกระบุมาใน Email มีการส่งต่อไปเรื่อยๆ แถมเป็นเราเองที่เพิ่มการหลอกลวงผู้ใช้งานเองซะอีก ควรไตร่ตรอง เนื้อหา ตรวจสอบข้อมูลให้ดี ก่อนที่่จะหลงเชื่อ คำลวงของผู้ที่ไม่ประสงค์ดีกับเรา

  • E-mail ที่ถูกปลอมขึ้นมาให้เหมือน E-mail ของสถาบันการเงิน เพื่อให้เราชำระหนี้ต่างๆ หรือ ให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับบัตรเครดิต ของเรา ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลอย่างชัดเจน แก่มิจฉาชีพ เมื่อเราให้ข้อมูลพวกนี้ไป ไม่ต้องห่วงความเสียหายที่จะตามมาเลย แน่นอนคุณอาจจะเป็นหนี้ โดยที่คุณไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับมัน สูญเสียทรัพย์สิน เพราะฉะนั้นควรตอบสอบเนื้อหา และที่มา ให้ดีก่อนการกรอกข้อมูล ลงไป

  ยังมีอีกหลายวิธีที่มิชฉาชีพใช้กัน เราควรมีความรอบครอบ ในการใช้งาน E-mail ตรวจสอบเนื้อหาต่าง ๆ แหล่งที่ ความน่าเชื่อถือ เพื่อท่านจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ และเกิดความเสียหายแก่ตัวท่านเอง 


บทความที่เกี่ยวข้อง


บริษัท เทคโนโลยีแลนด์ จำกัด

ผู้ให้บริการ Email Hosting , Email Server คุณภาพสูง




     

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558

ตรวจสอบอย่างไรว่าอีเมล์ที่ส่งมามีไวรัส




ตัวอย่าง Spam Mail

จากภาพตัวอย่างที่นำมาให้ผู้อ่านดูนั้น ดูเหมือนว่าอีเมล์ก็มีเนื้อหาธรรมดามาก แจ้งว่าเราได้รับ Fax จำนวน 1 หน้า ในวันที่,เวลาตามนั้น แล้วก็แนบไฟล์มาให้ด้วย ซึ่งผู้รับเองก็รู้ดีกว่า ไม่ได้มีการเชื่อมต่อระบบ Fax เข้ากับอีเมล์ จะมีใครส่งมาให้เราได้อย่างไร ดังนั้นอีเมล์ฉบับนี้จึงถือว่าเป็น Spam และอาจจะมีไวรัสแฝงมากับไฟล์แนบนั้นอีก

สิ่งที่ควรระมัดระวัง
1. ไม่เปิดไฟล์แนบ ที่ไม่รู้แหล่งที่มาแน่ชัด เพราะเราไม่รู้ว่าไวรัสจะแอบย่องเข้ามาที่เครื่องเราเมื่อไหร่
2. ควรเปลี่ยน Password ของ Email เป็นประจำอย่างน้อยทุกๆ 1 เดือน 
3.ใช้โปรแกรม Antivirus ของแท้ และ หมั่น Scan ไวรัสตลอดเวลา
4. การลงโปรแกรม Antivirus ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันการ Hack ได้ทั้งหมด การป้องกันที่ดีที่สุด คือ ต้องให้ User ระมัดระวังพฤติกรรมการใช้งานให้ถูกต้องและไม่ประมาท

บริษัท เทคโนโลยี แลนด์ จำกัด

ผู้นำด้านการบริการอีเมล์โฮสติ้งสำหรับบริษัทฯ